ตร.เปิดช่องพิโกไฟแนนซ์ให้นายทุนปล่อยกู้ถูกกฎหมาย ด.บ.ไม่เกินร้อยละ 3/เดือน แก้หนี้นอกระบบ

31.03.17 | 13:28 น.

เมื่อเวลา10.30น.วันที่ 31มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงมาตรการในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบตามมติคณะรัฐมนตรี ว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาคทั่วประเทศ รวบรวมรายชื่อผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบทั่วประเทศภายในวันที่ 1-10 เมษายน เพื่อขออนุมัติหมายค้น หาหลักฐานในการดำเนินคดี เพื่อขจัดหนี้นอกระบบที่เก็บดอกเบี้ยสูงเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และเรียกเก็บดอกเบี้ยด้วยวิธีที่ไม่ถูกกฎหมาย หรือ ใช้การคุกคามข่มขู่ลูกหนี้ หลังพบมีประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลเปิดโอกาสให้เจ้าหนี้นอกระบบขึ้นทะเบียนดำเนินธุรกิจปล่อยกู้นอกระบบ ได้ใน 2 รูปแบบ คือนาโนไฟแนนซ์ ต้องมีทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ปล่อยกู้ได้ทั่วประเทศ แต่ปล่อยกู้ได้คนละไม่เกิน 100,000 บาท อีกรูปแบบคือพิโกไฟแนนซ์ หรือ สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด ใช้เงินทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ปล่อยกู้ได้คนละไม่เกิน 50,000 บาท ภายในจังหวัดที่ขึ้นทะเบียน ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบ สามารถคิดอัตราดอกเบี้ยได้ไม่เกิน ร้อยละ 3 บาทต่อเดือน หรือร้อยละ 36 ต่อปี แต่หากไม่ขึ้นทะเบียนจะสามารถเก็บดอกเบี้ยได้เพียงร้อยละ 1.25 บาทต่อเดือนหรือ ร้อยละ 15 ต่อปีเท่านั้น หากเก็บมากกว่ากำหนดโดยไม่ขึ้นทะเบียนพิโกไฟแนนท์ ถือมีอัตราโทษตามกฎหมาย

ส่วนประชาชนที่ยังคงมีหนี้กับเจ้าหนี้นอกระบบ สามารถแจ้งต่อธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรทุกสาขา หรือแจ้งโดยตรงมายังกระทรวงการคลัง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยไกล่เกลี่ยหนี้กับนายทุน และนายทุนก็สามารถขอใบอนุญาตขึ้นทะเบียนดำเนินธุรกิจปล่อยกู้นอกระบบ ได้ที่ธนาคารทั้ง 2 แห่งด้วยเช่นกัน

พล.ต.อ.สุวิระ ทรงเมตตา ที่ปรึกษา(สบ10) กล่าวเพิ่มเติมว่า ไฟแนนซ์ทั้ง 2 รูปแบบ เป็นช่องทางที่รัฐบาลต้องการให้ผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบมีช่องทางการประกอบธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย และเป็นทางเลือกให้กับประชาชนที่มีความต้องการใช้บริการเงินกู้ที่สถาบันการเงินไม่สามารถอนุมัติให้ได้ โดยมีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก และรัฐบาลจะไม่เข้าควบคุมนายทุน เพียงให้นายทุนทำรายงานสรุปยอดผู้กู้ต่อสำนักงานใหญ่ที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลังเพื่อความเป็นระเบียบ ขณะนี้มีผู้ขออนุญาตแล้วกว่า 150 คน สำหรับการดำเนินการกับข้าราชการที่เกี่ยวพันกับการปล่อยเงินกู้นอกระบบ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีข้อยกเว้น หากประชาชนพบเบาะแสการปล่อยกู้นอกระบบที่ไม่เป็นธรรม สามารถโทรผ่านสายด่วน 1359 หรือ แจ้งเบาะแสมาได้ที่ 1599 หรือ สายด่วน 191 อย่างไรก็ตามปัญหาเงินกู้จะหมดไปหรอไม่ ก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ ยืนยันการจดทะเบียนสินเชื่อรายย่อย ไม่ใช่มาตรการฟอกขาวที่เปิดช่องทางให้ผู้กระทำความผิดหลีกเลี่ยงกฎหมาย เพราะผู้ขอจดทะเบียนทุกคนจะต้องถูกตรวจสอบประวัติ ว่าเคยมีการกระทำความผิดเกี่ยวข้องกับการเงินหรือไม่