เดือด! กลางโหนกระแส สป.สายไหม ยอมรับทำอาชีพ นักพนัน ลั่นไม่ให้ราคา กัน จอมพลัง
จากกรณีเพจ สป.สายไหม โพสต์รูปถ่ายคู่กับนายกฤษฎา หลีนวรัตน์ หรือนายกเบี้ยว พร้อมเขียนข้อความดุเดือดถึงอินฟลูฯ ดังที่เป็นกระบอกเสียงให้พี่น้องประชาชน ทำนองตำหนิว่าทำตัวเป็นมาเฟีย สั่งตำรวจได้ ชี้นำตำรวจ ทำตัวใหญ่กว่าศาล
ต่อมา นายกัน จอมพลัง โพสต์ตอบโต้ทันควันว่า “มีนิทานเล่าให้ฟังเฟี้ยวไม่เฟี้ยว ตอนปี 65 ผมก็ประสาน ท่าน ผกก.ลำลูกกา ตอนนั้น เข้าไปจับบ่อนที่มีหมาตัวนึงที่กำลังเห่าหอน ตอนนี้เดินน่ารักมาขอกรูหลังบ่อนถูกจับแต่ก็หน้าแหกเหมือนพ่อเพราะกรูไม่เอาด้วยเพราะไม่อยากเปื้อนอะไรโสมม และได้ให้สัมภาษณ์ อีกครั้ง เมื่อถามถึงประเด็น “สป.สายไหม” ที่ออกมาโพสต์ตอบโต้นั้น กัน จอมพลัง มองว่า “เป็นเรื่องของเด็กน้อย ตนไม่ได้สนใจ กระดูกมันคนละเบอร์กัน ของจริงไม่ต้องพูดเยอะ ไม่ใช่คู่ชกด้วย”

ล่าสุดเมื่อวันที่21 เมษายน ในรายการโหนกระแสวันนี้มี พูดคุยกันต่อในประเด็นแยกย่อยต่อมาจากกรณีของ พีช สมิทธิพัฒน์ ที่ขับรถไปชนรถกระบะของคุณลุงคุณป้า คนที่เข้ามาช่วยเหลือ คือ กัน จอมพลัง ที่ไปเกิดมี เประเด็นแตกแยกย่อยออกมาจากเรื่องหลัก โดยมีผู้สนับสนุน ฝ่าย “นายกเบี้ยว” นั่นคือ สป.สายไหม ออกมาวิจารณ์ การกระทำและวิพากาษ์วิจารณ์ กัน จอมพลัง ว่าใช้วิธีการแบบมาเฟีย
นายกัน จอมพลัง เปิดเผยว่า ภายหลังจากทำคดีคุณตาคุณยายที่ถูกรถ BMW ของลูกนักการเมืองชนได้รับบาดเจ็บ มีหลายคนที่ออกมาเคลื่อนไหวเหมือนเป็นทีมงานของผู้ก่อเหตุ ตนจึงตรวจสอบข้อมูลจนพบว่า มีบุคคลใส่เสื้อที่มีข้อความน่าสงสัย เช่น “เบ็ดๆ ที่ไม่ใช่เบ็ดตกปลา” จึงแคปภาพไว้ พร้อมรวบรวมข้อมูลส่งมอบให้ตำรวจไซเบอร์ เพื่อให้ตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่
นายกัน ยังระบุว่า สำหรับกรณีที่ “เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” กล่าวอ้างว่ามีคนตั้งค่าหัวตน 1 ล้านบาทและวางมัดจำแล้ว 500,000 บาท กันกล่าวว่าไม่ต้องเป็นห่วง และอยากให้กลับไปโฟกัสงานแถวพระราม 7 แทนจะดีกว่า เพราะเท่าที่ผ่านมามีการกล่าวอ้างหลายอย่างที่ไม่เป็นความจริง เช่น การอ้างว่ามีพี่ชายของเต้มารับคำสั่งหรือโทรหาตน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นจริง
การไปขู่แบบนี้ คนที่กลัวไม่ใช่ตน แต่คนที่กลัวคือคุณลุงคุณป้า เขาเกิดอาการ PTSD กลัวจะมีใครมาทำร้าย กลัวมีใครจะมาเก็บ ส่วนตัวของตนรู้ว่าเป็นคำพูดไร้สาระ แต่ลุงป้าเขาไม่เคยเจอแบบนี้ เขากลัวจนปฏิเสธการรักษา เขาไม่กล้าให้ใครมายุ่งกับเขาเลย เพราะกลัวมากๆ
ด้าน ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยาเชิงจิตวิทยาและพฤติกรรมอาชญากร อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ม.มหิดล ระบุว่า การที่เราจะพิมพ์อะไรลงไปในอินเตอร์เน็ต หรือจะออกมาพูดอะไรที่ไร้สาระ ไม่ได้ทำอะไรให้มันดีขึ้น อยู่เฉยๆ ไม่พูดอะไรเลยจะดีกว่า เพราะการออกมาพูดโดยไม่ผ่านกระบวนการกลั่นกรอง มันแสดงถึงวุฒิภาวะ ว่าคูณเป็นคนระดับไหน คนเราทุกคนมีสมอง แต่มันทำงานได้ปกติไหม มันอีกเรื่องหนึ่ง บางทีเรามองหน้าเราไม่รู้นะครับ ว่าข้างในสมองมันแหว่ง มันเน่ายังไง
“ถ้ามีเวลาอยากให้ไปเรียนหนังสือ การลงทุนที่ดีที่สุด คือการลงทุนเพื่อหาความรู้ใส่ตัว จะได้ไม่โง่ ไม่ใช่ลงทุนเติทมอินเตอร์เน็ต ซื้อคีย์บอร์ด มาพิมพ์อะไรโง่ๆ ที่ทำให้คนดูคนฟัง รู้สึกเสียเวลา เสียดายอินเตอร์เน็ต เสียดายกระดูกหูชั้นใน เวลาที่ฟัง”ดร.ตฤณห์ กล่าว

ขณะที่ในรายการ สป.สายไหม หรือ “เสี่ยป่อง” โฟนอินเข้ามาชี้แจง โดยบอกว่า ผมจะพูดกับพี่หนุ่มคนเดียวเท่านั้น ไม่พูดกับคนอื่น เพราะผมไม่ให้ราคาคนที่ทำตัวเป็นมาเฟีย และที่ตนออกมาโพสต์ ก็เป็นการโพสต์ในฐานะประชาชนในพื้นที่ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับ “ป๊า” หรือ “นายกเบี้ยว”

โดยเสี่ยป่อง ยืดอกรับตรงๆ อาชีพของตนเป็นนักพนัน ชอบเล่นการพนัน ไปเล่นที่ประเทศเพื่อนบ้าน
เมื่อถามว่าเคยมีประเด็นเรื่องทำบ่อน หรือเรื่องทำเว็บพนันไหม ก็บอกได้ตรงๆ ว่าไปให้ข้อมูลกับตำรวจมาหมดแล้วอะไรที่ตนผิด ประเทศนี้เขามีตำรวจ มีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ใช่มาใช้วิธีมาเฟียแบบนี้ ตนไม่ชอบ เพราะ “คนๆ นั้น” ที่ตนไม่ให้ราคา ไม่ได้เป็นตำรวจด้วยซ้ำ
ขณะที่ กัน จอมพลัง เล่า “นิทาน” หลังจากที่ สป.สายไหมวางสายไป โดยเล่าว่า เมื่อประมาณปี 2565 ตนเองเคยประสานงานกับผู้กำกับการ สภ.ลำลูกกา เพื่อเข้าจับกุมบ่อนการพนันแห่งหนึ่ง ซึ่งภายหลังจากบ่อนถูกจับกุม ก็มีบุคคลหนึ่งที่มีชื่อเสียง พา “เด็กน้อย” คนหนึ่ง ท่าทางนอบน้อม เดินเข้ามาหา พยายามจะขอเคลียร์เรื่องที่เกิดขึ้น ตอนนั้น กัน ปฏิเสธที่จะเจรจา เพราะไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่โสมม ไม่ใช่คนที่ตีกินเพื่อหาเงินจากเรื่องแบบนี้ ไม่รับเคลียร์

