สตม. เข้าตรวจสอบบริษัท TPIPP สระบุรี พบแรงงานจีน 250 ราย มี วีซ่าประเภทพิเศษ ถูกต้องตามกม. สั่งปรับ 13 รายผิดพ.ร.บ.คนเข้าเมือง เกี่ยวกับการแจ้งที่พัก
สืบเนื่องจากกรณีมีสื่อออนไลน์โพสต์ข้อความเกี่ยวกับบริษัท TPIPP มีแรงงานต่างด้าวชาวจีนผิดกฎหมายเข้ามาทำงานเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดช่วงเช้าของวันที่ 22 เมษายนนั้น
เมื่อวันที่ 22 เมษายน วันเดียวกันนี้ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ ผบก.ตม.3 ได้สั่งการ ชุดตรวจค้น นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท.หญิง ทิวาพร รุ่งโรจน์ สว.ตม.จว.สระบุรี พร้อมกำลังตำรวจ ตม.สระบุรี ร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.3 ประสานการปฏิบัติกับส่วนราชการในพื้นที่ นำโดยจัดหางานจังหวัดสระบุรี ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี ตำรวจภูธรภาค 1 และหน่วยงานปกครองในพื้นที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เข้าตรวจสอบ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ใน ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี
ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ที่มีการร้องเรียนผลิตไฟฟ้าในเครือของบริษัท TPIPP ซึ่งเป็นโรงงานผลิตและจำหน่ายปูนซีเมนต์ โดยขณะตรวจสอบพบ แรงงานต่างด้าวสัญชาติจีน จำนวน 250 คน พบว่า แรงงานดังกล่าวได้รับการอนุญาตให้อยู่ต่อ วีซ่าประเภทพิเศษที่ออกโดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (The Board of Investment of Thailand : BOI) ของประเทศไทยถูกต้องตามกฎหมาย
หากแต่เมื่อตรวจสอบเกี่ยวกับการแจ้งที่พักพบว่ามีการดำเนินการผิดไปจากที่กฎหมายกำหนดอยู่ จำนวน 13 ราย จึงได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับในความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง มาตรา 37 รายละ 4,000 บาท จำนวน 8 ราย และปรับตามมาตรา 38 รายละ 1,600 บาท จำนวน 5 ราย รวมเป็นเงินค่าปรับทั้งสิ้น 40,000 บาท
ทั้งนี้ในขณะตรวจสอบมี นายวรวิทย์ สงวนนามสกุล เป็นผู้จัดการของบริษัท นำการตรวจสอบ โดยแจ้งว่าในส่วนของแรงงานได้มีการขออนุญาตถูกต้อง และวัสดุก่อสร้างโรงงานผลิตไฟฟ้าดังกล่าวก็เป็นโรงงานในลักษณะประกอบสำเร็จ ซึ่งบริษัทได้มีการขออนุญาตนำเข้ามาเพื่อประกอบภายในประเทศถูกต้องทุกประการ มีการขออนุญาตหน่วยงานผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว
พล.ต.ต.ชัยฤทธิ์ได้เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวเป็นกรณีที่ประชาชนให้ความสนใจ โดยหลังจากมีการกล่าวอ้างว่ามีแรงงานผิดกฎหมายในวันนี้ ผบช.สตม.ได้สั่งการให้เข้าตรวจสอบในวันเดียวกันทันที ในชั้นนี้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้เข้าตรวจสอบตามอำนาจและหน้าที่ โดยได้ประสานแรงงานจังหวัดเข้าทำการตรวจสอบเบื้องต้น
พบว่า กรณีดังกล่าวไม่ใช่เรื่องการใช้สิทธิฟรีวีซ่า หากแต่เป็นกรณีการขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรตามข้อกำหนดและการให้อนุญาตโดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น กรณีพบการกระทำผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับคนเข้าเมืองก็ได้มีการเปรียบเทียบปรับตามอำนาจหน้าที่แล้ว แต่ในส่วนของเรื่องการก่อสร้างโรงงานและการนำเข้าต่างๆ ก็จะได้ประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น อุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี ฯลฯ เข้าตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ต่อไป


