‘ชายจีน’ เปิดปาก สาเหตุสังหารเหี้ยมตัดอวัยวะ สรุปไทม์ไลน์ก่อเหตุ-เตรียมบินหนีกลับอู่ฮั่น

26.04.25 | 21:20 น.

ผบช.ภ.2 ชม คลี่คลายคดีฉับไว ดักจับคนร้ายชาวจีนฆ่าโหดก่อนบินหนี ให้การอ้างถูกทำร้ายก่อน พบหลักฐานพิรุธ ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ

วันที่ 26 เมษายน 2568 พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบช.ภ.2เปิดเผยว่า ชื่นชม ทีมตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จว.ชลบุรี ที่ทำงาน อย่างรวดเร็วสืบสวนคลี่คลายคดีสามารถจับกุมคนร้ายได้ก่อนจะหลบหนี โดยร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จับกุมนายฟู่ ชาวจีน ได้อย่างรวดเร็วขณะกำลังรอขึ้นเครื่องบินหลบหนี ภายหลังก่อเหตุฆ่า ตัดอวัยวะภายใน สาว LGBTQ วัย 25 ปี ในห้องพักแห่งหนึ่ง ในตำบลหนองปรือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี แล้วหลบหนีเตรียมเดินทางออกนอกประเทศ โดยพบว่าใบหน้าของชายชาวจีนคนนี้เต็มไปด้วยบาดแผลรอยข่วน

ผบช.ภ.2 กล่าวว่า คดีนี้ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งพบศพในห้องพัก เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น.ของวันนี้ รุดเข้าตรวจสอบทำให้ทราบว่ามี ชายชาวจีนมาติดต่อเช่าห้อง 7 วัน ระหว่างวันที่ 25 เมษายน 2568 ระบุเช็กเอาต์ วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 โดยตอนแรกเข้ามาเพียงคนเดียว ก่อนจะพาผู้เสียชีวิตเข้ามาในช่วง 22.15 น. ของวันที่ 25 เมษายน ซึ่งผู้เข้าพักอาศัยได้ยินเสียงทะเลาะวิวาทส่งเสียงดังในช่วงกลางดึกเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 26 เมษายน ก่อนเสียงจะเงียบลงในอีก 1 ชั่วโมงต่อมา แต่ไม่มีใครเข้าไปตรวจสอบ กระทั่งเวลา 09.00 น.วันนี้ เจ้าของที่พักไปตรวจสอบ เพราะผู้เช่ารายอื่นมาร้องเรียนว่าห้องดังกล่าวส่งเสียงดังเมื่อคืนที่ผ่านมา พบว่าห้องล็อก จึงเปิดเข้าไปพบศพและมีรอยเลือดในห้อง

“ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เข้าคลี่คลายคดีอย่างรวดเร็วพบว่าชายจีนที่เช่าห้องหายตัวไป ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าออกจากที่พักลำพังเมื่อ 07.50 น. ของวันนี้ และพบว่าได้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์รับจ้าง ต่อรถทัวร์มุ่งหน้าเข้า กทม. จึงได้ประสานผ่าน พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย  ผกก.สส.บก.ตม.3 ขอให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเฝ้าระวังสกัดจับตัว หากพบให้ใช้อำนาจระงับการเข้าออกประเทศไว้ก่อน

กระทั่งช่วงบ่ายวันนี้ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พบว่า นายฟู่ กำลังจะเดินทางไปยังปลายทางเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ในไฟลต์เวลา 15.15 น.   ต่อมาศาลจังหวัดพัทยาอนุมัติหมายจับกุมนายฟู่ในข้อหาฆ่าผู้อื่น ตำรวจ สภ. เมืองพัทยา เข้าควบคุมตัว“

Advertisement

ผบช.ภ.2 เผยว่า หลังคุมตัว ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้นำตัวไปตรวจเก็บพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ก่อนสอบสวนอย่างละเอียด ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การเบื้องต้นว่าทำไปเพราะถูกทำร้ายก่อน แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อพยานหลักฐานเนื่องจากในห้องที่เกิดเหตุ มีถุงกระสอบ และสายรัดข้อมือสำหรับการพันธนาการจำนวนมาก ส่วนหนึ่งอยู่บนเตียง และข้างร่างของผู้เสียชีวิต และจากสภาพศพมีการกรีดตั้งแต่อวัยวะเพศไปจนถึงช่วงอก ตัดเอาอวัยวะภายในออกมาข้างนอก

ซึ่งแพทย์นิติเวชระบุในเบื้องต้นว่า มีอวัยวะปอดหายไป 1 ข้าง จากการสอบปากคำผู้ต้องหาก็อ้างว่าอุปกรณ์ที่พบในห้อง ซื้อเตรียมไว้ก่อน ตำรวจจึงยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การต้องทำการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียด โดยต้องประสานข้อมูลกับสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย และผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

“ ความสำเร็จในคดีนี้ต้องชื่นชมตำรวจ สภ. เมืองพัทยา ที่คลี่คลายคดีและประสานงานอย่างรวดเร็ว ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี, พ.ต.อ.ชาตรี สุขศิริ
รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี, พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี (รอง ผอ.ศปชก.ภ.จว.ชลบุรี),
พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา, พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองพัทยา, พ.ต.ท.สุรเดช อิ่มใจ สว.สส.สภ.เมืองพัทยา, พ.ต.ท.ธเนศน์ แสงหิรัญ สว.สส.สภ.เมืองพัทยา พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสืบสวน สภ.เมืองพัทยา“ พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าครอบครัวผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า เนื่องจากครอบครัวฐานะไม่ค่อยดี เมื่อผู้เสียชีวิตเรียนจบชั้น ปวช. ไม่มีเงินส่งเรียน จึงได้เดินทางไปทำงานที่พัทยาเพื่อส่งตัวเองเรียนและเป็นเสาหลักช่วยเหลือครอบครัวมาตลอด โดยทำงานทุกอย่าง และส่งเงินเดือนให้พ่อแม่เดือนละหมื่นกว่าบาท ทั้งยังเพิ่มสร้างบ้านให้พ่อแม่เสร็จด้วย

ทั้งนี้ ล่าสุด เมื่อวานนี้ (25 เมษายน) ก่อนเกิดเหตุ 1 วัน ผู้เสียชีวิตได้โทรหาพี่สาวบอกว่า จะกลับมาที่บ้านเพื่อทำเรื่องไปทำงานกับเจ้านายเก่าที่ไต้หวัน ก่อนที่จะติดต่อไม่ได้ และครอบครัวรับรู้ว่าผู้เสียชีวิตคบหาอยู่กับคนจีน และเคยเตือนว่าให้ระมัดระวังตัวด้วย กลัวว่าจะตามเขาไม่ทัน และเตือนเสมอว่าอาชีพที่ทำต้องพบปะผู้คนมากหน้าหลายตา ต้องพูดจาให้ไพเราะ ไม่ไปทะเลาะกับใคร หลีกเลี่ยงสิ่งที่สุ่มเสี่ยง