ภรรยาไรเดอร์คาใจ ‘รพ.-คลินิก’ โยนกันไปมา ไม่ออกใบส่งตัว ทำสามีหนัก 220 กก. ดับคาห้องเช่า

30.04.25 | 20:35 น.

ภรรยาไรเดอร์คาใจรพ.-คลินิกโยนกันไปมา ไม่ออก ‘ใบส่งตัว’ ทำสามีหนัก 220 กก. เสียชีวิตในห้องเช่า วอนหน่วยงานช่วยดูแล รับขัดสนจัดงานศพ

จากกรณีเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (29 เมษายน) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตภายในหอพักแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ภายในซอย ประชาอุทิศ 17 ถนนประชาอุทิศ แขวงราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร ซึ่งสาเหตุของการเสียชีวิตของชายคนดังกล่าว เนื่องจากป่วยเป็นโรคประจำตัว หลายโรค แล้วผู้เสียชีวิตยังมีน้ำหนักตัวถึง 220 กิโลกรัม ซึ่งต่อมาทราบชื่อผู้เสียชีวิตชื่อ นายปริญญา อายุ 28 ปี มีอาชีพเป็นไรเดอร์บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง

ต่อมาภรรยาของผู้เสียชีวิต ระบุถึงสาเหตุของการเสียชีวิตว่าเกิดจากการที่ทางโรงพยาบาลได้ให้ไปเอาใบส่งตัวที่คลินิก แล้วพอไปถึงคลินิก ก็ให้ไปเอาประวัติการรักษาที่โรงพยาบาล สุดท้ายแล้วเธอจึงยอมให้สามีได้เจาะเลือดที่คลินิก แต่ต้องรอผลเลือดในช่วงเวลา 16.00 น.ของวันเดียวกัน เธอกับสามีเลยตัดสินใจกลับมารอที่หอพักก่อนและเมื่อใกล้ถึงเวลาที่ทางคลินิกนัดหมาย ก็จะเดินทางไปรับผลเลือดเพื่อจะได้นำไปยื่นให้กับทางโรงพยาบาลพร้อมกับใบส่งตัว แต่แล้วเธอก็เผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย พอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีสามีของเธอก็เสียชีวิตแล้ว ทำให้ภรรยาของผู้เสียชีวิตติดใจในเรื่องของระบบการแพทย์ ในการรักษาพยาบาลด้วยบัตรทอง 30 บาท รักษาทุกโรค ว่าทำไมถึงใช้งานไม่ได้ในกรณีฉุกเฉิน แล้วทำไมถึงใช้ได้แค่ครั้งเดียวครั้งต่อไปต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลเอง แล้วทำไมแค่ใบส่งตัวผู้ป่วยทางคลินิกถึงได้ออกให้เลยไม่ได้ ต้องรอผลตรวจอะไรมากมาย แล้วรอนานจนไม่ทันการณ์

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 30 ผู้สื่อข่าวเดินทางมาที่วัดราชสิทธาราม ซอยอิสรภาพ 23 ถนนอิสรภาพ แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร เพื่อมาร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพ นายปริญญา อายุ 28 ปี ซึ่งทางญาติจะตั้งสวดพระอภิธรรมศพ เป็นเวลา 3 วัน แล้วจะมีพิธีฌาปนกิจศพ ในวันที่ 3 พฤษภาคม เวลา 18.00 น.

จากการสอบถามนางสาว ผึ้ง อายุ 32 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต กล่าวว่า หลังจากที่ข่าวการเสียชีวิตของสามีตนได้เผยแพร่ออกไปตามสื่อต่างๆ ทางโรงพยาบาลหรือคลินิกก็ไม่ได้ออกมาแสดงความเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวตนมองว่ามันต้องมีคนรับผิดชอบ แล้วทางคลินิกก็ไม่มีแม้แต่คำขอโทษ จะโทรมาคุย มาถามอะไรบ้างก็ไม่มี แต่มีมาออกข่าวว่าทำใบส่งตัวให้แล้วแต่ไม่มาเอาเองซึ่งแบบนี้พูดมาได้อย่างไรแล้วจริงๆ เจาะเลือดต้องเป็นของโรงพยาบาล ทางเขาไม่มีสิทธิในการเจาะเลือดให้เพราะมันไม่ใช่ ตนต้องการแค่ใบส่งตัวเพื่อให้สามีตนได้ไปนอนที่โรงพยาบาลเพราะเขาไม่ไหวแล้วหน้าซีดแล้ว ถ้าคนเราไม่ไหวจริงๆ ทำให้เลยได้ไหม ไม่ต้องมานั่งรออะไรแบบนี้ ส่วนเรื่องที่จะนำศพเอาไว้กี่วัน ตนก็ยังไม่ทราบเพราะเงินไม่มี สามีตนเป็นเสาหลักของตนด้วย แล้วสิ่งที่ตนเสียไปมันเทียบกับอะไรไม่ได้เลย ชีวิตคนทั้งคน

Advertisement

ซึ่งตนคิดว่าเขาน่าจะทำประวัติให้ใบส่งตัวเลย แต่นี้ไม่มีเลย แล้วจะมาตรวจโรคเอง เจาะเลือดเอง แล้วก็จัดยาให้เองโดยการที่ถ่ายจากตัวยาเก่าของโรงพยาบาล เขาไม่ได้ทำใบส่งตัวให้เลยแต่พอข่าวออกแล้วมาพูดว่าทำให้แล้วแต่ตนไม่ไปเอาเองตรงนี้ตนก็ไม่โอเคกับคำพูดแบบนี้ ตนอยากจะให้มีผู้ใหญ่ที่มาช่วยดูแลตนเรื่องค่าจัดงานศพบ้างเพราะตนก็ไม่มีตังค์เลย

ส่วนทางด้าน เรือตรี จรูญ อ่อนละออ อายุ 68 ปี พ่อบุญธรรมของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตอนเช้าเขาจะมาหาหมอเพื่อจะไปเจาะเลือดที่โรงพยาบาล แต่โรงพยาบาลไม่ให้เจาะเพราะไม่มีใบส่งตัว เขาก็เข้ามาหาตนเพื่อจะมากินข้าวกันกับแฟนเขา พอกินเสร็จก็ไปกับแฟนเขา ตนก็ขอให้เขาไปดีไม่ต้องห่วงอะไร

“พ่อดูแลตัวเองได้ พ่อป่วยเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีกไม่ค่อยมีเงินตอนนี้รับเบี้ยคนชรา จัดงานศพครั้งนี้ก็ไม่มีเงินก็ต้องหาช่วยๆ กัน ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยเหลือบ้าง” เรือตรี จรูญ กล่าว

ทั้งนี้ญาติส่วนใหญ่เป็นคนหาเช้ากินค่ำ ส่วนพ่อบุญธรรมป่วยด้วยโรคเส้นเลือดสมองตีบก็เลยเป็นเหตุให้เป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีกด้านขวา ส่วนทางภรรยาของผู้เสียชีวิตก็ไม่มีรายได้อะไร จึงขัดสนเรื่องเงินจัดงานศพเป็นอย่างมาก