DSIพร้อมผู้แทน สตง. ผู้แทนกิจการร่วมค้า PKW ผู้แทนกิจการร่วมค้า ITD-CREC – จนท.โยธาธิการฯ เปิดเอกสารครบแล้ว 121 ลัง จากการอายัด 26 ตู้คอนเทนเนอร์ เตรียมพิจารณาเข้าสำนวนคดีนอมินี สอบปากคำพยานวิศวกร 40 ราย
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 1 พ.ค. ที่ ห้องอบรมความเชี่ยวชาญ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ศูนย์ราชการฯ อาคารเอ ชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ พ.ต.ท.อมร หงษ์ศรีทอง ผอ.กองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ เปิดเผยความคืบหน้าก่อนดำเนินการเปิดเอกสารเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างตึก สตง. ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้แทนกิจการร่วมค้า ITD-CREC (บริษัท อิตาเลียนไทยฯ และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯ) ผู้แทนกิจการร่วมค้า PKW และผู้แทน สตง. ว่า สำหรับภาพรวมที่กรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการในวันนี้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.การสอบสวนปากคำพยานวิศวกร ภายใต้กิจการร่วมค้า PKW จำนวน 10 ราย โดยในวันนี้มีวิศวกรยืนยันเข้าพบพนักงานสอบสวน 8 ราย
แบ่งเป็นสอบสวนปากคำในช่วงเช้า 4 ราย และช่วงบ่ายอีก 4 ราย ทั้งนี้ วิศวกรที่จะต้องเข้าพบในช่วงเช้ามาครบเรียบร้อยแล้ว โดยยังอยู่ระหว่างการให้ปากคำ ส่วนวิศวกรที่จะต้องเข้าให้ปากคำ ส่วนเรื่องการเปิดเอกสารที่ดีเอสไอได้มีการอายัดมาจากตู้คอนเทนเนอร์ 26 ตู้ก่อนหน้านี้ ทั้งหมด 121 ลัง จากบริเวณไซต์งานก่อสร้าง สตง.ชั่วคราว ซึ่งในวันนี้จะได้มีการร่วมกันกับผู้แทนกิจการผู้ค้าสัญญา ประกอบด้วย กิจการร่วมค้า ITD-CREC (บริษัท อิตาเลียนไทยฯ และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯ) ผู้แทนกิจการร่วมค้า PKW และผู้แทน สตง. ร่วมกันเปิดเอกสารและตรวจอย่างละเอียด เนื่องจากเอกสารทั้ง 121 ลังนี้ เป็นเอกสารที่ดีเอสไอตรวจยึดมาจากตู้คอนเทนเนอร์ที่พวกเขาเป็นเจ้าของผู้ครอบครอง จึงต้องร่วมกันเปิดพิสูจน์
โดยจะมีเจ้าหน้าที่จากกรมโยธาธิการและผังเมือง เข้าร่วมตรวจเอกสารและแยกรายละเอียดเอกสาร เพื่อวิเคราะห์ว่าเอกสารประเภทใดบ้างที่จะทำการยึดไว้เป็นพยานหลักฐานเข้าสู่สำนวนคดี ส่วนหากเอกสารรายการใดไม่เกี่ยวข้องก็จะส่งคืนให้ ดังนั้น การตรวจเอกสารพร้อมกันนี้ จะทำให้มีการรับรู้รับทราบตรงกัน ลดความสงสัยใด ๆ ส่วนประเด็นของผู้แทน สตง. ที่เข้ามาร่วมตรวจสอบเอกสารในวันนี้ ทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ที่เคยไปบริเวณไซต์งานชั่วคราว สตง. และได้ร่วมอายัดเอกสาร ขณะที่บริษัทผู้ออกแบบอย่าง บริษัท ฟอ-รัม อาร์คิเทค จำกัด และบริษัท ไมนฮาร์ทฯ จะยังไม่ต้องร่วมเปิดเอกสารในวันนี้ เนื่องจากเอกสารที่ตรวจยึดมาจากตู้คอนเทนเนอร์ ยังไม่พบว่ามีส่วนใดเป็นของบริษัทผู้ออกแบบ

พ.ต.ท.อมร เปิดเผยอีกว่า ในการจำแนกเอกสารทั้งหมด 121 ลังนี้ จะต้องมีการคัดแยกว่าเป็นเอกสารที่ตรวจยึดมาจากตู้คอนเทนเนอร์ที่ครอบครองโดยใคร โดยเราจะมีการจัดทำรายการจำแนกเอกสารไว้อย่างครบถ้วน ชัดเจน ซึ่งจะทำการเปิดเอกสารพร้อมกันทุกลัง ไม่ได้มีการสุ่มตรวจ หรือเรียงลำดับความสำคัญ เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่โยธาธิการและผังเมือง ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่มา 4 ชุด เพื่อดูประเด็นสำคัญ 5 เรื่อง ฉะนั้น จุดการให้น้ำหนักว่าเอกสารใดคือเอกสารรายการสำคัญ ก็จะต้องหารือกับเจ้าหน้าที่โยธาธิการฯ เนื่องจากเอกสารที่จะนำเข้าสู่สำนวนคดีก็จะถูกใช้โดยเจ้าหน้าที่โยธาธิการฯ เช่นเดียวกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่โยธาธิการฯ ที่เข้ามาในวันนี้ ทราบว่าเป็นฝ่ายเลขาจากคณะกรรมการชุดใหญ่ฯ
พ.ต.ท.อมร เปืดเผยอีกว่า สำหรับกรอบเวลาในการตรวจสอบเอกสารที่จะถูกใช้เป็นพยานหลักฐานในสำนวนคดี เรายังไม่สามารถกำหนดกรอบเวลาได้เนื่องจากต้องตรวจสอบและดูรายละเอียดเพิ่มเติมจึงต้องใช้เวลาสักระยะ แต่หากมีส่วนไหนที่เล็งเห็นว่าต้องเชิญเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาตอบคำถามเกี่ยวกับเอกสาร เราก็จะพิจารณาออกหนังสือเชิญต่อไป อย่างไรก็ตาม เอกสารที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษต้องการ อาทิ เอกสารเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างทั้งหมด เอกสารเกี่ยวกับการออกแบบงาน เอกสารการควบคุมงาน เอกสารการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบ และเอกสารเกี่ยวกับวัสดุ
ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 32/2568 กรณีความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือนอมินี บ.ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ว่า ภายหลังจากที่ดีเอสไอได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้แทน สตง. ผู้แทนกิจการร่วมค้า PKW และผู้แทนกิจการร่วมค้า ITD-CREC เปิดเอกสาร 121 ลัง ซึ่งได้มาจากการอายัด 26 ตู้คอนเทนเนอร์ ภายในไซต์งานชั่วคราวอาคารก่อสร้างตึก สตง. ปรากฏว่าผ่านมากว่า 5 ชม. ตั้งแต่เวลา 09.30 น. ถึงเวลา 14.30 น. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดและผู้แทนกิจการร่วมค้า ได้ร่วมกันตรวจสอบเอกสารทั้งหมดและจำแนกเอกสารเสร็จสิ้นเรียบร้อย โดยภายใน 1 ลังเอกสาร ประกอบด้วย 6 แฟ้ม ทั้งนี้ มีรายงานว่าเอกสารบางส่วนได้ถูกนำไปใช้ประกอบการพิจารณาในสำนวนคดี
คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ระบุอีกว่า ส่วนการเรียกสอบปากคำพยานวิศวกร 8 รายในวันนี้ (รอบเช้า 4 ราย และรอบบ่าย 4 ราย) ยืนยันว่ามาครบทั้ง 8 ราย ซึ่งขณะนี้พยานวิศวกรในรอบบ่าย ยังคงอยู่ในระหว่างการสอบปากคำ ทั้งนี้ ดีเอสไอได้ออกหมายเรียกพยานวิศวกรทั้งสิ้น 40 ราย โดยมีการสอบปากคำตั้งแต่วันแรก 29 เม.ย.68 – 1 พ.ค.68 รวมสอบสวนแล้ว 25 ราย ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (2 พ.ค.68) จะเป็นวันสุดท้ายสำหรับการสอบสวนปากคำพยานวิศวกรอีก 10 รายที่เหลือ ส่วนวิศวกรที่ไม่ได้มาตามนัดหมาย จะเรียกมาให้การใหม่อีกครั้งภายในสัปดาห์นี้

คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ระบุต่อว่า สำหรับคำให้การของพยานวิศวกรทั้ง 25 รายตอนนี้ ได้รับการสรุปผลดังนี้ วันที่ 29 เม.ย.68 มีพยานวิศวกรมาพบพนักงานสอบสวน 7 ราย ให้การยอมรับว่ามีการปลอมลายเซ็น 6 ราย และยอมรับว่าเป็นลายเซ็นของตนเองจริง 1 ราย ส่วนวันที่ 30 เม.ย.68 มีพยานวิศวกรเข้าพบ 10 ราย ให้การยอมรับว่ามีการปลอมลายเซ็น 6 ราย และยอมรับว่าเป็นลายเซ็นของตนเองจริง 4 ราย

ส่วนวันที่ 1 พ.ค.68 มีพยานวิศวกรมาพบพนักงานสอบสวนครบ 8 ราย ให้การยอมรับว่ามีการปลอมลายเซ็น 7 ราย และยอมรับว่าเป็นลายเซ็นของตนเองจริง 1 ราย
ต่อมาเวลา 14.55 น. ผู้สื่อข่าวได้สังเกตุเห็นว่า ผู้แทน สตง. ได้เดินออกจากห้องตรวจสอบเอกสาร จึงได้พยายามเข้าไปสอบถามว่า วันนี้ตรวจสอบเอกสารเสร็จสิ้นแล้วใช่หรือไม่ แล้วเป็นเอกสารประเภทใดบ้าง ทางผู้แทน สตง. ระบุว่า “ตรวจเสร็จแล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นเอกสารของผู้รับจ้างตามที่ตรวจพบในตู้คอนเทนเนอร์“ และเมื่อถามว่าตรวจสอบพบความผิดปกติได้หรือไม่ ผู้แทน สตง. ระบุว่า ”ตนยังไม่ทราบ ยังไม่ได้พิจารณา โดยเอกสารที่เป็นของตู้คอนเทนเนอร์ สตง. มีทั้งหมด 30 ลัง ซึ่งมีจำนวนเยอะ ทั้งนี้ เอกสารทั้งหมดไม่ได้ถูกพิจารณานำเข้าสำนวนของดีเอสไอทั้ง 30 ลัง แต่มีนำเข้าบางส่วน และคืนกลับมาบางส่วน“ ขณะที่เจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้แทนกิจการร่วมค้า PKW ผู้แทนกิจการร่วมค้า ITD-CREC ต่างเดินทางกลับเรียบร้อยแล้ว

