เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.พารินท จันทร์เลิศ ,พ.ต.ท.สุทธิชัย ไชยรัตน์ รอง ผกก.5 บก.ป. ร่วมกันปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ กก.5 บก.ป. จำนวนกว่า 50 นาย ที่สถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (เพชรบุรี) ระดมกวาดล้างนายทุนเงินกู้นอกระบบในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและสุพรรณบุรี 6 เป้าหมาย เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำหรับพื้นที่เป้าหมายจุดสำคัญที่เข้าตรวจค้นในครั้งนี้อยู่ที่บ้านพักเลขที่ 45/38 หมู่บ้านจัดสรรณัฎฐรียา ต.นาวุ้ง อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี ของ น.ส.จันทร์เพ็ญ แก้วมีสี หรือ ทราย จัดเต็ม อายุ 32 ปี โดยเข้าตรวจค้นเมื่อเวลา 06.00 น. เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น บนพื้นที่ป100 ตารางวา มีรั้วรอบขอบชิด ช่วงแรกที่เจ้าหน้าที่ไปถึงกลับไม่มีผู้ใดยอมแสดงตัวแต่ในบ้ามีการเปิดเครื่องปรับอากาศรวมถึงเปิดไฟบริเวณโดยรอบจำนวนหลายดวง อีกทั้งติดตั้งกล้องวงจรปิดหลายตัวล้อมรอบพื้นที่บ้านอีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงได้กระจายกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่ พร้อมกับติดต่อประสานไปยังญาติของ น.ส.จันทร์เพ็ญ ซึ่งเชื่อว่า น.ส.จันทร์เพ็ญ น่าจะยังอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว แต่ด้วยความตกใจจึงทำให้ไม่กล้าออกมาพบ จึงประสานไปทางญาติน.ส.จันทร์เพ็ญ ต่อมาน.ส.จันทร์เพ็ญยอมเดินออกมาจากบ้านพักพร้อมกับ นายสุรเดช สุขสำราญ อายุ 39 ปี สมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านลาด จ.เพชรบุรี เพื่อนหนุ่มคนสนิท อยู่ภายในบ้านดังกล่าวด้วยกัน เพื่อมาเจรจากับเจ้าหน้าที่ก่อนจะอนุญาตให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นภายในบ้านหลังดังกล่าวได้ จากการตรวจสอบภายในบ้านพบว่า ภายในห้องเก็บของชั้นล่างของบ้านหลังดังกล่าวมีแฟ้มเก็บเอกสารการกู้ยืมเงินอยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงยังตรวจพบอาวุธปืนพกขนาดต่างๆอีกจำนวน 5 กระบอก ในตู้เซฟบนชั้นสองของบ้าน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้กระจายกำลังเข้าตรวจค้นภายในสำนักงานเอ็กเซลเล็นท์ และที่อาคารเก็บรถจักรยานยนต์ของบริษัทดังกล่าว ที่ น.ส.จันทร์เพ็ญ เป็นผู้ครอบครอง ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี พบรถจักรยานยนต์ 20 กว่าคัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้ยึดของกลางทั้งหมดไว้ทำการตรวจสอบ

พ.ต.อ.ภูมินทร์ กล่าวว่า สำหรับปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายทั้ง 6 จุดในครั้งนี้ตรวจยึดเอกสารการกู้ยืมเงินนอกระบบของเครือข่ายเงินกู้ได้ 2 เครือข่าย โดยเครือข่ายแรกเป็นเครือข่ายของ น.ส.จันทร์เพ็ญ หรือ ทราย จัดหนัก จากหลักฐานเอกสารที่ตรวจยึดได้นั้นพบว่ามีวงเงินกู้ยืมเงินนอกระบบสูงกว่า 100 ล้านบาท ขณะที่ในส่วนของอาวุธปืนทั้ง 5 กระบอกที่สามารถตรวจยึดได้นั้นพบว่าเป็นปืนทั้งหมดเป็นปืนมีทะเบียนถูกต้อง โดยแบ่งเป็นปืนของน.ส.จันทร์เพ็ญ 3 กระบอก และปืนของ นายสุรเดช 2 กระบอก ทั้งนี้ในส่วนของนายสุรเดช ถึงแม้ว่าปืนจะมีทะเบียน แต่เนื่องจากตามกฎหมายแล้วไม่อนุญาตให้พกพาอาวุธปืนออกนอกพื้นที่บ้านได้ แต่นายสุรเดช กลับนำปืนมาเก็บไว้ที่บ้านของ น.ส.จันทร์เพ็ญ จึงถือเป็นความผิดในฐาน “พกพาอาวุธปืนออกไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต” ขณะที่ในส่วนของ น.ส.จันทร์เพ็ญ นั้นจากการสอบสวนเบื้องต้นให้การรับสารภาพว่าได้ปล่อยเงินกู้นอกระบบจริง โดยทำมานานกว่า 8 ปี โดยแรกเริ่มใช้เงินลงทุนเพียงแค่ 9 หมื่นบาทเท่านั้น ส่วนกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งรอบบ้านพักยอมรับว่าเป็นกล้องวงจรปิดที่สามารถส่งผ่านข้อมูลภาพมายังโทรศัพท์มือถือได้ตลอดเวลาจึงทำให้สามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวต่างๆภายรอบๆบ้านได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่ น.ส.จันทร์เพ็ญ ในความผิดฐาน “เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด” ก่อนคุมตัวส่ง สภ.เมืองเพชรบุรี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
พ.ต.อ.ภูมินทร์กล่าวต่อว่า ส่วนเครือข่ายที่สองเป็นของ บริษัท ชีพ เดเวลล็อบเมนท์ ซึ่งเป็นบริษัทที่รับทำธุรกรรมเกี่ยวกับไฟแนนซ์ ในพื้นที่ จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งจากการตรวจค้นพบว่าบริษัทดังกล่าวมีวงเงินกู้ยืมหมุนเวียนกว่า 4 ล้านบาท อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบทั้ง 2 เครือข่ายยังไม่พบความเกี่ยวข้องข้องเชื่อมโยงถึงกัน เพียงแต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือรูปแบบการปล่อยกู้ยืมเงินในแบบธุรกรรมอำพรางโดยใช้ในลักษณะของการซื้อสิ่งของ เครื่องใช้ ต่างๆ


