รวบแก๊งค์ลักรถจักรยานยนต์ “คอตัน คู้บอน” เครือข่ายภาคอีสาน ส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 2 พฤษภาคม พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุทธิศักดิ์ วันที รอง ผบก.น.3 ได้ลงพื้นที่กำชับและสั่งการให้ขยายผลทลายแก๊งลักรถจักรยานยนต์ “คอตัน คู้บอน” เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.หนองจอก ร่วมกันจับกุม นายพิชิตชัย อินปากดี อายุ 22 ปี ตามหมายจับของศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.640/2568 ลงวันที่ 30 เมษายน 2568 ข้อหา “รับของโจร”
ภายหลังจากเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 08.37 น. ผู้เสียหายเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สน.หนองจอก โดยแจ้งความร้องทุกข์ว่า เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 02.46 น. ผู้แจ้งได้จอดรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 ไอ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1กน 870 สุโขทัย ไว้ที่บริเวณหอพักแห่งหนึ่ง ซอยเลียบวารี 8 แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ต่อมาไม่พบรถจักรยานยนต์ ทราบว่าหายไป จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับคนร้าย

ต่อมาหลังจากได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.หนองจอก ได้ออกสืบสวนติดตามคนร้าย โดยตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ จนทราบว่าคนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุมี 2 คน คือ นายนฤเบศ หรือไกด์ อายุ 20 ปี และนายวีรพล หรือโบ้ อายุ 21 ปีโดยใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีเขียว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับขี่มาก่อเหตุ
ตลอดจนสืบทราบว่าคนร้ายหลบหนีมาอยู่ที่บริเวณซุ้มไก่ หน้าบ้านไม่ทราบเลขที่ แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและได้รับคำสั่งให้ออกสืบสวนติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย จนกระทั่งวันที่ 29 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.หนองจอก นำโดย พ.ต.ท.ชัยธัช เชียงทา รอง ผกก.สส.สน.หนองจอก ได้นำกำลังมาที่บริเวณซุ้มไก่ หน้าบ้านไม่ทราบเลขที่ แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร

จากนั้นพบ นายวีรพล หรือโบ้ อายุ 21 ปี และนายนฤเบศ หรือไกด์ ยืนอยู่บริเวณซุ้มไก่ดังกล่าว โดยมีตำหนิรูปพรรณ คล้ายคลึงกับคนร้ายตามภาพกล้องวงจรปิด อีกทั้งยังยืนอยู่ข้างรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีเขียว ลักษณะเดียวกันกับรถตามภาพจากกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ร่วมกันจับกุมทั้งสอง
จากการสอบถามผู้ถูกจับทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และให้การว่าได้ร่วมกันก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ 110ไอ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1กน 870 สุโขทัย ที่บริเวณหอพักดังกล่าวจริง จากนั้นได้นำรถจักรยานยนต์ที่ได้จากการลักทรัพย์ไปขายให้แก่คนรู้จักกันทางเฟซบุ๊กโดยใช้ชื่อบัญชีว่า “จิ๊กโก๋ กลับใจ” ในราคา 8,000 บาท โดยชายคนดังกล่าวได้ทำการโอนเงินให้แก่ตนผ่านทางพร้อมเพย์ หมายเลขโทรศัพท์ เป็นของแฟนสาวของนายวีรพล หรือโบ้ เมื่อตรวจสอบชื่อผู้โอนเงินให้ พบว่าชื่อนายพิชิตชัย
จากนั้นจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิให้นายวีรพล หรือโบ้ และนายนฤเบศ หรือไกด์ ทราบว่า “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” พร้อมทั้งได้ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีเขียว หมายเลขทะเบียน 1 กม 6466 สมุทรสาคร 1 คัน ซึ่งเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด และควบคุมตัวผู้ถูกจับทั้งสองคน พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ต่อมา พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุทธิศักดิ์ วันที รอง ผบก.น.3 ได้ลงพื้นที่กำชับและสั่งการให้ขยายผลทลายเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.หนองจอก ขยายผลการจับกุมจนนำไปสู่การที่ศาลอาญามีนบุรี มีหมายจับนายพิชิตชัย ตามหมายจับของศาลอาญามีนบุรี ข้อหา “รับของโจร” ในเวลาต่อมาเมื่อวันที่ 30 เมษายน เวลาประมาณ 15.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.หนองจอก ร่วมกันจับกุม นายพิชิตชัย ซึ่งหลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่ห้องแห่งหนึ่ง บริเวณคู้บอน 27 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ
จากการสอบสวนชั้นจับกุมผู้ต้องหาได้ให้ถ้อยคำให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงนำตัวผู้ต้องหามาจัดทำบันทึกการจับกุม และนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนขยายผลทราบว่า เครือข่ายดังกล่าวเป็นเครือข่ายลักรถจักรยานยนต์ มีนายทุนใหญ่อยู่ภาคอีสาน หลังจากได้รถจักรยานยนต์แล้วจะส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยข้ามแม่น้ำโขงทางช่องทางธรรมชาติ ระหว่างนี้ได้ประสานสืบสวนภูธรภาค 3 เพื่อทำข้อมูลและขยายผลการจับกุมไปยังนายทุนใหญ่


