สืบนครบาล 3 บุกจับ สาวรับจ้างเปิดบัญชีม้า กลางลานจอดรถห้างดัง พบคิวรอหมายจับยาวเป็นหางว่าว 

8.05.25 | 18:09 น.

สืบนครบาล 3 บุกจับ สาวรับจ้างเปิดบัญชีม้า กลางลานจอดรถห้างดัง พบคิวรอหมายจับยาวเป็นหางว่าว 


จาการสอบสวนน้องแป้งรับว่า ก่อนหน้านี้เปิดบัญชีตามธนาคารต่าง ๆ หลายบัญชี แล้วนำไปขายให้กับกลุ่มรับซื้อบัญชีม้า ที่ประกาศรับซื้อทางเฟซบุ๊กในราคาบัญชีละ 1,500 บาท จากนั้นทางกลุ่มมิจฉาชีพที่ซื้อบัญชีไปจะไปทำการหลอกลวงทางออนไลน์ ตนเองทราบดีว่า ต้องถูกออกหมายจับแน่ ๆ และคงไม่มีแค่ 3 หมายจับที่ตำรวจสืบนครบาล 3 ให้ดู เนื่องจากทางบ้านแจ้งมาว่า มีหมายเรียกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่งไปติดไว้ที่หน้าบ้านยาวเป็นหางว่าวแล้ว

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 8 พฤาภาคม  พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น.ดูแลงานสืบสวน พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร  ผบก.น.3 พ.ต.อ.สุทธิศักดิ์  วันที  รอง ผบก.น.3รับผิดชอบงานสืบสวน พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผกก.สส.บก.น.3  ได้สั่งการให้  พ.ต.ท.จำนงค์  ประสพสุขมั่งดี รองผกก.สส.บก.น.3 พ.ต.ท.ชำนาญ โพธิ์น้อย  สว.กก.สส.บก.น.3 พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนนครบาล 3 ร่วมกันจับกุม น.ส.พรรณิพา หรือ “น้องแป้ง”  ภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.ขุนโขลน  อ.พระพุทธบาท  จ.สระบุรี ตามหมายจับ ของ ศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.1498/67 ลงวันที่ 14 พ.ย.67  , ศาลจังหวัดน่าน (สาขาปัว)  ที่ จ 249/67 ลงวันที่ 26 พ.ย.67  และหมายจับของ ศาลจังหวัดอ่างทอง ที่ 254/67 ลงวันที่ 27 พ.ย.67 ข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยกระทำการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาทางใด” จับกุมได้ที่บริเวณ ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าธัญญาพาร์ค  ถนนศรีนครินทร์  แขวงพัฒนาการ  เขตสวนหลวง  กรุงเทพมหานคร

ชุดสืบสวนนครบาล เร่งรัดจับกุมบัญชีม้าที่สร้างความเสียหายให้กับพี่อน้องประชาชน จนทราบว่ามีผู้ต้องหา บัญชีม้า ระดับ “ม้าเทาเข้ม” ที่มีผู้เสียหายดำเนินการแจ้งความแล้วจำนวนมาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับได้แล้ว จำนวน 3 หมาย หลบหนีไปเป็นพนักงานของของอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าย่านศรีนครินทร์ ต่อมาเมื่อวันที่  7 พ.ค. 2568  สามารถจับกุมตัว น.ส.พรรณิพา หรือ “น้องแป้ง” ตามหมายจับดังกล่าว

Advertisement

จาการสอบสวนน้องแป้งรับว่า ก่อนหน้านี้เปิดบัญชีตามธนาคารต่าง ๆ หลายบัญชี แล้วนำไปขายให้กับกลุ่มรับซื้อบัญชีม้า ที่ประกาศรับซื้อทางเฟซบุ๊กในราคาบัญชีละ 1,500 บาท จากนั้นทางกลุ่มมิจฉาชีพที่ซื้อบัญชีไปจะไปทำการหลอกลวงทางออนไลน์ ตนเองทราบดีว่า ต้องถูกออกหมายจับแน่ ๆ และคงไม่มีแค่ 3 หมายจับที่ตำรวจสืบนครบาล 3 ให้ดู เนื่องจากทางบ้านแจ้งมาว่า มีหมายเรียกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่งไปติดไว้ที่หน้าบ้านยาวเป็นหางว่าวแล้ว

มีหมายจับศาลอาญามีนบุรี พื้นที่ สน.มีนบุรี เป็นการหลอกลวงโดยใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ THAI CRF ” ได้โฆษณาเชิญชวน รับสมัครบุคคลเข้าร่วมทำงาน Part-Time ในลูกแบบ รับจ้างบรรจุสินค้า ขายส่ง โดยอ้างว่าผู้สมัครสามารถทำงานเสริมที่บ้านพักได้

เมื่อผู้เสียหายสนใจและทักเข้าไปซักถามรายละเอียด และต่อกัน ที่บัญชีไลน์ “ พิมย์ ดีปะภา ” แจ้ง เกี่ยวกับขั้นตอนการทำงานในขั้นต่าง ๆ จากนั้นเมื่อผู้เสียหายสนใจ จึงได้มีบัญชีไลน์อีกบัญชีหนึ่งชื่อ “ หัวหน้า นิรชา ” อ้างว่าเป็นแอดมิน และอ้างว่า จะต้องชำระเงินเป็นค่าสมัครสมาชิก ค่าประกันสินค้าเสียหาย เมื่อหลงเชื่อ จึงได้โอนเงิน ไปที่บัญชี น.ส.พรรณิพา ครั้งละ 1,144 บาท จำนวน 4 ครั้ง หมายจับศาลจังหวัดอ่างทอง พื้นที่ สภ.วิเศษชัยชาญ ภ.จว.อ่างทอง  เป็นการหลอกลวง ทางเฟซบุ๊กเชิญชวนผู้เสียหาย ให้โอนเงินร่วมลงหุ้น เป็นเทรดหุ้นต่างประเทศ ครั้งแรกลงทุนน้อย ๆ สามารถถอนเงินได้ เมื่อลงทุนเพิ่มมากขึ้น ทางระบบจะแจ้งว่าผู้เสียหายไม่ใช่สมาชิกวีไอพี จึงทำให้ถอนเงินในระบบไม่ได้ ต้องอัพเกรดเป็นสมาชิกวีไอพี ต่อมาระบบได้แจ้ง ว่า เลขที่บัญชีธนาคารของผู้เสียหายไม่ถูกต้อง จึงได้ระงับบัญชีของผู้เสียหายไว้ ทำให้ถอนเงินออกไม่ได้ และได้แจ้งให้ผู้เสียหาย เติมเงินเพิ่ม

เมื่อเติมเงินเพิ่ม ก็อ้างว่าต้องจ่ายภาษี และโอนเงินเพื่อปลดระงับบัญชีเพื่อถอนเงินออกมา เมื่อโอนเงินเข้าไป ระบบได้แจ้งว่ายอดเงินมียอดสูงเกินกว่าที่กำหนดไว้ เพื่อรักษาความปลอดภัยของยอดเงิน ต้องชำระค่ารักษาความปลอดภัย จึงโอนเงินไปอีก เมื่อผู้เสียหายพยายามถอนเงินหลายครั้ง ระบบได้ระงับบัญชีไว้ก่อน หากจะถอนเงินออกได้จะต้องเติมเงินเพิ่ม เพื่อยกเลิกการระงับบัญชี จนผู้เสียหายแจ้งว่าไม่มีเงินเติมในระบบอีกแล้ว ระบบได้แจ้งว่าหากอยากได้เงินคืน ให้โอนเงินไปภายใน 24 ชั่วโมง ผู้เสียหายถูกหลอกลวงไปเป็นเงินจำนวน 313,902 บาท หมายจับศาลจังหวัดน่าน (สาขาปัว)  พื้นที่ สภ.เชียงกลาง ภ.จว.น่าน  เป็นการหลอกลวงโดยเฟซบุ๊ก

โฆษณาเชิญชวน รับสมัครบุคคลเข้าร่วมทำงาน Part-Time ในลูกแบบ รับจ้างบรรจุสินค้า ขายส่ง โดยอ้างว่าผู้สมัครสามารถทำงานเสริมที่บ้านพักได้ เมื่อผู้เสียหายสนใจและทักเข้าไปซักถามรายละเอียด จะต้องชำระเงินเป็นค่าสมัครสมาชิก ค่าประกันสินค้าเสียหาย ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้โอนเงินค่าทำงานเป็นค่ามัดจำ จำนวน 24,990 บาท ต่อมาอ้างว่าทำงานไม่สำเร็จให้โอนเงินเพิ่มอีก 80,000 บาท จึงไม่ยอมโอนเงินไปให้ ผู้เสียหายถูกหลอกได้รับความเสียหายเป็นจำนวนเงิน 24,990 บาท เบื้องนำตัวส่ง พนักงานสอบสวนสน.มีนบุรี ดำเนินคดี ตามกฎหมาย