ผบ.ตร. สั่งสอบวินัย หมอรพ.ตำรวจ ปมแพทยสภาลงโทษ รักษา ‘ทักษิณ’ ชั้น 14

9.05.25 | 13:37 น.

ผบ.ตร.รับทราบกรณีแพทยสภาลงโทษหมอ กรณี ‘ทักษิณ’ รักษาตัวชั้น 14 สั่งกองวินัยเตรียมสอบ หากเป็นแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีที่แพทยสภามีมติลงโทษ ว่ากล่าวตักเตือน และพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 ทั้งหมด 3 ท่าน ซึ่งต่อมามีรายงานข่าวว่า 2 ใน 3 ของแพทย์ที่ถูกลงโทษเป็นแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจว่า ได้รับทราบเรื่องดังกล่าว “จากทางสื่อมวลชนเท่านั้น แต่ยังไม่ได้รับเอกสารอย่างเป็นทางการ”

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวว่า แต่ได้สั่งการให้กองวินัยเตรียมพร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงหากมีการแจ้งเรื่องมาอย่างเป็นทางการ โดยตามขั้นตอนปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อมีการแจ้งเรื่องเข้ามายังฝ่ายวินัย จะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง แม้ขณะนี้จะยังไม่มีการแจ้งเข้ามาอย่างเป็นทางการ แต่ก็ได้ให้ทางกองวินัยรับทราบและเตรียมพร้อมในการเสนอความเห็นแล้ว

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวเพิ่มเติมว่า หากเป็นแพทย์ตำรวจ ที่ถูกพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมนั้น ในส่วนของวิชาชีพแพทย์จะต้องหยุดปฏิบัติงานด้านการรักษาพยาบาลทันที และอาจมีการระงับค่าตอบแทนพิเศษสำหรับตำแหน่งในวิชาชีพนั้นๆ ส่วนในด้านวินัยตำรวจ จะต้องมีการพิจารณาต่อไปว่ามีความผิดทางวินัยในข้อใดบ้าง ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ และกฎคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ว่าด้วยการบริหารวินัย

“ยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่นิ่งเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อมีการพักใบอนุญาต จะต้องมีการหยุดปฏิบัติหน้าที่ทางการแพทย์ทันที แต่ในฐานะที่เป็นข้าราชการตำรวจ หากมีการกระทำผิดวินัยอย่างใดอย่างหนึ่งก็ต้องมีการตรวจสอบ”

ส่วนประเด็นว่า จะมีการดำเนินคดีอาญาหรือไม่นั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวว่า จะต้องมีการร้องทุกข์กล่าวโทษเข้ามา จึงจะสามารถดำเนินการได้ แต่ในส่วนของเรื่องวินัยนั้นจะต้องพิจารณาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

Advertisement

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวต่อว่า ไม่ได้รู้สึกหนักใจในเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นกระบวนการที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ส่งตัวนายทักษิณมารักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งโรงพยาบาลตำรวจก็ต้องปฏิบัติไปตามหน้าที่ อย่างไรก็ตาม เมื่อแพทยสภามีผลการพิจารณาออกมาเช่นนี้ ก็จะต้องนำผลดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาดำเนินการต่อไป