สน.เพชรเกษม สอบปากคำเพิ่มเติม หนุ่มเมียนมา มือยิงเจ้าของฟิตเนส เตรียมฝากขังศาลอาญาธนบุรีพรุ่งนี้
จากกรณีที่เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ต.อ.ธิติพงษ์ สียา ผกก.สส.บก.น.9 พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม นำกำลังชุดสืบสวน บก.น.9 และ สน.เพชรเกษม จับกุม นายไสหาน อายุ 23 ปี ชาวเมียนมาผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ 507/2568 ลงวันที่ 10 พ.ค.68 คดีฆ่าผู้อื่นฯ
หลังก่อเหตุยื้อแย่งอาวุธปืนลั่นใส่ นายยุทธโรจน์ อายุ 70 ปี เสี่ยเจ้าของฟิตเนส ซึ่งเป็นนายจ้างของภรรยานายไซหาน จนเสียชีวิต ภายในบ้านแขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น
อ่านข่าว:ด่วน! รวบแล้ว ‘ชายเมียนมา’ มือยิงเจ้าของฟิตเนสวัย 70 ดับคาบ้าน – เผยชนวนฆ่าโหด
ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 พฤษภาคม พนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม ได้นำตัว น.ส.พอง อายุ 18 ปี ภรรยาของนายไสหาน อายุ 23 ปี ที่ถูกดำเนินคดี ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ไปส่งที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อกักตัวชั่วคราวในการสืบพยานจนกว่าการสอบสวนจะแล้วเสร็จ ก่อนจะผลักดันกลับประเทศต้นทางต่อไป

ส่วนการสอบสวนนายไสหาน ผ่านล่าม ได้ความว่า คบหากับภรรยามาได้สักพัก จนภรรยาตั้งท้องได้ 5 เดือน โดยตนมีอาชีพรับจ้างทาสีอยู่ที่ จ.สมุทรปราการ ส่วนภรรยามาทำงานที่บ้านเกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อวันที่ 8 พ.ค. ตนมาหาภรรยาเพื่อขอเงิน 1,000 บาท แต่ก็สังเกตุเห็นนายยุทธโรจน์ (นายจ้าง) พกกระเป๋าสะพาย และในกระเป๋าก็มีรีโมตประตูบ้าน กุญแจรถ และปืนพก ทางนายจ้างบอกให้ตนมาทำงานด้วยกัน ตนจึงกลับไปลาออกจากงานเก่า ซึ่งต่อมาฝ่ายภรรยาไปพูดกับนายจ้างว่าตนเมาแล้วชอบทำร้ายร่างกายภรรยา จึงทำให้นายจ้างปฏิเสธและไม่รับตนเข้ามาทำงานด้วย ทำให้ตนรู้สึกโกรธภรรยามากที่ไปบอกกับนายจ้างอย่างนั้น
โดยก่อนเกิดเหตุตนเหมารถแท็กซี่มาจากจังหวัดสมุทรปราการ ให้มาส่งที่เกิดเหตุในราคา 700 บาท เมื่อมาถึงหน้าประตูบ้าน ตนยืมโทรศัพท์โชเฟอร์แท็กซี่ ใช้โทรเข้าไปหาภรรยาให้ออกมาเปิดประตูรั้ว เพื่อจะขอเงินมาจ่ายค่ารถแท็กซี่ แต่ก็ไม่มีใครมาเปิดประตูให้ ตนจึงปีนประตูรั้วเข้าไป เมื่อเข้าไปถึงหน้าเรือนไทยกลางน้ำ พบนายจ้างถือปืนออกมาห้ามตนไม่ให้เข้าไปหาภรรยา แต่ตนยืนยันว่าจะเข้าไป จนนายจ้างใช้อาวุธปืนยิงลงพื้น 2 นัด ตรงหน้าเพื่อจะขู่ตน ซึ่งตนคิดว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้ว จึงกระโดดกอดตัวนายจ้างเพื่อป้องกันตัว จนเกิดการยื้อแย่งอาวุธปืนกันขึ้น และปืนเกิดลั่นใส่นายจ้าง 1 นัด จนแน่นิ่งไป จากนั้นตนเดินเข้าไปตบภรรยาด้วยความโกรธ และได้คว้าปืนพร้อมกระเป๋าของนายจ้างออกมาด้วย ก่อนใช้กุญแจไขรถ แล้วกดรีโมตเปิดประตู ก่อนจะขับรถออกไปแบบไม่รู้ทิศทาง จนไปเฉี่ยวชนรถ จยย.บริเวณแยกบ้านแขก และย่านถนนข้าวสาร จนทะเบียนหน้าหลุด ถูกกลุ่ม จยย.ล้อมรถไว้และพยายามจะเปิดตูรถ แต่ก็ขับหนีรอดมาได้ เมื่อขับรถไปถึงแฟลตตำรวจภูธรภาค 1 ถนนวิภาวดีฯ เครื่องยนต์รถดับโดยไม่ทราบสาเหตุ จึงขึ้นรถแท็กซี่ไปที่ตลาดรังสิต เปิดโรงแรมนอน 1 คืน จากนั้นได้นั่งรถเมล์ไปหางานทำย่านซอยอ่อนนุช 65 เมื่อได้งาน จึงเอาโทรศัพท์ของนายจ้างเข้าไปให้ที่ร้านขายโทรศัพท์ใกล้บ้านนายจ้างปลดล็อก แต่เสียค่าใช้จ่าย 500 บาท ตนไม่มีเงินจึงทิ้งโทรศัพท์ไว้ที่ร้าน จนกระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด

พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม กล่าวว่า หลังจากตรวจสอบถึงเส้นทางหลบหนีคนร้าย ทำให้ทราบว่าคนร้ายขับรถไปจอดทิ้งไว้ริมถนนวิภาวดีฯ จากนั้นได้ขึ้นรถแท็กซี่หนีไปที่สถานีรถไฟรังสิต จากนั้นตนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.เพชรเกษม ร่วมกับ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บชน. พ.ต.อ.ธิติพงษ์ สียา ผกก.สส.บกน.9 พร้อมชุดสืบสวนได้เดินทางไปที่สถานีรถไฟรังสิต ขณะกำลังเฝ้าตัวคนร้าย มี รปภ.ของสถานีรถไฟเข้ามาแจ้งว่า พบผู้ต้องสงสัยคาดว่าจะก่อเหตุลักทรัพย์โทรศัพท์มือถือที่สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ ซึ่งกำลังจะขึ้นรถไฟต่อไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้แสดงตัวเพื่อตรวจค้น ทราบชื่อนายเอกพล ละออเอี่ยม อายุ 40 ปี ตรวจค้นในตัวพบโทรศัพท์มือถือซัมซุง รุ่น A02 s 1 เครื่อง สอบถามแล้วไม่ใช่โทรศัพท์ของตัวเอง
จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียหายแจ้งความหายไว้ที่ สน.เตาปูน และยังมีผู้เสียหายอีกนับสิบราย ที่ได้แจ้งความไว้แล้ว และที่สถานีรถไฟกรุงเทพอภิวัฒน์ได้ติดรูปของนายเอกพลไว้ว่าเป็นบุคคลอันตรายอีกด้วย จึงแจ้งฝ่ายสืบสวน สน.เตาปูน ให้มารับตัวไปดำเนินคดีต่อไป จากนั้นจึงได้รีบเดินทางไปจับกุมตัวนายไสหาน ได้ที่บ้านนายจ้างใหม่ ภายในซอยอ่อนนุช 65 เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป
ต่อมาเวลา 13.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายไสหาน ออกจากห้องขัง เพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ และรอล่ามแปลภาษา เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมต่อไป โดยจะนำตัวส่งศาลเพื่อขอฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรีในวันพรุ่งนี้

