อัยการดาว เข้าให้ปากคำเพิ่ม ‘ตร.ไซเบอร์’ คดีแม่ถูกแก๊งคอลตุ๋น 7.6 แสน

14.05.25 | 20:16 น.

อัยการดาว เข้าให้ปากคำเพิ่มกับตร.ไซเบอร์ ฐานะพยานกรณีมารดาถูกแก๊งคอลหลอกโอน 7.6 แสน


เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 14 พฤษภาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีที่ น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ หรือ “อัยการดาว” อัยการผู้เชี่ยวชาญสำนักงานคดียาเสพติด เข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ หลังได้รับมอบอำนาจจากมารดา วัย 79 ปี

ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “แฮรี่” อ้างตัวว่าเป็นนักธุรกิจชาวเวียดนามที่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอังกฤษใช้คำพูดหว่านล้อมให้สมัครแอพพลิเคชันวอทเเอพพ์ โดยเข้ามาพูดคุยด้วยถ้อยคำสุภาพจนเชื่อใจ ก่อนใช้กลอุบายอ้างว่ามีพัสดุส่งของมาให้ เเต่น้ำหนักเกิน และติดเงื่อนไขอื่นๆ จนมารดาหลงกลโอนเงินให้ไป จำนวน 760,000 บาท เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา

น.ส.สุภาภรณ์ เดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน กก.4 บก.สอท.2 ในคดีที่มารดาวัย 79 ปี ถูกเเก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน รวมทั้งยังมีปัญหาที่มีบางธนาคารยังไม่ออกเลขเคสไอดี เพื่อใช้ในการติดตามคดี

Advertisement

น.ส.สุภาภรณ์ กล่าวว่า วันนี้มาในฐานะผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากแม่ผู้เสียหาย ก็ต้องมาให้การในฐานะพยาน ซึ่งพนักงานสอบสวนได้นัดหมายให้มาให้ข้อมูล และมาติดตามในส่วนที่มีปัญหาคือเคสไอดีกับพนักงานสอบสวน ซึ่งเหลือของธนาคารกรุงเทพ ที่ยังไม่ได้ ส่วนธนาคารกรุงไทย และธนาคารกสิกร ได้มาแล้ว

รวมถึงมาอธิบายถึงพฤติการณ์คนร้ายที่ทำธุรกรรมออกไป รวมถึงนำหลักฐานเพิ่มเติมมาให้พนักงานสอบสวน ในส่วนเรื่องเคสไอดีที่ติดปัญหาเป็นเรื่องระหว่างตำรวจกับธนาคารที่มีการระงับซึ่งมาตรฐานของแต่ละธนาคารแตกต่างกัน ตัวผู้เสียหายเองเราถือว่ามันจบแล้วเพราะมีการแจ้งความไปแล้ว เราเข้าใจว่าทางตำรวจจำเป็นต้องใช้ แต่ระเบียบของแต่ละธนาคารไม่เหมือนกัน ซึ่งทางธนาคารกรุงเทพได้มีการให้เราชี้แจงในรายละเอียดต่างๆ ซึ่งมันเป็นข้อกฎหมายก็ต้องยอมรับว่ามีการพูดคุยหลายครั้ง

ซึ่งเราตั้งข้อสงสัยว่ากับคนแก่ทำไมต้องไล่ข้อมูลถึงขนาดนั้นซึ่งเราก็มีการชี้แจงในประเด็นไปครบถ้วน ต้องบอกก่อนว่าที่เอ่ยชื่อเราไม่ได้ตำหนิทางธนาคารกรุงเทพ แต่ก็ขอความกรุณาช่วยดำเนินการ ตัวเราเองก็สงสารตำรวจ เพราะเค้าเองก็ทำอะไรไม่ได้เข้าใจว่าเป็นมาตรฐาน เข้าใจว่าทุกคนก็เดือดร้อน ทางคุณแม่เองก็เสียใจถึงขนาดไปถอนเงินที่เหลือในธนาคารเพียงแค่พันกว่าบาทออกมา ก็ขอฝากผู้บริหารลงมาช่วยดูด้วย