ผบช.น. รุดเจรจา ‘เต้ วัดยาง’ 5 ชม.ยังจับไม่ได้ ตร.เคลียร์พื้นที่แล้ว เฝ้าระวังอาวุธครบมือ

15.05.25 | 14:30 น.

ผบช.น. รุดเจรจา ‘เต้ วัดยาง’ 5 ชม.ยังจับไม่ได้ ตร.เคลียร์พื้นที่แล้ว เฝ้าระวังอาวุธครบมือ

จากกรณีเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ชายคลั่ง ถือปืนยิงขึ้นฟ้า และยิงต่อสู้ตำรวจ ภายในบ้านพักหลังหนึ่ง หลังวัดลครทำ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร โดยผู้ก่อเหตุ คือนายณัฐวัชต์ หรือ เต้ อายุ 31 ปี โดยมี พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บชน. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอรินทราช ตำรวจ 191 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจสน. บางกอกน้อย รุดมายังที่ยังที่เกิดเหตุ

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า เมื่อเวลา 11.30 น. วันเดียวกันนี้ นายศิริชัย อายุ 68 ปี พ่อนายเต้ ผู้ก่อเหตุ เดินทางมาปากซอยชุมชนวัดลครทำ กล่าวว่า นายเต้ มีลูกชาย 2 คน และเอาลูกชายไปฝากให้พ่อเลี้ยงดู 1 คน กำลังเข้ารียนชั้น ป.1 ที่ผ่านมาลูกชายมีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดมาโดยตลอด และเวลาที่เสพยาเสพติดก็มักจะมีปัญหากับภรรยา จนทำให้ที่ผ่านมาทั้งคู่เกิดเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันจนถึงขั้นลงมือทำร้ายร่างกาย แต่ก็ไม่เคยเกิดเหตุที่ถึงขั้นว่าเอาปืนออกมายิงกันแบบนี้

นายศิริชัย กล่าวอีกว่า นายเต้ ได้ออกจากบ้านมาอยู่ที่บ้านหลังเกิดเหตุตั้งแต่ อายุ 12 ซึ่ง เป็นบ้านของยาย แต่ยายเสียชีวิตไปแล้ว จึงทำให้ตนเองเริ่มห่างเหินกับลูกชาย จนนำไปสู่การตัดขาดการติดต่อกันตั้งแต่ตอนนั้นมา เนื่องจากตนเองรู้มาอยู่แล้วว่าลูกชายมีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดมาตั้งแต่ตอนนั้น และบ้านหลังที่ลูกชายมาอาศัยอยู่ก็มีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดด้วยกันทั้งบ้าน

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเบื้องต้นตนเองทราบว่าลูกชายได้ทะเลาะมีปากเสียงกับภรรยาอีกครั้ง สาเหตุมาจากการที่ลูกชายเสพยาเสพติดแล้วเกิดอาการหลอนคิดว่าภรรยามีชายอื่น จึงทำให้เป็นต้นเหตุของเรื่องราวที่เกิดขึ้น และติดใจสำหรับอาวุธปืนที่ลูกชายมีไว้ติดตัวตนเองไม่ทราบว่าลูกชายเอามาจากไหน แต่ถ้าหากการเข้าระงับเหตุในครั้งนี้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตัวของลูกชายได้มีการยิงปืนออกมาต่อสู้ แล้วสุดท้ายจบด้วยการที่ลูกชายถูกตำรวจวิสามัญ ตนเองก็จะไม่ติดใจเอาเรื่องอะไรทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าจะเป็นสายเลือดเดียวกัน แต่ถ้าหากทำผิดก็ต้องว่าไปตามกฏหมาย ไม่เข้าข้างใคร

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวได้สอบถามต่ออีกว่าเพราะเหตุใด พ่อไม่ติดใจเอาความอะไร ทั้งๆ ที่เป็นลูกชายแท้ๆ แบบนี้ โดยคำถามนี้พ่อของผู้ก่อเหตุ ก็ตอบสั้นๆ เพียงว่า “ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาเป็นลูกผมหรือไม่เพราะก่อนหน้านี้มันมีเหตุการณ์เยอะแยะมากมายภายในครอบครัวเกิดขึ้น”

Advertisement

ต่อมาเวลา 12.30 น. ผ่านไปกว่า 3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สปพ. พร้อมสุนัข K9 ลงพื้นที่ โดย พล.ต.ต.นพศิลป์ รอง ผบช.น. ยังคงเจรจาต่อรองกับผู้ก่อเหตุบริเวณหน้าบ้าน แต่ยังไม่มีการตอบรับ และยังไม่มีการยอมมอบตัวแต่อย่างใด ส่วนบรรยากาศโดยรอบมีกำลังตำรวจจากหลายหน่วย ทั้ง บก.สปพ. และ สน.บางกอกน้อย ตรึงกำลังปิดล้อมอยู่โดยรอบ รวมถึงให้สื่อมวลชนเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ตามแนวกั้นเท่านั้น เพื่อป้องกันอันตรายจากอาวุธปืน

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. เดินทางออกมาจากบ้านของผู้ก่อเหตุ หลังใช้เวลาเจรจานานกว่า 5 ชั่วโมง โดยบอกเบื้องต้นว่า ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการเจรจา ซึ่งผู้ก่อเหตุมีท่าทีอ่อนลง แต่จะถือปืนเป็นระยะ โดยไม่ได้เรียกร้องอะไรเป็นพิเศษ

จากการสอบถาม เพื่อนของผู้ก่อเหตุ บอกว่า เขาต้องการอยากทำร้ายตัวเอง และอยากให้ตำรวจบุกเข้าไปเพื่อให้ตำรวจทำร้าย ซึ่งตามยุทธวิธีไม่สามารถทำแบบนั้นได้ เพราะยังไม่ถึงจุดวิกฤต ที่ผู้ก่อเหตุไปทำร้ายคนรอบข้าง ดังนั้นจึงต้องใช้หลักการเจรจาก่อน และตอนนี้จึงต้องรอให้อาการผู้ก่อเหตุสงบจากฤทธิ์ยา และความเครียด และตอนนี้ ผู้ก่อเหตุ ยังมีสติติที่คุยตอบโต้ได้ แต่ยังคลั่งอยู่ ดังนั้นจึงต้องใช้การเจรจาต่อรองเพราะยังไม่ได้ยิงชาวบ้าน หรือทำร้ายใคร และต้องรอให้อารมณ์เย็นลงเหตุผลจะมา ตำรวจก็จะเจรจาว่า ชาวบ้านยังไม่ได้รับความเดือดร้อน

ส่วนภายในบ้านของผู้ก่อเหตุ ไม่มีคนอื่นอยู่แล้วนอกจากตัวผู้ก่อเหตุ เพราะบ้านหลังดังกล่าวเป็นญาติของผู้ก่อเหตุด้วยกัน ซึ่งทางผู้ก่อเหตุได้ปล่อยตัวออกมาหมดแล้ว ส่วนเพื่อนบ้าน ตำรวจก็เร่งเคลียร์ออกจากพื้นที่ทั้งหมดเช่นกัน และไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปภายในพื้นที่

พล.ต.ต.นพศิลป์ ยอมรับว่า เพื่อนของผู้ก่อเหตุให้ข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุ ได้ประกอบระเบิด ที่ใช้ดินเทาจากลูกไข่ประทัดไล่นก มาผสมเป็นเหมือนระเบิดแสวงเครื่องพันก้อนอยู่ และพร้อมจะจุดตลอดเวลา ตำรวจจึงต้องเฝ้าระวัง เพราะผู้ก่อเหตุมีทั้งปืน มีด และระเบิดลูกนี้ จึงต้องให้เวลาผู้ก่อเหตุสงบลง

ทั้งนี้ ตำรวจได้นำภรรยา ลูก พ่อ และพี่สาวมาเจรจาแล้ว แต่ผู้ก่อเหตุปฏิเสธไม่ต้องการคุยกับบุคคลที่สาม ส่วนประวัติของผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นพบว่า มีการก่อคดีเกี่ยวกับยาเสพติด มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบในรายละเอียดทั้งหมด