เมื่อวันที่ 4 เมษายน พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1(ผบช.ภ.1) เปิดเผยการตั้งจุดตรวจ-จุดสกัด ป้องกันอุบัติเหตุและเส้นทางอำนวยการจราจรช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2560 พร้อมจุดบริการของ บช.ภ.1 ช่วงระยะเวลา 7 วัน ว่าในการตรวจเข้มข้นเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน ภายใต้คำขวัญการรณรงค์ช่วงเทศกาล “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” โดยกองบังคับการ (บก.) แต่ละจังหวัดประกอบด้วย สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท ลพบุรี และสระบุรี จะมีจุดตรวจ-จุดสกัด 205 จุด จุดบริการ 233 จุด รวมทั้งหมด 438 จุด ในส่วนกำลังพลที่บริการทั้งจุดตรวจ-จุดสกัด 1,646 นาย จุดบริการ 2,516 นาย ชุดเคลื่อนที่เร็ว 704 นาย ชุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ 816 นาย รวม 5,682 นาย
พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวว่า พล.ต.ต.ธนา ชูวงษ์ รอง ผบช.ภ.1 (รับผิดชอบงานจราจร)รายงานว่าสำรวจผลสรุปทั้ง 9 จังหวัดมีจำนวนจุดเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุบ่อยแบ่งเป็นทางลาดชัน 10 จุด ทางร่วมทางแยก 92 จุด ทางโค้ง 37 จุด คอสะพาน 16 จุด และชุมชน 14 จุด รวม 169 จุด
ผบช.ภ.1 กล่าวว่า สำหรับในการควบคุมผู้ขับขี่ยานพาหนะเพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ทางร่วมกันจึงนำเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ 287 เครื่อง และเครื่องตรวจวัดความเร็ว 26 เครื่อง รวม 313 เครื่อง มาตรวจจับผู้ขับขี่ที่กระทำความผิดกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนผู้ร่วมทางกลับถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย
พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวว่า สำหรับด้านการจราจรจะเปิดช่องทางพิเศษ บนถนนพหลโยธิน ในพื้นที่ สภ.พระอินทร์ราชา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่ กม.47 ถึง กม.51(ขาออก) ระยะทางรวม 4 กม. สภ.วังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่ กม.51 ถึง กม.79 (ขาออก) ระยะทางรวม 18 กม. สภ.หนองแค จังหวัดสระบุรี ตั้งแต่ กม.79 ถึง สภ.พระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี กม.137 (ทั้งขาเข้า-ออก) รวมระยะทาง 58 กม. ในส่วนถนนมิตรภาพ สภ.เมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี ตั้งแต่ กม.0 ถึง สภ.มวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี กม.34 (ทั้งขาเข้า-ออก) ระยะทางรวม 34 กม.
“จากสถิติการเกิดอุบัติ 227 ราย ผู้เสียชีวิต 47 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ 235 ราย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2559 ในเขตรับผิดชอบ บช.ภ.1 สรุปวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ เมาสุรา 44.53% ขับรถเร็วเกินกำหนด 31.25% ตัดหน้ากระชั้นชิด 24.22% ประเภทรถที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด รถจักรยานยนต์ 69.20% รถเก๋ง/รถแท็กซี่ 16.67% รถกระบะ 14.13% ประเภทถนนที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ทางหลวงแผ่นดิน 51.34% ถนน อบต./หมู่บ้าน 26.74% ทางหลวงชนบท 21.92% และบริเวณจุดเกิดเหตุสูงสุด ทางตรง 73.36% ทางโค้ง 14.02% และทางแยก 12.62%” พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าว

