รองผบช.น. เผย 15 ผู้ต้องหา ตึกสตง. ให้การปฏิเสธ ตร.ค้านประกันตัว ไม่ตอบขยายผลข้าราชการหรือไม่

16.05.25 | 12:41 น.

รอง ผบช.น. เผยการสอบปากคำ 15 ผู้ต้องหา ทำให้อาคาร สตง. ถล่มให้การปฏิเสธ ยืนยัน “ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร ทุกอย่างตรงไปตรงมา กรรมใครที่ไปก่อไว้ ย่อมสนองในชาตินี้แน่นอน”

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 พฤษภาคม ที่ สน.บางซื่อ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีหลังศาลอนุมัติออกหมายจับ 17 ผู้ต้องหา เกี่ยวข้องกับอาคาร สตง. ถล่ม

พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวว่า สำหรับทั้ง 17 คน ทั้งบริษัทผู้ออกแบบ ผู้ควบคุมการก่อสร้าง และผู้รับเหมาก่อสร้าง ล่าสุดวันนี้พบว่ามีผู้ต้องหาที่ได้เดินทางเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ทั้งหมด 15 คน อีก 2 คน เป็น ผู้บริหารของบริษัท ว. และ สหาย ได้ประสานงานกับพนักงานสอบสวนว่าจะเดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวนในช่วงบ่ายของวันนี้

ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำ และแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาทั้งหมด โดยในระหว่างการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทั้งหมด พร้อมขอกลับไปเตรียมเอกสารคำให้การ มาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนภายในวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ เบื้องต้นในชั้นพนักงานสอบสวน ได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ ในส่วนของพนักงานสอบสวนจะทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยคำให้การใดที่เป็นประโยชน์ หรือคำให้การใดที่เราสอบปากคำไปแล้ว เราจะเอาไปขยายผลต่อว่าจะมีผู้อื่นผู้ใดที่มีการกระทำความผิดหรือมีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม ก็จะดำเนินการต่อเนื่อง

ส่วนจะมีการขยายผลไปถึงพนักงานข้าราชการ ที่เซ็นรับตึกด้วยหรือไม่นั้น พล.ต.ต.นพศิลป์ ระบุว่า เรารอข้อมูลข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงที่ทาง นายกรัฐมนตรีจัดตั้งขึ้นมาก่อน เนื่องจากในขณะนี้ยังไม่ได้รับข้อมูล และการขยายผลของการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 17 คน หากมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่อเนื่องหรือไปเกี่ยวกับบุคคลใด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลใด ที่มีการตรวจรับ TOR ตั้งแต่เริ่มต้น ก็จะขอหมายจับต่อไป โดยในส่วนนี้ได้ประสานงานกับดีเอสไออย่างใกล้ชิด ซึ่งส่วนของดีเอสไอ ได้ดำเนินการในเรื่องของนอมินี และฮั้วประมูล เนื่องจากได้รับเป็นคดีพิเศษไปแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการเช่นเดียวกัน

Advertisement

พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวต่อว่า พฤติการณ์ที่ทำให้พนักงานสอบสวนไปขอหมายจับตามมาตรา 227 ต่อเนื่อง 238 นั้น เนื่องจากการออกแบบควบคุมและการก่อสร้างเป็นไปตามหลักเกณฑ์ จึงเป็นเหตุให้อาคารถล่มและมีคนเสียชีวิต โดยจากการรวบรวมพยานหลักฐาน ในเรื่องของการออกแบบมีพยานผู้เชี่ยวชาญ ยืนยันว่าแบบแปลนการก่อสร้างดังกล่าว ไม่สอดคล้องกับกฎกระทรวงและไม่ได้มาตรฐาน

ส่วนการควบคุมงานและการก่อสร้าง ได้ตรวจพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุทั้งจากกองพิสูจน์หลักฐาน ดีเอสไอ และกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยเป็นการตรวจสอบวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างปูน เหล็ก ปรากฏว่าผลการตรวจสอบออกมาชัดเจนว่าไม่ได้มาตรฐาน โดยตาม TOR จะถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องใช้เหล็กเส้นปูนตามมาตรฐานแบบไหน แต่การก่อสร้างดังกล่าว ไม่เป็นไปตาม TOR ที่กำหนดหลักเกณฑ์ไว้และต่ำกว่ามาตรฐาน จึงถือว่ามีความผิด

รวมถึงยังมีการแก้ไขแบบแปลนในตัวของปล่องลิฟท์ และคอลิฟท์ โดยใช้ลายเซ็นปลอม เพื่อปลอมวุฒิวิศวกรเพื่อใช้ยืนยันในการแก้ไขแบบ ซึ่งนายสมเกียรติ ชูแสงสุข อ้างว่าตัวเองถูกปลอมลายมือชื่อ ทางตำรวจจึงส่งลายเซ็นที่ถูกแอบอ้างไปตรวจที่กองพิสูจน์หลักฐาน ปรากฏว่าลายเซ็นดังกล่าวเป็นลายเซ็นปลอมจริง ดังนั้นทั้งหมดจึงไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และไม่ได้มาตรฐาน จึงใช้เป็นพยานหลักฐาน เพื่อขอศาลออกหมายจับ

เมื่อถามว่าสรุปแล้วมีการตรวจรับงานทั้งหมดกี่งวดนั้น พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทาง สตง. ตรวจรับงานไปแล้วทั้งหมด 22 งวด โดยพนักงานสอบสวนได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่ทำการตรวจรับพัสดุมาสอบปากคำไปแล้ว ทั้งคณะกรรมการตรวจรับการออกแบบ การก่อสร้าง และการควบคุม แต่กระบวนการยังไม่เสร็จสิ้นทั้งหมด ซึ่งใน 22 งวด ความคืบหน้าจริงๆ ต้องคืบหน้า 80% แต่ทำได้จริงแค่ 33% คณะกรรมการตรวจสอบการออกแบบก่อสร้างที่ตรวจรับงานในงวดที่ 22 ได้บอกเลิกสัญญา แล้วยื่นเรื่องไปยังผู้ว่า สตง. เพื่อส่งต่อคณะกรรมการ สตง. ตั้งแต่ 15 มกราคม 2568 -28 มีนาคม 2568 แต่ยังไม่ได้บอกเลิกสัญญา ปรากฏว่าตึกถล่มก่อน ซึ่งส่วนนี้จึงอยู่ระหว่างการสอบปากคำให้เสร็จ โดยหลังจากนี้จะขยายผลว่ามีผู้เกี่ยวข้องกับความผิดต่อเนื่องกับบุคคลใดเพิ่มเติม และใน 22 งวด สตง. จ่ายเงินไปแล้ว 900 ล้านบาท เป็นงบประมาณที่ สตง. ได้รับการจัดสรรมาแล้ว

ถามว่า สตง. จะมีความผิดหรือไม่นั้น พล.ต.ต.นพศิลป์ ระบุว่า หลักฐานที่รวบรวม ถ้ามีความเกี่ยวข้องหรือไปถึงบุคคลใดจะดำเนินการขยายผลต่อ

เมื่อถามต่อว่า การออกหมายจับในครั้งนี้ ทั้ง 17 คนเป็นบริษัทเอกชนทั้งหมด และในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ข้าราชการที่เซ็นรับอาคารจะมีการขยายผลหรือไม่ พล.ต.ต.นพศิลป์ ตอบว่า “อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ข้อเท็จจริงที่ได้จากคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เรายังไม่ได้มา เราต้องรอผู้เชี่ยวชาญในส่วนนั้นด้วย ทางพนักงานสอบสวนทำงานอย่างตรงไปตรงมา ตามพยานหลักฐานไม่มีการกลั่นแกล้งบุคคลหนึ่งบุคคลใด ใครกระทำความผิดเหมือนที่บอกว่ากรรมใครที่ไปก่อไว้ ก็ย่อมจะสนองในชาตินี้อย่างแน่นอน”

ส่วนตอนนี้มีผู้เสียชีวิตถึงที่เราเจอศพ 89 ราย ทางนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็มีความกังวลใจ เพราะตึก สตง. ความสูงถึง 30 ชั้น และอยู่ห่างไกลจาก จุดศูนย์กลางที่เกิดแผ่นดินไหวกว่า 1,000 กิโลเมตร ทำไมถึงพังถล่มมาในลักษณะแพนเค้กซีเมนต์ได้ เราจึงได้นำพยานแวดล้อมทั้งคนที่ถ่ายคลิปไว้ในขณะที่อาคารยุบตัวว่ายุบตัวอย่างไรมาประกอบทั้งหมด

ต่อมาเวลา 13.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 15 ราย ไปส่งไปส่งฝากขังศาลอาญารัชดาภิเษกแล้ว