ผบช.ภ.8 ประกาศขอรับเบาะแส เจ๊แก้ว แม่ค้าทุเรียน ตลาดโพหวาย หายตัวพร้อมทองหนัก 15 บาท
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี นางสุจิตรา หรือเจ๊แก้ว แม่ค้าทุเรียน ที่ตลาดโพหวาย ขี่รถ จยย.ออกจากร้านจะกลับบ้าน และได้หายไปพร้อมทองคำน้ำหนัก 15 บาท และเงินสด 1 แสนบาท ในช่วง 2 ทุ่มวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 ประกาศขอรับข้อมูล เบาะแส การหายตัวไปของ นางสุจิตรา หรือเจ๊แก้ว กุลจันทร์ แม่ค้าทุเรียน ตลาดโพหวาย บางกุ้ง อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 พ.ค.68 เวลา 10.30 น. พ.ต.ท.วีรชาติ สีห์รา สว.สอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งจาก นายพงษ์พันธ์ แซ่ตั้น สามี อายุ 44 ปี ชาวหมู่ 5 ถ.ตลาดล่าง ต.บางกุ้ง อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี ปรากฏรายละเอียด ดังนี้
เมื่อวันเสาร์ที่ 17 พ.ค.68 เวลาประมาณ 18.30 น. นางสุจิตรา หรือเจ๊แก้ว ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA PCX สีน้ำเงิน ทะเบียน 1กย 6818 สุราษฎร์ธานี จากแผงจำหน่ายทุเรียน ตลาดโพหวาย บางกุ้ง เมืองสุราษฎร์ธานี ไปโอนเงินเข้าบัญชีให้กับนายพงษ์พันธ์ สามี ภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีสุราษฎร์ธานี จากนั้นขาดการติดต่อและหายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ เกรงเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจึงแจ้งความร้องทุกข์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยสืบสวนสอบสวนติดตามหานางสุจิตรา หรือเจ๊แก้ว
ต่อมาเมื่อพนักงานสอบสวนผู้รับแจ้งรายงานให้ พ.ต.อ.พรณรงค์ การอรชัย ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี รับทราบ เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปราม, ฝ่ายสืบสวนสอบสวน และงานจราจร เพื่อแบ่งมอบหน้าที่ติดตามทันที เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนชุดที่ 1 ตรวจสถานที่ทำงานแผงจำหน่ายทุเรียน ตลาดโพหวาย และบ้านพักของนายพงษ์พันธ์ และนางสุจิตรา หรือเจ๊แก้ว โดยญาตินำตรวจสอบกล้องวงจรปิด CCTV เก็บการบันทึกข้อมูลในห้วงเวลาที่ผ่านมาบริเวณแผงทุเรียน จำนวน 2 จุด, บริเวณบ้านพัก จำนวน 4 จุด เพื่อตรวจสอบหาพยานหลักฐานก่อนเกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันปราบปรามร่วมกับฝ่ายสืบสวนสอบสวน ชุดที่ 2 ในการเก็บกล้องวงจรปิด เก็บการบันทึกข้อมูลในเส้นทางที่นางสุจิตรา หรือเจ๊แก้ว ใช้เป็นเส้นทางสัญจรผ่านในห้วงเวลาก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ
สำหรับเครื่องประดับที่นางสุจิตรา หรือเจ๊แก้ว สวมใส่ก่อนหายไปประกอบด้วย สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท, สร้อยข้อมือทองคำหนัก 10 บาท, แหวนทองคำหนัก 2 สลึง รวมมูลค่าประมาณ 775,000 บาท มอบให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันปราบปรามตรวจสอบข้อมูลกับผู้ประกอบการร้านจำหน่ายทองรูปพรรณและสถานธนานุบาลในพื้นที่
สำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ของนางสุจิตรา หรือเจ๊แก้ว ทั้ง 2 หมายเลข ไม่ได้นำติดตัวไป ตรวจสอบภายในลิ้นชักโต๊ะทำงาน ขอความร่วมมือจากญาติในการตรวจสอบข้อมูลในเครื่องโทรศัพท์เพื่อประโยชน์ในการติดตาม
ผลการสืบสวนสอบสวนหลังรับคำร้องทุกข์พบว่า นายพงษ์พันธ์ แซ่ตั้น สามี สมรสกับ นางสุจิตรา หรือเจ๊แก้ว กุลจันทร์ ภรรยา มีบุตรด้วยกัน 2 คน ประกอบด้วย นายพงศ์ศิริ อายุ 25 ปี, น.ส.เพ็ญพิชชา แซ่ตั้น อายุ 16 ปี
ทั้งสองประกอบอาชีพรับซื้อทุเรียนจากชาวสวนหลายพื้นที่ โดยนายพงษ์พันธ์นำส่งให้จำหน่ายโดยนางสุจิตรา หรือเจ๊แก้ว ตลาดโพหวาย-บางกุ้ง นางสุจิตรา หรือเจ๊แก้ว จะเดินทางมาร้านก่อนเวลา 04.00 น.ของทุกวัน จัดเรียงสินค้า-ส่งสินค้า-ขายตกลงราคา จนกระทั่งปิดร้านประมาณ 20.00 น.ของทุกวัน
ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ขอประชาสัมพันธ์มายังพลเมืองดี กรณีมีข้อมูล เบาะแส การนำไปสู่การติดตามหานางสุจิตรา หรือเจ๊แก้ว กรุณาแจ้งให้ตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ประชาสัมพันธ์ไว้
กรณีข้อมูล เบาะแส พลเมืองดีสามารถแจ้งข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการค้นหาติดตามได้ที่ พ.ต.อ.พรณรงค์ การอรชัย ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี โทร 08-0454-9515, พ.ต.ท.วีรชาติ สีห์รา สว.สอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี โทร 08-1208-2796, ศูนย์สื่อสาร สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี โทร 0-7727-2095
การสืบสวนสอบสวน ติดตามค้นหายังดำเนินต่อไป โดยรับการสนับสนุนกำลังเพิ่มเติมจาก กก.สส.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี นำโดย พ.ต.อ.ปริญญา ตันฑสุวรรณ โทร 08-1737-2545 และ กก.สส.1 บก.สส.ภ.8 นำโดย พล.ต.ต.เลิศชาย จำปาทอง ผบก.สส.ภ.8 โทร 08-6323-6441


