สลด เฒ่า 74 ปี งมหามีดตัดฟืนร่วงน้ำ เป็นตะคริวจมน้ำตาย คาดเจออากาศเย็นจัด

27.02.16 | 14:40 น.

เมื่อเวลา 12.30 น.วันนี้ 27 กุมภาพันธ์ ร.ต.ท.อนุพงษ์ สละสวัสดิ์ ร้อยเวรฯสภ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจากนางสาวปราณี หมื่นหาญ อายุ 34 ปี เลขที่ 23 หมู่ 9 ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี บิดาตนเองไปหาฟืนเผาถ่านแต่เมื่อฟันไม้ มีดได้ตกลงไปในสระน้ำ จึงลงงมแล้วจมน้ำเสียชีวิต สถานที่เกิดเหตุเป็นสระน้ำธรรมชาติบ้านเกาะยาง ก่อนถึงคลองประจันตคาม ตรงข้ามตลาดนัดคลองถม หมู่ 9 ต.โพธิ์งาม จึงรายงานผู้บังคับบัญชาและแพทย์เวรฯ รพ.ประจันตคามไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นถนนในหมู่บ้านแยกจากถนนสายสุวรรณศร หรือสาย 33 (ประจันตคาม – กบินทร์บุรี) เข้ามาเกือบ 500 เมตรเศษ เป็นสระน้ำธรรมชาติขนาดกว้างเกือบ 100 เมตร ยาวกว่า 200 เมตร ลึกเกือบ 4 เมตร ชาวบ้านและหน่วยกู้ภัยได้ช่วยกันงมร่างของนายนอม หมื่นหาญ อายุ 74 ปี เลขที่ 23 หมู่ 9 ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ขึ้นมาปฐมพยาบาลเบื้องต้นและรีบนำส่ง รพ.ประจันตคาม ได้รับแจ้งต่อมาว่าเสียชีวิตแล้วไม่สามารถช่วยเหลือได้ทัน ตรวจสอบริมสระน้ำพบกองไม้ฟืนที่ถูกฟันไว้จำนวนหนึ่ง และมีต้นไม้ริมสระถูกฟันที่โคนต้นขาดอยู่ 1 ต้น พร้อมกับรองเท้าบูทของนายนอม 1 คู่ ถุงพลาสติกใส่ยาเส้น 1 ถุง ไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย หรือการต่อสู้แต่อย่างใดจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ร.ต.ท.อนุพงษ์ กล่าวว่า สอบสวนเบื้องต้นนายไพรัชต์ อรุณรุ่ง อายุ 30 ปีเลขที่ 27 หมู่ 9 ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ได้รับการร้องขอจากนางพิณ หมื่นหาญ อายุ 65 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิตให้ช่วยติดตามหา เนื่องจากผู้เสียชีวิตออกไปตัดฟืนตั้งแต่เช้ายังไม่กลับเข้าบ้าน ควายที่ล่ามกินหญ้ายังถูกล่ามทิ้งไว้กับหลักไม่ปล่อยออกหากินหญ้าในทุ่งนาตามปกติ จึงพร้อมเพื่อนบ้านอื่นอีก 3-4 คนติดตามหา มาพบกองฟืน 1 กอง เลยไปใกล้เคียงมีต้นไม้ถูกตัดโคนต้น 1 ต้น และพบรองเท้าผู้เสียชีวิตและเส้นผมลอยอยู่ จึงเรียกเพื่อนบ้านและแจ้งหน่วยกู้ภัยรีบมาช่วยนำขึ้นมาริมสระ ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อให้มีโอกาสฟื้นคืนชีพได้ แต่ไม่ทันการณ์แล้ว คาดว่าก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตฟันไม้ฟืนแล้วมีดหล่นตกลงน้ำในสระ จึงลงงมหา แต่จากที่ช่วงเช้าน้ำเย็นจัดเนื่องจากอากาศหนาวเย็น ประกอบกับร่างกายที่เหนื่อยและสูงอายุจึงเป็นตะคริวจมน้ำเสียชีวิต ซึ่งทางญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต จะได้ให้นำศพนำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป” ร.ต.ท.อนุพงษ์ กล่าว