DSI ยันยึดกรอบกม. ตามพยานหลักฐาน ปม คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน-ฮั้วส.ว.
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 22 พฤษภาคม ที่ ห้องประชุม 1 ชั้น 1 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกดีเอสไอ กล่าวถึงความคืบหน้าคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) รวมถึงผู้ที่เป็นสมาชิกอั้งยี่และผู้สนับสนุน ว่า โดยข้อกฎหมายแล้ว ในการดำเนินคดีเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ดีเอสไอดำเนินการตามกรอบกฏหมายปกติ
ส่วนกรณีที่ นางสุขสมรวย วันทนียกุล ส.ส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย กล่าวตั้งข้อสังเกตว่านางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ส.ว.สำรอง เหตุใดจึงมีพยานหลักฐานเลือกเส้นทางการเงินของดีเอสไอ มีใครในดีเอสไอส่งให้หรือไม่นั้น ตนขอเรียนว่าพนักงานสอบสวนมีอำนาจหน้าที่ตามกฏหมายสำคัญ คือ การรวบรวมข้อเท็จจริงพยานหลักฐานทุกชนิด ดังนั้น การได้มาของพยานหลักฐาน ก็มีทั้งการทำหนังสือขอ และการสืบสวน ซึ่งประเด็นสำคัญคือการรวบรวมพยานหลักฐานโดยชอบด้วยกฎหมาย
นอกจากนี้ ประเด็นที่มีสมาชิกวุฒิสภา 22 ราย เข้าชื่อร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. และ กกต. ขอให้อธิบดีดีเอสไอหยุดปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงขอให้คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน กกต. พ่วงดีเอสไอ 7 ราย หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว การกระทำลักษณะนี้เป็นเหมือนการแทรกแซงอำนาจการสอบสวนของคณะพนักงานสอบสวนที่ปฏิบัติตามกรอบกฎหมายหรือไม่ ตนมองว่ามันมองได้ 2 มุม มุมหนึ่งอาจจะคิดแบบนั้นก็ได้ แต่มุมหนึ่งก็ต้องมองว่าจริง ๆ แล้ว คือการให้กฎหมายได้มาอธิบายสิ่งที่ดีเอสไอทำ ว่าสามารถทำได้หรือไม่ ถ้าเรื่องนี้ถูกอธิบายความมาแล้วว่าเป็นเรื่องของอำนาจหน้าที่ มันก็ทำให้การทำงานมีความชัดเจนยิ่งขึ้น
เมื่อถามว่าดีเอสไอมีความกังวลหรือไม่ที่ท่าทีของสมาชิกวุฒิสภาจะให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่ถ้าเป็นดีเอสไอจะไม่ยินยอมให้ความร่วมมือ จะกระทบต่อคดีที่ดีเอสไอกำลังดำเนินการอยู่หรือไม่นั้น พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า มันมีกระบวนการตามกฏหมายอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงกรณีที่นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ส.ว.สำรอง ได้มีการยื่นคำร้องขอรับการคุ้มครองพยานจากดีเอสไอ เพราะอาจเกิดความไม่ปลอดภัยนั้น สำหรับกระบวนการคุ้มครองพยาน เป็นกระบวนการที่มีชั้นความลับ ดังนั้น รายละเอียดอาจไม่สามารถลงลึกได้ แต่ดีเอสไอมีกลไกในการคุ้มครองพยานอยู่ ส่วนจะต้องมีการกำชับพยานทุกครั้งที่สัมภาษณ์หรือไม่ เพราะอาจกระทบต่อสำนวน ตนมองว่าพอสมควร เพราะการสอบสวนเป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน ส่วนพยานรู้เห็นข้อเท็จจริงส่วนไหนก็เป็นเรื่องที่เราก็ไปห้ามไม่ได้ เพราะเป็นสิทธิของท่านที่จะต้องรับผิดชอบตัวเอง แต่ย้ำว่าในชั้นการสอบสวนของดีเอสไอ เราใช้การทำงานแบบมืออาชีพในการเก็บรวบรวมหลักฐานตาม
ทั้งนี้ หากบุคคลใดได้รับการคุ้มครองพยานโดยดีเอสไอแล้ว แต่กลับยังถูกข่มขู่ คุกคาม รังควานจากบุคคลอื่นนั้น ปกติเรามีขั้นตอนคุ้มครองพยาน หากเห็นว่าพยานอยู่ในเงื่อนไขหรือหลักเกณฑ์ตามระเบียบที่สามารถจะคุ้มครองพยานได้ ก็มีทั้งมาตรการการคุ้มครองพยานทั่วไป และมาตรการการคุ้มครองพยานแบบพิเศษที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งถ้าหากเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยานแล้ว ในการปฎิบัติหน้าที่ก็จะมีกลไกที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปคุ้มครอง หรือการย้ายที่อยู่ให้พยาน ซึ่งมันมีหลายเงื่อนไข ดังนั้น ถ้าระหว่างการคุ้มครองพยานยังมีกลุ่มคนเข้าไปข้องเกี่ยวอยู่ เราก็จะใช้กฎหมายตามระเบียบคุ้มครองพยานดำเนินการทางคดี เพราะถือเป็นความผิดเฉพาะเรื่อง

