กองปราบบุกจับสาวเวียดนาม หนีซุกไทย ตั้งแก๊งตุ๋นเทรดหุ้น-คริปโท เหยื่อสูญกว่าหมื่นล้าน

24.05.25 | 17:03 น.

กองปราบบุกจับสาวเวียดนาม หนีซุกไทย ตั้งแก๊งตุ๋นเทรดหุ้น-คริปโท เหยื่อสูญกว่าหมื่นล้าน


วันที่ 24 พฤษภาคม พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป.พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป.พ.ต.ท.ภาณุมาศ แสงส่ง รอง ผกก.3 บก.ป พ.ต.ต.อาธิรัตน์ ทิพย์เจริญ สว.กก.3 บก.ป. พร้อมกำลังเข้าจับกุม ​1.นาง NGO Thi Theu (งอ ถิ ถิเยว) อายุ 30 ปี นาย Ta dinh phuoc อายุ 38 ปี นาย Trong Khuyen อายุ 41 ปี ทั้งหมดสัญชาติเวียดนาม ได้ที่ห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

โดยทราบว่า นาง NGO นั้นเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจสากล (INTERPOL) ที่ A2159/2- 2025 แนบท้ายหมายจับตำรวจนครบาลฮานอย ที่ 20647/QĐTN-CSHS ลงวันที่ 10 ธันวาคม 2567 ข้อหา “ไม่แจ้งความเกี่ยวกับการกระทำผิด (Misprision)”
​​
ส่วนนาย Ta และนาย Trong ถูกจับข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”

โดยก่อนหน้านี้ ทางประเทศเวียดนาม ได้ประสานมายังทางการไทย เพื่อขอให้ช่วยสืบสวนติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการหลอกลงทุนเทรดหุ้น ซึ่งเป็นคนร้ายแก๊งใหญ่ก่อเหตุหลอกชาวเวียดนามร่วมลงทุน พฤติการณ์คล้ายกับแก๊งมิจฉาชีพที่ตำรวจไทย
เคยจับกุมมานับร้อยคดี โดยพฤติการณ์จะคล้ายกันคือกลุ่มคนร้ายจะเปิดเว็บไซต์โฆษณาเชิญชวนให้คนสนใจลงทะเบียน-ลงทุนเทรดหุ้นผ่านแพลตฟอร์มซื้อขาย Forex (ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ) หรือคริปโท อ้างมีผลตอบแทนสูงจนผิดปกติ เช่น 20%-30% ต่อเดือนและโอนเงินเข้ามาในบัญชีผ่านทางช่องทางที่กำหนด

สำหรับวิธีการโฆษณาเชิญชวนก็จะใช้บุคคลสาธารณะ-อินฟลูเอนเซอร์ชาวเวียดนาม สร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดความสนใจ โดยจัดสัมนาเชิญชวนผู้คนเข้าร่วมฟังแผนการลงทุน อ้างว่าไม่มีความเสี่ยงและคืนทุนเร็ว สามารถหาคนมาร่วมเพิ่มเพื่อรับค่าคอมมิชชัน ลักษณะเหมือนแชร์ลูกโซ่ เมื่อมีผู้หลงเชื่อก็จะดำเนินการผ่านธุรกรรมลักษณะเหมือนตลาดหุ้น (Stock Market) ซึ่งมีรูปแบบหลอกลวงคือให้เหยื่อเทรดหุ้นด้วยเงินจำนวนน้อยก่อนจะถอนเงินได้จริงเพื่อสร้างความเชื่อมั่น จากนั้นค่อย ๆ ชักชวนให้ลงทุนเพิ่มขึ้น โดยใช้โครงสร้างการปันผลกำไรแบบเกินจริงเข้าล่อใจเหยื่อเมื่อเหยื่อหลงเชื่อและลงทุนเป็นเงินจำนวนที่มากขึ้น กลุ่มคนร้ายจะตัดขาดการติดต่อกับไปทันที ซึ่งเหตุครั้งนี้มีผู้เสียหายมากกว่า 2,600 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 9.7 พันล้านบาท

Advertisement

จากการสอบสวนทราบว่าคนร้ายแก๊งนี้มีหัวหน้าเป็นชาวตุรกี ร่วมมือกับชาวเวียดนามอีก 35 คน ลักษณะการกระทำความผิดรูปแบบองค์กรวางแผนแบ่งหน้าที่อย่างชัดเจน มีพนักงานกว่า 1,000 คน โดยตั้งศูนย์ปฏิบัติการในการหลอกลวงทั่วประเทศกว่า 44 แห่ง ทั้งในกรุงฮานอย โฮจิมินห์ซิตี้ ดานัง ฮอยอัน และเมืองสำคัญอื่นๆ นอกจากนี้ยังตั้งอยู่ในประเทศ เช่นในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา อีกด้วย

ต่อมาทางตำรวจนครบาลเวียดนาม ทำการสืบสวนจนทราบว่า นาง NGO หนึ่งในกลุ่มขบวนการ เป็นผู้ต้องหาคนสำคัญที่กำลังต้องการนำตัวมาดำเนินคดี จึงประสานตำรวจสากล (INTERPOL) ให้ออกหมายประกาศสืบจับ จนทราบว่าขณะนี้หลบหนีเข้ามาอยู่ที่ประเทศไทย จึงประสานมายังกองปราบฯ ส่งทีมออกติดตามจนทราบว่านาง NGO หลบมาพักอาศัยอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านคลองตัน จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบห้องพักดังกล่าว พบนาง NGO พักอาศัยอยู่ภายในห้องดังกล่าวจริง และพบชายชาวเวียดนาม อีก 2 รายคือ 1.นาย Ta และ 2.นาย Trong อยู่ภายในห้องดังกล่าวด้วย ทั้งสองคนอ้างว่าเป็นคนคุ้มกัน ประจำตัวนาง NGO แต่ทั้งสองไม่ได้ขออนุญาตพักอาศัยอยู่ในประเทศฯ จึงนำตัวส่งสน.คลองตัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนนาง NGO นั้นให้รับสารภาพว่าเป็นผู้ร่วมก่อเหตุจริง ส่วนทรัพย์สินที่ได้มาจากการหลอกลวง ทางหัวหน้าขบวนการจะเป็นคนจัดการทั้งหมด ตนได้ส่วนแบ่งมาจำนวนหนึ่ง ก่อนนำไปฟอกเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ประเทศเวียดนามแล้ว ส่วนค่าใช้จ่ายในประเทศไทย ตนจะให้คนของตนโอนเงินจากบัญชีม้าที่ประเทศเวียดนาม เข้ามายังบัญชีชาวเวียดนามในประเทศไทย เพื่อหลีกเลี่ยงถูกตรวจสอบ โดยจะนำมาแลกเป็นเงินไทย ครั้งละประมาณ 1 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนาง NGO มาสอบสวนอย่างละเอียด ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการส่งมอบตัวให้กับทางการเวียดนามตามขั้นทางกฎหมายต่อไป