รวบคารีสอร์ต พ่อบ้าน เฝ้าบัญชีม้าแก๊งคอลปอยเปต รับใช้บอสจีน อ้างเผ่นกลับไทย ลวงคนโคราชต่อ

26.05.25 | 14:16 น.

บุกรวบคารีสอร์ต พ่อบ้านเฝ้าบัญชีม้าแก๊งคอล ฝั่งปอยเปต หลังถูกกวนหนักจนต้องกลับบ้าน มาเป็นนายหน้าจัดหาบัญชีทั่วโคราช


เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผบก.ปอท. สั่งการ พ.ต.อ.ชิษณุพงศ์ ไหวดี ผกก.3 บก.ปอท., พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ พุ่มพวง สว.กก.3บก.ปอท. ร่วมกับตำรวจ สภ.โชคชัย จ.นครราชสีมา เข้าจับกุม นายวินัย หรือ เปรี้ยว อายุ 37 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5358/2567 ลงวันที่ 7 พ.ย.67 ข้อหาส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ, สมคบโดยตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ได้ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.โชคชัย อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา

จากการจับกุมทราบว่า มีผู้เสียหายถูกหลอกให้ร่วมลงทุนเทรดหุ้นผ่านเพจเฟซบุ๊กปลอม ความเสียหายเกือบ 4 ล้านบาท ภายหลังตำรวจ บก.ปอท.จึงเปิดปฏิบัติการ Cyber Guardian เข้าจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาได้รวม 7 ราย และตรวจยึดบ้านหรูราคา 27 ล้านบาท, รถยนต์ 2 คัน, คอนโดมิเนียมหรู 4 ห้อง, โฉนดที่ดินที่ จ.ภูเก็ต, ตาก เชียงใหม่ และเชียงราย, เงินสด, ทองคำแท่ง และกระเป๋าแบรนด์เนม รวมทรัพย์สินทั้งหมดกว่า 80 ล้านบาท

นายวินัยคือชายเสื้อดำ

ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนขยายผลจนทราบว่านายวินัยเป็นนายหน้าคอยจัดหาบัญชีม้าและยังเป็นพ่อบ้านคอยจัดทำแอพพ์ธนาคารให้บัญชีม้า รวมทั้งเฝ้าออฟฟิศในฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ได้ย้อนกลับเข้ามาในประเทศไทยอีกครั้ง โดยเข้าพักที่รีสอร์ตดังกล่าวเพื่อมาจัดหาบัญชีม้า จึงเข้าตรวจสอบพบผู้ต้องหากำลังพาเหยื่อไปเปิดบัญชีและทำแอพพ์ธนาคาร จึงเข้าจับกุมตัว

Advertisement

สอบสวนนายวินัยรับสารภาพว่า เมื่อปี 2566 เคยรับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เมื่อรู้ว่าบัญชีถูกอายัดจึงไม่กล้ากลับเข้าประเทศไทย ก่อนผันตัวเป็นพ่อบ้านอยู่ที่ออฟฟิศฝั่งปอยเปต มีหน้าเฝ้าบัญชีม้าที่รอสแกนหน้า รับเงินเดือนจากบอสจีนเดือนละ 15,000 บาท ทำมาแล้วเกือบ 2 ปี มีบัญชีม้าที่ถูกชักชวนมาจากทั่ว จ.นครราชสีมา กว่า 200 ราย

นายวินัยให้การต่อว่า ต้นปี 2568 มีการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างหนัก ทำให้ออฟฟิศของถูกปิด ต้องข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติกลับเข้ามาประเทศไทย และมาเป็นนายหน้าจัดหาบัญชีม้าส่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์แทน ค่าจ้างบัญชีละ 1,000 บาท ก่อนจะถูกจับดังกล่าว จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. ดำเนินคดีต่อไป