บิ๊กเต่า เผย สัปดาห์นี้ชัดเจน ผู้ร่วมขบวนการ ‘ทิดแย้ม’ และ ‘สีกาเก็น’

26.05.25 | 15:50 น.

บิ๊กเต่า เผย พยานหลักฐานเริ่มชัด ผู้ร่วมขบวนการ ‘ทิดแย้ม’ และ ‘สีกาเก็น’ รอความชัดเจนทางด้านคดีในสัปดาห์นี้


เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 26 พฤษภาคม ที่ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีการยักยอกเงินวัดไร่ขิง ว่า ความคืบหน้าในคดีดังกล่าวจะชัดเจนขึ้นในหลายๆ เรื่องในสัปดาห์นี้ และพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปปป. จะเข้าไปสอบปากคำนายเอกพจน์ ภูฆัง หรือ อดีตพระมหาเอกพจน์ ภูฆัง พระคนสนิทของนายแย้ม อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ภายในสัปดาห์นี้ ในเรื่องขอพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนการเเจ้งข้อกล่าวหานายเอกพจน์ในข้อหายักยอกหรือไม่นั้น ตอบได้เพียงว่าขณะนี้ทางเจ้าหน้าตำรวจกำลังทำข้อเท็จจริงในส่วนนี้ให้เสร็จสิ้นอยู่

ส่วน 3 บัญชีที่พบว่ามีการโอนเงินไปให้ น.ส.อรัญญาวรรณ วังทะพันธ์ หรือเก็น อายุ 28 ปี ซึ่งแยกเป็นการโอนจากบัญชีของนายแย้ม โดยตรง 1 บัญชี และผ่านคนกลางก่อนไปให้น.ส.อรัญญาวรรณ อีก 2 บัญชี 1 ในนั้นคือจาก พ.จ.อ.ฉัตรชัย อินทร์มี สามีของนางพชรพร พัศรานุวัฒ หรือ หมอเตย ที่เชื่อว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนนายแย้มยักยอกเงินวัด โดย พ.จ.อ.ฉัตรชัย อ้างว่า ตัวนายเเย้มเป็นคนถือบัญชีเอง และ น.ส.อรัญญาวรรณ นำเงินที่ได้ไปเล่นพนันออนไลน์ หากได้กำไรก็จะแบ่งบางส่วนไว้ซื้อทรัพย์สินต่อ เช่น ที่ดิน บ้าน หรือ รถยนต์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถเอาผิด นางพชรพร และพ.จ.อ.ฉัตรชัย หรือไม่นั้น ตนเชื่อว่าพยานหลักฐานเพียงพอต่อการดำเนินคดีเเน่นอน และคาดว่าจะชัดเจนภายในสัปดาห์นี้

ส่วนประเด็นที่ทิดแย้มไปยืมเงินเจ้าอาววาสวัดอื่นทั้งหมด 4 วัด ตอนนี้พนักงานสอบสวนได้เข้าไปสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง และได้ทำรายงานการสอบสวนเรียบร้อยไปแล้ว

Advertisement

ทั้งนี้ภายหลังจากที่มีการเข้าจับกุมนายแย้มและเปิดโปงผู้ร่วมขบวนการภายในวัดไร่ขิง มีรายงานว่า 4 วัด ในละแวกใกล้เคียง ซึ่งมีเส้นทางการเงินไปถึงทิดแย้ม มีการเคลื่อนย้ายพยานหลักฐาน และเอกสารที่เกี่ยวข้องนั้น เรื่องนี้ยืนยันว่าชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ไปแล้ว แต่ถึงแม้จะเคลื่อนย้ายหรือทำลายหลักฐานก็ยังคงมีพยานหลักฐานอื่นๆ ที่สามารถนำมาใช้ได้

นอกจากนี้ยังทราบว่ามีไวยาวัจกร กรรมการวัด และพระ ที่นำเงินวัดไปซื้อที่ดินและทรัพย์สินต่างๆ โดยใช้ชื่อของตนเอง เริ่มทำการถ่ายโอนและเปลี่ยนชื่อเจ้าของกลับมาเป็นของวัดแล้ว แต่ยืนยันว่า ถึงอย่างไรก็ถูกดำเนินคดีอยู่ดีเนื่องจากการกระทำความผิดสำเร็จแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่าในเรื่องของเส้นทางการเงินรวมถึงพยานหลักฐานต่างๆ ที่ตรวจสอบไปแล้ว โยงไปถึง บุคคลตามข่าว (เตย-สามี) ชัดเจนแล้วหรือยัง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ตำรวจมีพยายามหลักฐานระดับว่าบุคคลดังกล่าวเข้าไปเกี่ยวข้องในกระบวนการ แต่ตอนนี้ได้พยานหลักฐานที่มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ว่าบุคคลดังกล่าวร่วมกระทำความผิด ถึงแม้จะเป็นพยานหลักฐานที่ไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ เชื่อว่าสามารถอาผิดได้ และถึงแม้ว่าทรัพย์สินจะมีการถูกถ่ายโอนไปแล้วแต่เส้นทางการเงินที่มีการถือครองก็จะสามารถตรวจสอบ และเอาผิดได้เช่นเดียวกัน ส่วนตอนนี้บุคคลดังกล่าว(เตย) ยืนยันว่ายังไม่ได้เป็นผู้ต้องหา แต่ตำรวจกำลังติดตามตัวอยู่ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้