จับแล้ว5 ผู้ต้องหา ก่อเหตุลักบุหรี่ไฟฟ้า ในกรมศุลกากร ถอยรถทับจนท.รปภ. ล่าตัวอีก 1

2.06.25 | 18:39 น.

จับแล้ว 5 ผู้ต้องหา ก่อเหตุลักบุหรี่ไฟฟ้า ในกรมศุลกากร ถอยรถทับจนท.รปภ. ล่าตัวอีก 1


จากกรณีศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหารวม 6 ราย ร่วมกันก่อเหตุลักบุหรี่ไฟฟ้าภายในกรมศุลกากร ก่อนถอยรถทับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสถานที่ดังกล่าวเสียชีวิต ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น

คืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 2 มิ.ย. รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วยพล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. และพล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น.สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนนครบาล 5 และฝ่ายสืบสวนสน.ท่าเรือ ร่วมกันนำกำลังลงพื้นที่เพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย

โดยขณะนี้สามารถจับกุมตัวได้แล้วทั้งหมด 5 ราย ประกอบด้วยนายภียกร หรือคิง ธิติปุญญวัชร์ อายุ 27 ปีตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 565/2568 ลง 2 มิ.ย. 68 (ติดต่อมอบตัวที่ สภ.ปากช่อง อยู่ระหว่างนำตัวมาที่ สน.ท่าเรือ) ,นายเอกชัย หรือเอก สมใจ อายุ 42 ปี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 566/2568 ลง 2 มิ.ย. 68 ,นายธนทร หรือจี ก้อนนาค อายุ 41 ปี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 567/2568 ลง 2 มิ.ย. 68 (ติดต่อมอบตัวที่ สภ.ปากช่อง อยู่ระหว่างนำตัวมาที่ สน.ท่าเรือ)
,นายนรินทร์ หรือเบริ์ด กาเผือก อายุ 46 ปี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 568/2568 ลง 2 มิ.ย. 68 และนายสุวัฒน์ หรือเล็ก พ่วงยาม อายุ 42 ปี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 569/2568 ลง 2 มิ.ย. 68

Advertisement

ส่วนอีก 1 ราย คือนายสิทธิศักดิ์ หรือแบงค์ สุขบุญ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 564/2568 ลง 2 มิ.ย. 68 ซึ่งเป็นคนขับรถตู้ และชักชวนผู้อื่นมาก่อเหตุ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหลบหนี ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดมีภูมิลำเนา พักอาศัยอยู่ย่านคลองเตย กทม.

สำหรับข้อหานายสิทธิศักดิ์ หรือแบงค์ ถูกดำเนินคดีในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นเพื่อเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทําไว้, ปล้นทรัพย์ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ในเคหสถาน สถานที่ราชการหรือสถานที่ที่จัดไว้เพื่อให้บริการสาธารณะที่ตนได้เข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต

โดยทําอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคล หรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใด ๆ โดยร่วมกระทําความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทําผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม, ร่วมกันบุกรุกเคหสถาน อาคารเก็บรักษาทรัพย์ หรือสํานักงานในความครอบครองของผู้อื่น ในเวลากลางคืน โดยใช้กําลังประทุษร้าย โดยร่วมกระทําความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป ร่วมกันทําให้เสียทรัพย์ และซ่องโจร”

ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 5 ราย ถูกดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันปล้นทรัพย์ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ในเคหสถาน สถานที่ราชการหรือสถานที่ที่จัดไว้เพื่อให้บริการสาธารณะที่ตนได้เข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยทําอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคล หรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใด ๆ โดยร่วมกระทําความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทําผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม, ร่วมกันบุกรุกเคหสถาน อาคารเก็บรักษาทรัพย์ หรือสํานักงานในความครอบครองของผู้อื่น ในเวลากลางคืน โดยใช้กําลังประทุษร้าย โดยร่วมกระทําความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป ร่วมกันทําให้เสียทรัพย์ และซ่องโจร”

โดยเบื้องต้นชุดสืบสวนนครบาล และฝ่ายสืบสวน สน.ท่าเรือ สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้แล้วทั้งหมด 5 ราย อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวนายสิทธิศักดิ์ หรือแบงค์ ผู้ต้องหาอีก 1 ราย ซึ่งยังคงหลบหนีการจับกุมตัว โดยในเวลา 09.30 น. ของวันที่ 3 มิ.ย. ที่สน.ท่าเรือ ทางพล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. จะเป็นผู้แถลงข่าวถึงความคืบหน้าต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง