ฝากขัง ผู้ต้องหาคนสุดท้าย ร่วมปล้น ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ ของกลางศุลกากร พร้อมค้านประกัน
จากกรณีการจับกุม 6 ผู้ต้องหา บุกงัดตู้คอนเทนเนอร์ และปล้นบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นของกลางทางคดีของกรมศุลกากร ก่อนขับรถหนี แล้วถอยหลังชน รปภ.ที่ขี่รถ จยย.ไล่ตามมาจนเสียชีวิต ก่อนต่อมามีการนำผู้ต้องหา 5 คนไปฝากขังก่อนหน้านี้ เหลือนายสิทธิศักดิ์ หรือแบงค์ ที่ยังต้องสอบปากคำเพิ่มเติม โดยเหตุเกิดในพื้นที่ของการท่าเรือ ย่านคลองเตย กทม. ตามที่นำเสนอไปแล้วนั้น
เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 5 มิถุนายน พ.ต.ตนิษฐ์ กองวิบูลศิริ สว.(สอบสวน) สน.ท่าเรือพร้อมด้วย ตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปราม นำตัวนาย นายสิทธิศักดิ์ หรือ แบงค์ สุขบุญ อายุ 38 ปี ในข้อหาฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน, ร่วมกันบุกรุกเคหสถาน, ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และซ่องโจร ส่งฝากขังผัดแรกที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ พร้อมคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี

โดยระหว่างการนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถ ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามนายแบงค์ถึงประเด็นการขายบุหรี่ไฟฟ้าที่ขโมยมาได้นำไปขายให้ใคร นายแบงค์บอกว่าได้ให้ข้อมูลกับตำรวจไปหมดแล้ว เมื่อถามย้ำว่าเป็นรายใหญ่ใช่หรือไม่ นายแบงค์ยืนยันว่าได้ให้ข้อมูลกับตำรวจไปหมดแล้ว เมื่อสอบถามต่อถึงประเด็นที่มีการพาดพิงถึงนายสนและอดีตรปภ.นายแบงค์บอกว่า ไม่มีใครชี้เป้า จึงสอบถามต่อว่าไปรู้จักกันได้อย่างไร นายแบงค์บอกว่าไม่รู้จัก และยืนยันไม่มีคนชี้เป้า พร้อมยืนยันหนักแน่นว่าก่อเหตุเพียงครั้งเดียวเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ทั้งนี้เสียใจที่มีผู้เสียชีวิต อยากไปขอขมาครอบครัวผู้เสียชีวิตหากได้รับการประกันตัว

ด้าน พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 กล่าวว่า ขณะนี้ ทางกรมศุลากร อยู่ระหว่างการตรวจสอบของกลางว่าหายไปจำนวนเท่าใด กี่รายการ คาดว่าต้องใช้เวลาในการตรวจสอบสักระยะ หลังจากนั้นทางกรมศุลากรจะเข้ามาแจ้งความต่อไป
ทั้งนี้มีรายงานว่า ประเด็นที่นายแบงค์ กล่าวพากดพิงว่า มีอดีตรปภ.เป็นคนชี้เป้านั้นพบเป็นเพียงคำกล่าวอ้างของผู้ต้องหา แต่ทางตำรวจจะต้องสืบสวนข้อเท็จจริง โดยตำรวจได้ข้อมูลมาแล้วทราบเพียงชื่อเล่น อยู่ระหว่างพิสูจน์ตัวบุคคลและเรียกเข้ามาสอบปากคำ ทั้งนี้จากการซักถามผู้ต้องหาพบช่องโหว่ในการจัดเก็บรักษาของกลาง เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรมีกำลังไม่เพียงพอ จึงไปว่าจ้างคนในพื้นที่มาช่วยยกของ เก็บของ ทำให้บุคคลภายนอกนอกทราบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่เก็บของกลาง
นอกจากนี้การซักถามนายนายกุศล หรือสน อายุ 50 ปี ที่ถูกพาดพิงถึงนั้น เบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาข้อหาเกี่ยวกับการร่วมลักทรัพย์ แต่จากการตรวจสอบพบว่านายสนมีการเสพยาเสพติด จึงดำเนินคดีในข้อหาเสพเกี่ยวกับยาเสพติด
ทั้งนี้มีรายงานอีกว่า เมื่อวานนี้(4 มิถุนายน) ทางตำรวจสน.ท่าข้าม ได้มาแจ้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ เนื่องจากนายแบงค์ มีคดีค้างเก่าเกี่ยวกับการปล้นทรัพย์ เมื่อปี 2565

