“ทวีวัฒน์” ยืนยัน เงิน 12 ล้านบาท เป็นของตัวเองจริง ชี้มีหลักฐานเพียงพอ

8.06.25 | 17:36 น.

จากกรณีที่มีคนพบเงินสด จำนวน 12 ล้านบาท ซุกอยู่ในลังพลาสติก ถูกนำมาทิ้งไว้ที่บริเวณจุดทิ้งขยะหน้าลิฟต์ ชั้น 4 ตึก P2 คอนโดเมืองทองธานี เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา

ทวีวัฒน์ เข้าชี้แจงตร.รอบ 2 ที่มาเงิน 12 ล้าน ปัดให้สัมภาษณ์ บอกรอฟังหลังเที่ยงคืน

ต่อมาเมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 8 มิถุนายน สภ.ปากเกร็ด ภายหลังจากที่พนักงานสอบสวนได้เรียกตัว นายทวีวัฒน์ เส้งแก้ว ผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของเงิน 12 ล้านบาท มาเป็นครั้งที่ 2 เพื่อให้ข้อมูลรวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเงิน 12 ล้านบาท ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร และถูกต้องหรือไม่นานกว่า 3 ชั่วโมง

ด้าน นายทวีวัฒน์ ออกมาเปิดเผยข้อมูลกับสื่อสั้นๆว่า วันนี้มาหลายเรื่อง เรื่องที่ 1 คือ มาพิสูจน์ลายนิ้วมือ หรือ ดีเอ็นเอ , เรื่องที่ 2 คือตรวจสอบการให้ข้อมูล และการขยายผลว่าเงินก้อนนี้มีที่มาอย่างไร ส่วนหลักฐานที่นำมา ก็มีไม่มาก เพราะเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว , เรื่องที่ 3 คือ จะต้องมาให้การอีกครั้ง แต่เมื่อไหร่นั้น ยังไม่ทราบ

หลังจากนี้จะต้องมีการสอบคนที่เกี่ยวข้องอีกเพิ่มเติม เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นเงินตนจริง ยืนยันว่าเป็นเงินของตัวเอง หากไม่ใช่ คงไม่เดินเรื่องมาจนถึงวันนี้ เนื่องจากหากพิสูจน์แล้วว่า ไม่ใช่เงินของตนจะถูกดำเนินคดีให้การเท็จ และหากพบว่าเป็นเงินที่ได้มาโดยมิชอบก็ต้องติดคุกเช่นเดียวกัน ตนเป็นทนายความทราบเรื่องกฎหมายดี

Advertisement

เมื่อถามถึงหลักฐานที่เป็นคลิปที่ส่งให้นิติของคอนโดนั้น นายทวีวัฒน์ บอกว่า ตนส่งให้ตำรวจไปหมดแล้ว และเมื่อสอบถามอีกว่า กังวลใจหรือไม่ ที่พรรคประชาชน จะเดินทางไปกรมสรรพากรเพื่อให้ตรวจสอบเงินก้อนนี้ นายทวีวัฒน์ ไม่ตอบ พร้อมกับทิ้งท้ายไว้ว่า หากมีความคืบหน้าหรือจะต้องเดินทางไปพบกับหน่วยงานใดเพิ่มเติมค่อยว่ากันอีกครั้ง

หลังจากนั้น นายทวีวัฒน์ เดินฝ่าวงล้อมสื่อมวลชน ขึ้นสะพานลอยข้ามไปฝั่งโรงเรียนนวมินธาราชินูทิศ หอวัง นนทบุรี เพื่อเรียกแท็กซี่กลับคอนโด

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ. อภิศักดิ์ โชติกเสถียร ผกก.สภ.ปากเกร็ด ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนสั้นๆ ว่า ในส่วนของตำรวจสภ.ปากเกร็ด มีหน้าที่พิสูจน์ทราบว่าเงิน 12 ล้านบาทนั้นเป็นของใคร ซึ่งขณะนี้มีผู้ที่มาแสดงสิทธิ์เพียงคนเดียว จึงต้องพิสูจน์ทราบจากทั้งธนาคาร ลายนิ้วมือบนธนบัตร รวมถึงหลักฐานทุกอย่างที่รวบรวมมาได้ ส่วนที่มาของเงินว่าจะถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการตรวจสอบต่อไป

ส่วนกรณีเงินจำนวน 3 ล้านบาท ที่มีกระแสข่าวว่าตำรวจได้เข้าไปตรวจพบภายในห้องพักของนายทวีวัฒน์นั้น พ.ต.อ. อภิศักดิ์ ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เพราะ นายทวีวัฒน์ ไม่ใช่ผู้ต้องหา ตำรวจจะไม่มีอำนาจเข้าตรวจค้นห้องพักได้ แต่ยอมรับว่าตำรวจได้เข้าตรวจสอบห้องนายทวีวัฒน์จริง โดยเป็นการเข้าไปตรวจสอบตามคำให้การว่า มีน้ำรั่วซึมภายในห้อง โดยพบว่ามีร่องรอยน้ำรั่วซึมจริงตามคำให้การ