อัยการดาวจี้ ปปง. อายัดทรัพย์กลุ่ม Romance Scam หลอกแม่ตัวเองสูญกว่า 7 แสน หวั่นชักช้ากระทบสิทธิ์ผู้เสียหาย

8.06.25 | 18:03 น.

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ หรือ “อัยการดาว” อัยการผู้เชี่ยวชาญสำนักงานคดียาเสพติด ผู้เคยมีบทบาทสำคัญในคดีการเสียชีวิตของแตงโม ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ อดีตนักแสดงชื่อดัง ได้เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) เพื่อเร่งรัดให้ดำเนินการแจ้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้ดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของขบวนการมิจฉาชีพหลอกลวงทางออนไลน์ หรือ “Romance Scam” ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2552


กรณีนี้สืบเนื่องจากนางบุญครอง นิปวณิชย์ มารดาของน.ส.สุภาภรณ์ วัยเกือบ 80 ปี ตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพที่อ้างตัวว่าเป็นนักธุรกิจชาวเวียดนามชื่อ “แฮรี่” อาศัยอยู่ในอังกฤษ หลอกลวงผ่านแอปพลิเคชัน WhatsApp ใช้ถ้อยคำสุภาพอ่อนโยนและอ้างปัญหาธุรกิจ รวมถึงกลโกงเกี่ยวกับการส่งพัสดุ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินให้หลายสิบครั้งภายในระยะเวลาเพียง 4–5 วัน รวมยอดเสียหายกว่า 760,000 บาท

น.ส.สุภาภรณ์ กล่าวว่าได้ยื่นหนังสือดังกล่าวเพื่อขอให้ ผบช.สอท. ตรวจสอบว่า พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินแล้วหรือไม่ โดยเฉพาะในส่วนของการรายงานทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดต่อ ปปง. เพื่อดำเนินการยึดหรืออายัด และคืนให้แก่ผู้เสียหายอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

น.ส.สุภาภรณ์ ยังระบุอีกว่า คดีอาญาหมายเลข 882/2568 มีหลักฐานธุรกรรมการเงินชัดเจนว่าเงินของผู้เสียหายถูกโอนเข้าบัญชีผู้กระทำผิด ซึ่งตามกฎหมายฟอกเงิน มาตรา 49/1 เปิดช่องให้สามารถยึดหรืออายัดทรัพย์ได้ แม้ยังไม่ถึงที่สุดในกระบวนการยุติธรรม โดยขอให้ ผบช.สอท. เร่งรัดพนักงานสอบสวนให้รายงานต่อ ปปง. ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2542 เพื่อป้องกันการยักย้าย ถ่ายโอน หรือซ่อนเร้นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด

Advertisement

“เรื่องนี้ไม่ใช่แค่คดีส่วนบุคคลของครอบครัวเรา แต่สะท้อนปัญหาสังคมที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน หากปล่อยให้การดำเนินการล่าช้า สิทธิของผู้เสียหายจะเสียหายอย่างไม่อาจแก้ไขได้” น.ส.สุภาภรณ์กล่าว

ทั้งนี้มารดาของน.ส.สุภาภรณ์ได้มอบอำนาจให้เจ้าตัวดำเนินการแทนทั้งหมด และได้ส่งมอบพยานหลักฐานให้แก่พนักงานสอบสวนครบถ้วนแล้ว ขณะนี้ยังไม่มีรายงานชัดเจนว่าพนักงานสอบสวนได้ส่งเรื่องไปยัง ปปง. หรือไม่ จึงขอให้ ผบช.สอท. ตรวจสอบและกำชับเพื่อให้การคุ้มครองสิทธิ์ผู้เสียหายเป็นไปตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด