‘บิ๊กเต่า’ เผยเตรียมประชุมร่วม ปปป., ป.ป.ท. และ ป.ป.ช. คดีเงิน 12 ล้าน บ่ายนี้
จากกรณีที่มีคนพบเงินสดจำนวน 12 ล้านบาท ซุกอยู่ในลังพลาสติก ถูกนำมาทิ้งไว้ที่บริเวณจุดทิ้งขยะหน้าลิฟต์ ชั้น 4 ตึก P 2 คอนโดเมืองทองธานี เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รองผบช.ก.) เปิดเผยถึงกรณีที่พลเมืองดีพบเงิน 12 ล้านบาทที่จุดทิ้งขยะภายในคอนโดแห่งหนึ่ง ย่านเมืองทองธานีว่า วันนี้จะเชิญ ตัวแทนจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และ ตัวแทนจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อมาประชุม โดยแนวทางการสืบสวนที่ทางสอบสวนกลางจะตรวจสอบเป็นคนละส่วนกับทางสืบสวนของสภ.ปากเกร็ด ซึ่งจะดูในเรื่องของที่มาของเงิน เส้นทางการเงิน การตรวจสอบกล้องวงจรปิด DNA บนเงินที่พบ รวมถึง ตำแหน่งหน้าที่ของนายทวีวัฒน์ เส้งแก้ว ผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของเงิน โดยจะประชุมในช่วงบ่ายวันนี้
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังกล่าวอีกว่า เรื่องนี้น่าสนใจ และจะต้องพิสูจน์ที่มาที่ไป ถ้าพบว่ามีความผิดก็ว่ากันไป ส่วนที่ นายทวีวัฒน์ เส้งแก้ว ผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของเงิน 12 ล้านบาท แล้วนำไปเก็บภายในห้องพักที่ไม่ได้พักอาศัย มองว่าโดยทั่วไปจะต้องเก็บเงินเข้าธนาคาร แต่การเอามาหลบแบบนี้มันจะคล้ายกรณีนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ที่มีคนมาปล้นแล้วเจอเงินซุกอยู่ ส่วนตัวมองว่าแปลกที่เงิน 12 ล้านจะอยู่ตรงนั้น และอ้างว่าลืมแบบนี้แสดงว่ายังต้องมีเงินอีกหลายก้อน จากที่ได้ฟังคำสัมภาษณ์ เหมือนมีเงินเข้าผ่านหลายก้อน
เมื่อถามว่าจะมีคนนำเงินมาวางไว้ให้หรือไม่นั้น พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า เรื่องนี้สภ.ปากเกร็ด ได้มีการตรวจสอบแล้ว และได้ประสานข้อมูลมาทางเรา ซึ่งจะทำงานร่วมกันในการหาข้อเท็จจริง และแม้ว่าเงินสดที่พบจะมีการรัดสายรัดธนาคารระบุปี 2563 ก็สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ แม้แต่ละปึกของธนบัตรจะไม่เรียงเลขกัน ก็สามารถตรวจสอบได้ว่าใครเป็นคนโอน ใครเป็นคนเบิกออกมา

