พี่ชาย มือยิงภรรยาดับ เชื่อ ปมเหตุเกิดจากปัญหาการเงินหลังรู้ว่า นำบ้านมรดกแม่ไปเข้าแบงก์ ได้เงินมากกว่า 2 ล้าน – อยากขอโทษครอบครัวฝ่ายหญิง พร้อม ขออโหสิกรรม ส่วนน้องชายให้รับโทษตามกฎหมาย
จากกรณี สน.เพชรเกษม รับแจ้งเหตุพบศพหญิงถูกฆาตกรรมอยู่ในรถยนต์ ส่วนคนร้ายหลบอยู่ในบ้าน บริเวณซอยเพชรเกษม 67 เมื่อกลางดึกของวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 10 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายมีนาพัฒน์ (สงวนนามสกุล) หรือ เซฟ อายุ 40 ปี ผู้ก่อเหตุ ใช้อาวุธปืนยิง น.ส.วุ้น ภรรยาวัย 36 ปี เสียชีวิตในรถ ขณะคุมตัวขึ้นไปสอบปากคำ
อ่านข่าว – เซลล์โหด ขอโทษ ภรรยา ลั่น ขอเวลาทบทวนตัวเอง อีก 2 วัน บอกยังไม่รู้ทำไป เพราะอะไร
ต่อมา เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 มิถุนายน ที่ สน.เพชรเกษม พี่พงษ์ พี่ชายของนายมีนาพัฒน์ อายุ 40 ปี ผู้ก่อเหตุ เดินทางมาขอเข้าเยี่ยมน้องชาย พร้อมกับเปิดใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
พี่พงษ์กล่าวว่า วันนี้ตนตั้งใจที่จะมาเยี่ยมน้องชาย ยอมรับว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ส่วนใหญ่มาจากปัญหาเรื่องเงิน เนื่องจากทางครอบครัวทราบว่า เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา วุ้นได้บอกกับครอบครัวว่า น้องชายได้นำบ้านที่แม่ยกให้เป็นมรดก ไปเข้าธนาคารจำนวนกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งผิดจากปกติ เนื่องจากก่อนหน้านี้ ไม่เคยมีปัญหาเรื่องการเงินมาก่อน และไม่เคยเดือดร้อนเรื่องเงินเลย เนื่องจากสมบัติที่แม่ยกให้ก่อนเสียชีวิตก็จำนวนมาก ตนจึงไม่เข้าใจว่ามีปัญหาอะไรทำไมน้องชายถึงขัดสนเรื่องเงิน
ส่วนเงินที่ได้มา ทางวุ้น ได้ขอยืมไปจำนวนหลักล้าน เพื่อไปประกอบธุรกิจส่วนตัว ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับครอบครัว ทำให้น้องชายมีการทวงถามเงินจำนวนนี้มาตลอด ซึ่งโดยปกติแล้วน้องชายเป็นคนใจกว้าง อีกทั้งส่วนตัว ไม่เคยเป็นคนอาฆาตมาดร้าย เป็นคนใจดี แต่ลับหลังเรา เราก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นไง ส่วนเรื่องปัญหาอื่นๆ น้องชายก็ไม่ได้เคยมีปัญหาถึงขั้นโกรธแค้นหรือจะเอาชีวิตหรือแสดงพฤติกรรมอารมณ์ร้อนให้กับครอบครัวได้เห็นเลย
โดยครั้งสุดท้ายได้มีการพูดคุยกับน้องชายเมื่อช่วงเวลา 19.30 น. ของวันที่ 9 มิถุนายน ซึ่งเชื่อว่าเป็นการพูดคุยหลังจากที่ก่อเหตุฆ่าวุ้นแล้ว ซึ่งเป็นการพูดคุยกันประมาณ 30 กว่านาที ในช่วงระหว่างที่มีการคุยสังเกตได้ว่าน้องชายมีอาการสับสนและพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่มีบางประโยคที่น้องชายพูดออกมาแล้วรู้สึกหงุดหงิดใจ คือพูดเรื่องบ้านที่แม่ยกให้เป็นมรดก บอกว่าบ้านหลังนี้ครอบครัวเราจะต้องได้อยู่ ซึ่งในตอนนั้นตนไม่ทราบว่าน้องชายต้องการจะสื่อสารอะไร
ทั้งนี้ เรื่องที่น้องชายครอบครองอาวุธปืนทั้งหมด 3 กระบอก และมีกระสุนกว่า 100 นัดนั้น ที่ผ่านมาตนไม่ทราบรายละเอียดเลย
“อยากเป็นตัวแทนน้องชายเพื่อขอโทษครอบครัววุ้นเนื่องจากว่าที่ผ่านมาน้องชายกับวุ้นก็คบหากันมากกว่า 20 ปี เราก็เห็นว่าเป็นเหมือนคนในครอบครัวไม่คิดว่าน้องชายจะทำแบบนี้ แต่เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วก็อยากจะให้น้องชายได้รับโทษตามกฎหมาย และอยากให้ทางครอบครัวรวมไปถึงตัววุ้นอโหสิกรรมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเรื่องการประกัน เพราะยื่นประกันตัวก็จำเป็นจะต้องมีหลักทรัพย์จำนวนหนึ่ง ตนจะมีการพูดคุยกับน้องชายอีกครั้งหนึ่ง ว่าจะให้ครอบครัวยื่นประกันตัวหรือไม่ และน้องชายมีความประสงค์อย่างไร


