หมอแอร์ นอนคุก! ตร.คุมตัวเข้าเรือนจำ ค้านประกัน โทษสูง-กลัวหลบหนี

11.06.25 | 17:31 น.

ตร.ปส.หิ้ว หมอแอร์ ฝากขังศาลอาญา ค้านประกัน เหตุโทษสูง กลัวหลบหนี อีกทั้งทำความผิดกันเป็นขบวนการ ต่อมาเจ้าตัวไม่ยื่นประกัน ส่งตัวเข้าเรือนจำทันที

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก คดีระหว่างพนักงานสอบสวนกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และ พ.ต.อ.พญ.อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล อายุ 46 ปี มาฝากขังครั้งแรกเป็นระยะเวลา 12 วัน

พฤติการณ์แห่งคดีคือ ก่อนเกิดเหตุ ผู้กล่าวหากับพวกได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ดำเนินการสืบสวนจับกุมผู้จำหน่ายยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์โดยใช้แพลตฟอร์มให้บริการขนส่งพัสดุของบริษัทต่างๆ โดยก่อนหน้านี้ได้รับการประสานจากสำนักคณะกรรมการอาหารและยาให้สืบสวน เฝ้าติดตามพฤติกรรมบุคคลที่ร่วมในเครือข่ายนำวัตถุออกฤทธิ์ที่สั่งซื้อจากทางสำนักคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้วนำมาจำหน่ายต่อลูกค้า ต่อมากองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้มีคำสั่งให้สืบสวนสอบสวนสถานพยาบาลที่ต้องสงสัยว่ามีการลักลอบนำวัตถุออกฤทธิ์ ออกนอกระบบและนำไปใช้ในทางที่ผิด ของสถานพยาบาลทั้ง 11 คลินิก

จากการสืบสวนติดตามดูพฤติการณ์คลินิกจำนวน 11 แห่ง พบว่ามีบุคคลที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัยดังนี้ 1.พ.ต.อ.พญ.อัญชุลี เป็นผู้ติดต่อซื้อวัตถุออกฤทธิ์จาก อย. เป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 ดังนี้ 1.Alprazolam 2.Zolpidem 3.Pseudophedrine 4.Ritalin และ Rubifen และ Rohypnol และประเภท 4 ดังนี้ 6.Clonazepam 7.Lorazepam เป็นประจำทุกเดือน

โดย พ.ต.อ.พญ.อัญชุลี ทำหน้าที่เป็นผู้ซื้อวัตถุออกฤทธิ์ ประเภทที่ 2 และ 4 และจากการตรวจสอบคำสั่งซื้อที่ได้รับจาก อย. จากทั้ง 11 คลินิกข้างต้น ตั้งแต่เดือน ต.ค.2567 ถึง ก.พ.2568 พบว่าการชำระเงินค่าสั่งซื้อวัตถุออกฤทธิ์โอนมาจากบัญชีของ พ.ต.อ.พญ.อัญชุลี และบัญชีธนาคารกสิกรไทยของเจ้าตัว เป็นผู้จ่ายเงินค่าวัตถุออกฤทธิ์ดังกล่าวให้กับ อย. โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชีเงินหมุนเวียนยาเสพติด ซึ่งจากการตรวจสอบบัญชีดังกล่าวพบว่า การชำระเงินค่าสั่งซื้อวัตถุออกฤทธิ์ของ พ.ต.อ.พญ.อัญชุลี โอนมาจากบัญชีธนาคารกรุงไทยของ พ.ต.อ.พญ.อัญชุลี

Advertisement

จากการสืบสวนเกี่ยวกับวัตถุออกฤทธิ์ที่ พ.ต.อ.พญ.อัญชุลี สั่งซื้อจาก อย.นั้น เจ้าหน้าที่ก็จะทำการเตรียม ตรวจนับวัตถุออกฤทธิ์ให้ครบตามอนุมัติ แล้วบรรจุวัตถุออกฤทธิ์ตามที่ผู้สั่งซื้อแล้วแพคหีบห่อ แล้วจัดการให้ไปรษณีย์มารับพัสดุดังกล่าวไปส่งให้แต่ละคลินิก โดยจะมีนายดุริยลักษณ์เป็นผู้เข้ามารับพัสดุเองเป็นบางครั้ง และจะถูกส่งต่อไปที่แฟลตเฉลิมลาภ

โดยมีนายดุริยลักษ์ทำหน้าที่เป็นผู้รับพัสดุและจัดเก็บไว้ภายในห้องของแฟลตดังกล่าว และบางครั้งก็เก็บไว้ในรถยนต์ Honda City ของนายดุริยลักษ์ แล้วส่งพัสดุออกฤทธิ์ไปยังสถานที่อื่น และยังพบว่าในช่วงวันหยุดน.ส.จิรวรรณ ภรรยาของนายดุริยลักษ์ ช่วยรับพัสดุวัตถุออกฤทธิ์ และจัดเก็บวัตถุออกฤทธิ์ ภายในห้องแล้วส่งพัสดุไปยังสถานที่อื่น ซึ่งทั้ง 2 รายอาศัยอยู่ภายในห้องพักดังกล่าว และจากการตรวจสอบพบว่าห้องพักดังกล่าว พ.ต.อ.พญ.อัญชุลีเป็นผู้มีสิทธิพักอาศัย แต่ไม่ปรากฏว่ามีความสัมพันธ์เชิงเครือญาติกับนายดุริยลักษณ์และ น.ส.จิรวรรณ แต่อย่างใด

พัสดุบรรจุวัตถุออกฤทธิ์ไปยังคลินิกแห่งหนึ่งที่มีนายอนาวินและ น.ส.อโรชา แฟนสาวเป็นผู้รับพัสดุวัตถุออกฤทธิ์ แล้วจัดเก็บวัสดุออกฤทธิ์ภายในคลินิกก่อนจะส่งไปยังคลินิกเวชกรรมอีกแห่ง ที่จะมีไรเดอร์มารับและถูกส่งต่อไปยังคลินิกที่นายอนาวินและ น.ส.อโรชาเป็นผู้รับพัสดุดังกล่าวแล้วจัดเก็บไว้ในคลินิก ก่อนที่จะส่งพัสดุดังกล่าวออกจากคลินิกไปยังแฟลตที่นายดุริยลักษ์และ น.ส.จิรวรรณ เป็นผู้ส่ง

ก่อนที่จะมีไรเดอร์เข้ามารับไปส่งยังหอพักแห่งหนึ่งที่มีนายปกรณ์เป็นผู้รับ และนำไปเก็บไว้ในห้องพักที่เป็นห้องของนายปกรณ์ รวมทั้งน่าเชื่อว่านายปกรณ์เป็นผู้จัดการแบ่งแยกวัตถุออกฤทธิ์ในห้องพักดังกล่าวก่อนที่จะให้ไรเดอร์นำไปส่งให้ลูกค้าอีกทอด ซึ่งเป็นพัสดุที่บรรจุวัตถุออกฤทธิ์ทางประสาท ที่ส่งมาจาก อย. แต่กล่องจะเขียนชื่อ คุณนุช ซึ่งเป็นชื่อเล่นของ น.ส.ณัฐพัชร์ ซึ่งพบว่าเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2567 มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีที่โอนเงินให้ พ.ต.อ.พญ.อัญชุลี และเบื้องต้นทราบว่า น.ส.ณัฐพัชร์ อยู่ภายในห้องพักแห่งหนึ่ง ซึ่งภายในบ้านมีรถมิตซูบิชิ ปาเจโร่ ซึ่งเป็นของนายมานพ บุตรชายของ น.ส.ณัฐพัชร์ ที่พบว่านายมานพและ น.ส.ปวริศา ภรรยา มีชื่อเป็นผู้โอนเงินเข้าบัญชีของ พ.ต.อ.พญ.อัญชุลี ได้ขับรถยนต์มารับกล่องวัสดุมาเก็บไว้ที่ห้อง ก่อนจะนำออกไปที่บ้านหลังหนึ่ง

จากการตรวจสอบและประสานงานกับบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งพบข้อมูลว่า ผู้ใช้งานบัญชีเป็นชื่อของ พ.ต.อ.พญ.อัญชุลี และมีภาพในระบบเป็นหน้าของเจ้าตัว รวมทั้งมีประวัติการเรียกใช้บริการ ตั้งแต่ ต.ค.2567 ถึง ก.พ.2568 โดยเรียกใช้จากคลินิกทั้ง 10 แห่ง ก่อนที่จะจัดส่งพัสดุดังกล่าวไปยังแฟลตแห่งหนึ่งที่มีผู้รับชื่อนุ่น โดยหลังจากที่พัสดุเข้าไปยังแฟลตดังกล่าวแล้ว บางส่วนก็จะถูกส่งไปที่หอพักแห่งหนึ่งมีชื่อผู้ส่งเป็น พ.ต.อ.พญ.อัญชุลี ส่วนบริษัทอีกแห่ง พบว่ามีการเรียกใช้บริการจากแฟลตแห่งหนึ่ง ระบุชื่อผู้ส่งว่า นุ่น ไปส่งพัสดุยังบ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีผู้รับชื่อนุช ที่เป็นบ้านของ น.ส.พัชรา ที่เป็นน้องสาวของ น.ส.ณัฐพัชร์ และเป็นเจ้าของบัญชีที่โอนเงินให้ พ.ต.อ.พญ.อัญชุลี จึงเชื่อว่ามีพัสดุที่บรรจุวัตถุออกฤทธิ์ ถูกส่งไปเก็บไว้ยังบ้านหลังดังกล่าวด้วย

จากการสืบสวนอย่างต่อเนื่องพบว่า ในวันที่ 20 ก.พ.2568 เวลา 09.00 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทำการสืบสวนอย่างต่อเนื่องและวางกำลังบริเวณโดยรอบแฟลตดังกล่าว จนพบไรเดอร์เข้ามารับพัสดุต้องสงสัย 1 กล่องจากนายดุริยลักษ์ จากนั้นจึงได้นำไปส่งให้ที่แฟลตดังกล่าว ซึ่งมีนายปกรณ์เป็นผู้รับเอาพัสดุดังกล่าวลงไปยังห้องพัก และต่อมาได้นำพัสดุกล่องใหม่มาวางไว้ข้างหน้าอาคารที่เดิม และในเวลาประมาณ 20.48 น. มีไรเดอร์มานำพัสดุดังกล่าวออกไป ชุดจับกุมจึงสะกดรอยตามมาถึงริมถนนรัชดา จึงได้แสดงตัวขอตรวจสอบข้อมูลผู้ส่งและผู้รับ ก่อนที่จะพบว่าเป็นพัสดุที่ถูกส่งมาจากสถานที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงปลอมตัวเป็นไรเดอร์เพื่อนำส่งลูกค้าที่สั่งซื้อ ซึ่งมีข้อความลูกค้าเข้ามาให้โทรหาผู้รับพัสดุ เมื่อถึงบ้านหลังดังกล่าวมีชายคนหนึ่งออกมารับพัสดุ โดยยื่นธนบัตร 20 บาท จำนวน 25 ใบ จำนวนเงิน 500 บาท จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม พบว่ามีวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 เป็นยาเม็ดจำนวน 20 กล่อง ขนาด 1 Mg. กล่องละ 30 เม็ด รวมทั้งหมด 600 เม็ด จึงแจ้งสิทธิและแจ้งข้อกล่าวหาแก่ชายคนดังกล่าวว่า มีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ฟลูไนตราซีแพม ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้นจึงบันทึกการจับกุมพร้อมยึดของกลางดังกล่าว

จากการรวบรวมหลักฐานพบว่า วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 จำนวน 600 เม็ดนั้น พ.ต.อ.พญ.อัญชุลีได้สั่งซื้อมาจาก อย. และจากการสอบสวนชายคนดังกล่าวพบว่า สั่งซื้อมาจากนายอรชุน ในราคา 14,000 บาท และนายอรชุนได้โอนเงินดังกล่าวเข้าไปยังบัญชีของ น.ส.ณัฐพัชร์ จากการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับเครือข่ายนี้ พบว่ามีการกระทำผิดร่วมกันเป็นเครือข่าย แบ่งหน้าที่กันทำ ปิดบังอำพรางเพื่อหลีกเลี่ยงการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ โดยมี พ.ต.อ.พญ.อัญชุลี นายดุริยชัย น.ส.ณัฐพัชร์ นายปกรณ์ และนายอรชุน ร่วมกันทำเป็นขบวนการ พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมหลักฐานเพื่อขอนุมัติหมายจับจากศาลอาญา และศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด ในข้อหา “สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุได้สมคบกันแล้ว และร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 ฟลูไนตราซีแพม โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน”

พฤติการณ์การจับกุม เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.2568 เวลา 06.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำหมายค้นของศาลอาญา ที่ 125/2568 ลงวันที่ 9 มิ.ย.2568 ให้ค้นห้องดังกล่าว พบนายภีมพล ที่สอบถามได้ความว่า พ.ต.อ.พญ.อัญชุลี ได้ขายห้องนี้ให้กับตนก่อนพบว่า พ.ต.อ.พญ.อัญชุลี อาศัยอยู่ที่ห้องพักชั้น 6 ของอาคารเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมเมื่อพบ พ.ต.อ.พญ.อัญชุลีที่ห้องพักยังชั้นดังกล่าว จึงอ่านหมายจับให้ พ.ต.อ.พญ.อัญชุลี พร้อมทั้งให้ดูและอ่านข้อความในหมายจับ โดย พ.ต.อ.พญ.อัญชุลีเข้าใจดีและรับว่าเป็นบุคคลในหมายจับจริงๆ และไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งสิทธิของผู้ต้องหาแล้วแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบอีกครั้ง ก่อนที่จะนำตัวผู้ต้องหาเข้าค้นบ้านแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่พักอาศัยของพ.ต.อ.พญ.อัญชุลีอีกครั้ง ซึ่งไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด จึงควบคุมตัวมายังที่ทำการของตำรวจ จัดทำบันทึกการจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ในวันที่ 10 มิ.ย.2568 เวลา 23.19 น. การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐาน “สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุได้สมคบกันแล้ว และร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 ฟลูไนตราซีแพม โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 1, 30 (2), 94, 127 วรรคแรก วรรคสอง 134, 149 วรรคหนึ่ง (2) วรรคสอง (1), (2) และ 152 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ระบุชื่อวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 พ.ศ.2565 ลงวันที่ 9 มิ.ย.2565 บัญชีท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องระบุชื่อวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 พ.ศ.2565 ลำดับที่ 14 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83

ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราวเนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และเป็นคดียาเสพติดที่มีอัตราโทษสูง อีกทั้งยังต้องสอบสวนพยานอีก 50 ปาก ประกอบกับผู้ต้องหาจะถูกคุมตัวครบกำหนด 48 ชั่วโมงในวันที่ 12 มิ.ย. 2568 จึงขอออกหมายขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนมีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย.2568-22 มิ.ย.2568

ศาลพิจารณาคำร้องแล้ว อนุญาตให้ฝากขังได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้ไม่มีญาติหรือทนายความของ พ.ต.อ.พญ.อัญชุลี เข้ามายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวแต่อย่างใด ทำให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัว พ.ต.อ.พญ.อัญชุลี ไปคุมขังยังทัณฑสถานหญิงกลางทันที