ผู้ต้องขังคดีการเมือง ปอดติดเชื้อ ได้แอดมิตนอกคุกแล้ว ณัฐวุฒิข้องใจ ยึดมาตรฐานอะไรไม่รีบส่งตัว

17.06.25 | 13:48 น.
ภาพโดย ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

‘ณัฐวุฒิ’ จี้ ‘ราชทัณฑ์’ อย่าสองมาตรฐาน ปม ‘ลุงวิจิตร’ นักโทษการเมืองป่วยปอดติดเชื้อ ขออย่านิ่งนอนใจ บอกหากยืนยันไม่เคยให้เอกสิทธิ์ใคร ต้องส่งตัวมารักษาตัว รพ.นอกเรือนจำ

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงข่าวกรณี นายวิจิตร (นามสมมติ) อายุ 59 ปี ผู้ต้องขังคดีความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คอมพิวเตอร์ ที่อยู่ระหว่างอุทธรณ์ ป่วยปอดติดเชื้อและติดเชื้อในกระแสเลือดเข้ารักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ แต่อาการแย่ลงว่า ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาได้รับการประสานจากหลายฝ่ายถึงกรณีนายวิจิตรที่ป่วยมีภาวะปอดติดเชื้อมาตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน และโรงพยาบาลราชทัณฑ์ตรวจพบหนองในปอด ญาติจึงร้องขอให้ส่งตัวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลภายนอก ซึ่งตอนแรกได้รับการปฏิเสธ แม้ต่อมาจะมีความพยายามในการติดต่อโรงพยาบาลภายนอก

นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า ถือว่ากรณีดังกล่าวเข้าข่ายตามมาตรา 55 ของ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ เมื่อมีผู้ต้องขังป่วยต้องได้รับการรักษา แม้กรณีนี้จะได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์แล้ว แต่หากโรงพยาบาลเห็นว่าต้องได้รับการรักษาเฉพาะทาง หรืออาการไม่ทุเลา ก็ขอให้ส่งตัวไปยังโรงพยาบาลอื่นนอกเรือนจำได้

“ทั้งนี้ มีกรณีคล้ายกันก่อนหน้านี้ที่เคยมีการส่งตัวไปรักษานอกเรือนจำจนเป็นเรื่องราวใหญ่โตว่าป่วยแค่ไหน ใช้มาตรฐานใด ผมไม่เข้าใจว่ากรณีนี้เกิดอะไรขึ้น หรือเพราะเป็นคนธรรมดาทั่วไป หรือเพราะเป็นนักโทษคดีการเมือง หรือติดขัดใดๆ หากเป็นเช่นนั้นกรมราชทัณฑ์ก็ควรออกมาแถลงข่าว ไม่ใช่ให้สังคมเกิดความสงสัยจนติด #วิจิตรต้องได้รักษา และราชทัณฑ์อย่านิ่งนอนใจความเจ็บป่วยของนักโทษแม้จะเป็นเพียงผู้เดียวที่อาจส่งผลถึงแก่ชีวิตได้” นายณัฐวุฒิกล่าว

นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า ในฐานะเคยเป็นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่าง พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ ในปี 2559 คนเดียวที่ยังเป็นสมาชิกรัฐสภาในปัจจุบัน และมักถูกฝ่ายรัฐบาลอ้างว่ากรณีนักโทษชายคนหนึ่งที่ได้ประโยชน์จาก พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ เป็นเพราะกฎหมายที่ตนมีส่วนร่าง ขอยืนยันว่ากฎหมายไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใหัเอกสิทธิ์ใคร แต่เพื่อการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องขังทุกคนที่ป่วยและจำเป็นต้องรักษา

Advertisement

“ขอเรียกร้องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์ หากท่านยืนยันว่าไม่เคยให้เอกสิทธิ์ผู้ใดหรือสองมาตรฐานตามที่สังคมกังขา ก็พิสูจน์ด้วยการส่งตัวคุณวิจิตรออกมารักษาโรงพยาบาลข้างนอก ตามที่ญาติร้องขอ หรือหากท่านแจ้งญาติว่าไม่มีโรงพยาบาลใดรับ ก็ต้องแถลงถึงสาเหตุที่แท้จริงว่าเป็นเพราะเหตุใดกันแน่ ซึ่งจะเป็นการพิสูจน์ด้วยการกระทำ ไม่ใช่พยายามพิสูจน์เพียงคำพูด อย่างไรก็ตาม ผมไม่เชื่อว่าจะมีโรงพยาบาลที่หากมีผู้ป่วยอยู่ในภาวะวิกฤตแล้วจะปฏิเสธการรับตัวรักษา” นายณัฐวุฒิกล่าว

ด้าน ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า วานนี้ (16 มิถุนายน) ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ทนายความเข้าเยี่ยม “วิจิตร” อดีตผู้รับเหมาก่อสร้างวัย 59 ปี ผู้ต้องขังทางการเมืองที่เผชิญข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการโพสต์ข้อความทางการเมืองในช่วงหลังรัฐประหาร ปี 2557-58 รวม 10 โพสต์ ซึ่งถูกคุมขังหลังศาลอาญาพิพากษาจำคุก 10 ปี และไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างอุทธรณ์

สำหรับกรณีของวิจิตร แพทย์ตรวจพบว่าวิจิตรมีภาวะ “ปอดติดเชื้อ” และมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือดร่วมด้วย ตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา จึงทำให้ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ตั้งแต่นั้นเรื่อยมา

ก่อนหน้านี้ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์กำลังทำเรื่องเตรียมส่งตัววิจิตรไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่น แต่เท่าที่ทราบขณะนี้มีการติดต่อโรงพยาบาลไปแล้ว 14 แห่ง แต่ยังไม่มีการตอบรับ ขณะที่ศาลอุทธรณ์ยังยกคำร้องขอประกันตัว โดยระบุว่ากรมราชทัณฑ์สามารถดูแลจัดการให้ได้ตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 55 และตามพฤติการณ์ยังไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ด้านวิจิตรเริ่มทานยารักษาวัณโรคตามที่แพทย์แนะนำเป็นวันแรกแล้ว

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.24 น. ศูนย์ทนายความฯเผยว่า ในช่วงเช้าของวันนี้ (17 มิ.ย.) “วิจิตร” ได้ถูกส่งตัวจาก รพ.ราชทัณฑ์ ออกไปตรวจร่างกายและแอดมิตที่ รพ.ทรวงอก แล้ว หลังแพทย์ตรวจพบว่ามีภาวะปอดติดเชื้อมาเกือบสองสัปดาห์