‘ณัฐวุฒิ’ จี้ ‘ราชทัณฑ์’ อย่าสองมาตรฐาน ปม ‘ลุงวิจิตร’ นักโทษการเมืองป่วยปอดติดเชื้อ ขออย่านิ่งนอนใจ บอกหากยืนยันไม่เคยให้เอกสิทธิ์ใคร ต้องส่งตัวมารักษาตัว รพ.นอกเรือนจำ
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงข่าวกรณี นายวิจิตร (นามสมมติ) อายุ 59 ปี ผู้ต้องขังคดีความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คอมพิวเตอร์ ที่อยู่ระหว่างอุทธรณ์ ป่วยปอดติดเชื้อและติดเชื้อในกระแสเลือดเข้ารักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ แต่อาการแย่ลงว่า ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาได้รับการประสานจากหลายฝ่ายถึงกรณีนายวิจิตรที่ป่วยมีภาวะปอดติดเชื้อมาตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน และโรงพยาบาลราชทัณฑ์ตรวจพบหนองในปอด ญาติจึงร้องขอให้ส่งตัวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลภายนอก ซึ่งตอนแรกได้รับการปฏิเสธ แม้ต่อมาจะมีความพยายามในการติดต่อโรงพยาบาลภายนอก
นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า ถือว่ากรณีดังกล่าวเข้าข่ายตามมาตรา 55 ของ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ เมื่อมีผู้ต้องขังป่วยต้องได้รับการรักษา แม้กรณีนี้จะได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์แล้ว แต่หากโรงพยาบาลเห็นว่าต้องได้รับการรักษาเฉพาะทาง หรืออาการไม่ทุเลา ก็ขอให้ส่งตัวไปยังโรงพยาบาลอื่นนอกเรือนจำได้
“ทั้งนี้ มีกรณีคล้ายกันก่อนหน้านี้ที่เคยมีการส่งตัวไปรักษานอกเรือนจำจนเป็นเรื่องราวใหญ่โตว่าป่วยแค่ไหน ใช้มาตรฐานใด ผมไม่เข้าใจว่ากรณีนี้เกิดอะไรขึ้น หรือเพราะเป็นคนธรรมดาทั่วไป หรือเพราะเป็นนักโทษคดีการเมือง หรือติดขัดใดๆ หากเป็นเช่นนั้นกรมราชทัณฑ์ก็ควรออกมาแถลงข่าว ไม่ใช่ให้สังคมเกิดความสงสัยจนติด #วิจิตรต้องได้รักษา และราชทัณฑ์อย่านิ่งนอนใจความเจ็บป่วยของนักโทษแม้จะเป็นเพียงผู้เดียวที่อาจส่งผลถึงแก่ชีวิตได้” นายณัฐวุฒิกล่าว
นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า ในฐานะเคยเป็นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่าง พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ ในปี 2559 คนเดียวที่ยังเป็นสมาชิกรัฐสภาในปัจจุบัน และมักถูกฝ่ายรัฐบาลอ้างว่ากรณีนักโทษชายคนหนึ่งที่ได้ประโยชน์จาก พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ เป็นเพราะกฎหมายที่ตนมีส่วนร่าง ขอยืนยันว่ากฎหมายไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใหัเอกสิทธิ์ใคร แต่เพื่อการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องขังทุกคนที่ป่วยและจำเป็นต้องรักษา
“ขอเรียกร้องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์ หากท่านยืนยันว่าไม่เคยให้เอกสิทธิ์ผู้ใดหรือสองมาตรฐานตามที่สังคมกังขา ก็พิสูจน์ด้วยการส่งตัวคุณวิจิตรออกมารักษาโรงพยาบาลข้างนอก ตามที่ญาติร้องขอ หรือหากท่านแจ้งญาติว่าไม่มีโรงพยาบาลใดรับ ก็ต้องแถลงถึงสาเหตุที่แท้จริงว่าเป็นเพราะเหตุใดกันแน่ ซึ่งจะเป็นการพิสูจน์ด้วยการกระทำ ไม่ใช่พยายามพิสูจน์เพียงคำพูด อย่างไรก็ตาม ผมไม่เชื่อว่าจะมีโรงพยาบาลที่หากมีผู้ป่วยอยู่ในภาวะวิกฤตแล้วจะปฏิเสธการรับตัวรักษา” นายณัฐวุฒิกล่าว
ด้าน ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า วานนี้ (16 มิถุนายน) ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ทนายความเข้าเยี่ยม “วิจิตร” อดีตผู้รับเหมาก่อสร้างวัย 59 ปี ผู้ต้องขังทางการเมืองที่เผชิญข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการโพสต์ข้อความทางการเมืองในช่วงหลังรัฐประหาร ปี 2557-58 รวม 10 โพสต์ ซึ่งถูกคุมขังหลังศาลอาญาพิพากษาจำคุก 10 ปี และไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างอุทธรณ์
สำหรับกรณีของวิจิตร แพทย์ตรวจพบว่าวิจิตรมีภาวะ “ปอดติดเชื้อ” และมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือดร่วมด้วย ตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา จึงทำให้ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ตั้งแต่นั้นเรื่อยมา
ก่อนหน้านี้ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์กำลังทำเรื่องเตรียมส่งตัววิจิตรไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่น แต่เท่าที่ทราบขณะนี้มีการติดต่อโรงพยาบาลไปแล้ว 14 แห่ง แต่ยังไม่มีการตอบรับ ขณะที่ศาลอุทธรณ์ยังยกคำร้องขอประกันตัว โดยระบุว่ากรมราชทัณฑ์สามารถดูแลจัดการให้ได้ตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 55 และตามพฤติการณ์ยังไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ด้านวิจิตรเริ่มทานยารักษาวัณโรคตามที่แพทย์แนะนำเป็นวันแรกแล้ว
ล่าสุดเมื่อเวลา 13.24 น. ศูนย์ทนายความฯเผยว่า ในช่วงเช้าของวันนี้ (17 มิ.ย.) “วิจิตร” ได้ถูกส่งตัวจาก รพ.ราชทัณฑ์ ออกไปตรวจร่างกายและแอดมิตที่ รพ.ทรวงอก แล้ว หลังแพทย์ตรวจพบว่ามีภาวะปอดติดเชื้อมาเกือบสองสัปดาห์

