ศูนย์อัยการคุ้มครองสิทธิเด็กฯ สำนักงานอัยการสูงสุด จัด Workshop พัฒนาประสิทธิภาพทีมสหวิชาชีพในการคุ้มครองเด็กและผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ครั้งที่ 2 เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจกับพนักงานอัยการทั้งด้านกลไกทางสังคม การแพทย์ และด้านกฎหมาย เพื่อปฏิบัติงานร่วมกับสหวิชาชีพอื่นๆ และชุมชนในการคุ้มครองป้องกันความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว เป็นไปด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 17 มิถุนายน นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อัยการสูงสุด เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “พัฒนาประสิทธิภาพทีมสหวิชาชีพในการคุ้มครองเด็กและผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว” ครั้งที่ 2 โดยมีนายสุชาติ ก่อพานิชกุล รองอธิบดีอัยการภาค 1 พร้อมด้วยอัยการจังหวัดสำนักงานอัยการต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีเข้าร่วมในพิธี ณ โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี
อัยการสูงสุด กล่าวว่า สำนักงานอัยการสูงสุด ได้เห็นถึงความสำคัญของบทบาทหน้าที่พนักงานอัยการในการคุ้มครองสิทธิเด็ก เยาวชน และสถาบันครอบครัว ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในลักษณะสหวิชาชีพ โดยพนักงานอัยการสามารถดำเนินการช่วยเหลือในด้านการคุ้มครองป้องกันอาชญากรรมและความรุนแรงต่อเด็ก เยาวชน และสถาบันครอบครัว อาทิ การบังคับใช้กฎหมาย การให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่พนักงานเจ้าหน้าที่และทีมสหวิชาชีพ ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ 
และองค์กรเอกชนที่มีบทบาทหน้าที่ในด้านการคุ้มครอง ป้องกันอาชญากรรมและความรุนแรงต่อเด็ก เยาวชน และสถาบันครอบครัว รวมทั้งเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชนให้รู้จักและเข้าใจสาระสำคัญของพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสามารถประสานงานและติดตามประเมินผลงานร่วมกันในการปฏิบัติงานคุ้มครอง ป้องกันความรุนแรงต่อเด็ก และการสร้างความมั่นคงของสถาบันครอบครัว
ทั้งนี้ หากพนักงานอัยการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน มีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการคุ้มครองป้องกันอาชญากรรมและความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ในด้านกลไกทางสังคม ทางการแพทย์ และทางด้านกฎหมาย และนำความรู้ความสามารถที่ได้รับจากการฝึกอบรมไปปฏิบัติงาน ประสานงาน และติดตามประมวลผลงานร่วมกับสหวิชาชีพอื่นๆ และชุมชน ก็จะช่วยให้การปฏิบัติงานคุ้มครองป้องกันความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว เป็นไปด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
นายจักรวาล แสงแข รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีเยาวชนและครอบครัว กล่าวเพิ่มเติมว่า การคุ้มครองเด็กและผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องรวมทั้งอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก เป็นงานสำคัญของสำนักงานอัยการสูงสุดและหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐ รวมทั้งหน่วยงานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องอีกหลายหน่วยงาน ซึ่งมีความละเอียดอ่อนซับซ้อนในการประสานงาน การให้ความสำคัญกับการมองภาพของระบบงานที่กำหนดการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานตามข้อบัญญัติของกฎหมาย รวมถึงการปฏิบัติงานตามหลักการที่เกี่ยวข้อง


เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันเพื่อคุ้มครองป้องกันอาชญากรรมและความรุนแรงต่อเด็ก เยาวชน และสถาบันครอบครัว ตลอดจนความร่วมมือระหว่างหน่วยงานดังกล่าวจึงเป็นสิ่งจำเป็น ทั้งงานในระดับยุทธศาสตร์และงานสำหรับช่วยเหลือเด็ก เยาวชน และสถาบันครอบครัว สำนักงานคดีเยาวชนและครอบครัว โดยศูนย์อัยการคุ้มครองสิทธิเด็ก เยาวชน และสถาบันครอบครัว จึงได้จัดโครงการอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “พัฒนาประสิทธิภาพทีมสหวิชาชีพในการคุ้มครองเด็กและผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว” ขึ้น โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 17 – 19 มิถุนายน 2568 มีพนักงานอัยการสำนักงานคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัด พนักงานอัยการสำนักงานอื่นๆ รวมทั้งนิติกร และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของศูนย์อัยการคุ้มครองสิทธิเด็ก เยาวชน และสถาบันครอบครัวภาค ในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค 1, 2, 3 และภาค 7 เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 74 คน
สำหรับการอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้มีหัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ การอภิปรายเปรียบเทียบการคุ้มครองเด็กและผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวในประเทศไทยกับสากล, การคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและ และผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวในประเทศไทยกับสากล, สถานการณ์ปัจจุบันเกี่ยวกับความรุนแรงต่อเด็กและความรุนแรงในครอบครัว, สภาพปัญหาและทางแก้ของมาตรการเบี่ยงเบนคดีออกจากกระบวนการยุติธรรมของไทยและสากล, พัฒนาการเด็ก ปัญหา สาเหตุ ทางแก้ ความรุนแรงต่อเด็ก, สภาพปัญหา สาเหตุ ทางแก้ ความรุนแรงในครอบครัว ต่อสตรี ผู้สูงอายุ และบุคคลที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ, พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ของคดีเด็ก เยาวชน และผู้ถูกกระทำรุนแรงในครอบครัว รวมทั้งการฝึกภาคปฏิบัติ 
โดยได้รับเกียรติจากนายปาลิต สันทนาคณิต ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง, Mr. Lucio Valerio Sarandrea ผู้เชี่ยวชาญด้านคุ้มครองเด็ก สำนักงานยูนิเซฟ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก, นายสันติ ศิริธีราเจษฎ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายคุ้มครองเด็ก องค์การยูนิเซฟประเทศไทย, Ms. Robin Mauney ผู้แทนจาก UN Women, นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว, ผู้เชี่ยวชาญจากกรมกิจการเด็กและเยาวชน, กรมพินิจและคุ้มครองเด็ก, กองบังคับการตำรวจนครบาล 8, มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล, คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล, ศูนย์กฎหมายอาญาและอาชญวิทยา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และพนักงานอัยการผู้เชี่ยวชาญ ร่วมเป็นวิทยากร

