รองปลัด ยธ.มั่นใจรื้อ’พัสกร’เป็นแพะคดีฆ่าคนตาย ศาลฎีกานัดชี้ 11 เม.ย.นี้ เผยกำลังฟื้นอีก 5-6 คดี

10.04.17 | 13:50 น.

เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้รื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาคดีใหม่ และศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษาฎีกาในคดีของนายพัสกร สิงคิ ชาว อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี ที่ถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นเสียชีวิต จนกระทั่งศาลฎีกาพิพากษาให้จำคุก 20 ปี ในวันที่ 11 เมษายนนี้ เวลา 09.00 น. ที่ศาลจังหวัดสิงห์บุรี ว่า สืบเนื่องจากครอบครัวของนายพัสกรได้ร้องขอความเป็นธรรม เพื่อขอให้รื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นมาพิจารณาใหม่นั้น จึงได้สั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปสืบสวนหาข้อมูลกระทั่งพบว่านายพัสกรไม่ใช่คนร้าย แต่คนร้ายตัวจริงเป็นบุคคลอื่น ซึ่งดีเอสไอก็ได้จับกุมมาดำเนินคดีแล้ว 1 ราย และออกหมายจับผู้ต้องหาอีก 1 ราย จึงทำให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้รื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาคดีใหม่ และศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษาฎีกาในคดีนี้ ในวันที่ 11 เมษายนนี้

พ.ต.อ.ดุษฎีกล่าวต่อว่า หากถามว่ามั่นใจขนาดไหนนั้น เนื่องจากคดีนี้ถือเป็นคดีแรก ความมั่นใจในการตัดสินก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลถูกต้องหรือไม่ แต่ความมั่นใจของผู้ทำคดีนั้น มีความมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ ว่านายพัสกรไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด อีกทั้ง คดีนี้ก็ถึงที่สุดแล้ว และไม่ได้มีการยื่นอุทธรณ์ แต่จากการลงพื้นที่หาข้อมูลพบว่ามีประจักษ์พยาน ซึ่งเป็นพยานที่เห็นเหตุการณ์ ไม่ใช่พยานแวดล้อม และเป็นประจักษ์พยานเองที่โทรศัพท์แจ้งตำรวจและเป็นคนเก็บวัตถุพยานให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยตัวเอง

พ.ต.อ.ดุษฎีกล่าวอีกว่า จะไม่ไปก้าวล่วงในอดีตว่าหน่วยงานไหน องค์กรไหนบกพร่อง แต่เห็นว่าจะต้องนำเรื่องดังกล่าวมาเป็นการศึกษานำข้อมูลที่หาข้อเท็จจริงมาให้ความยุติธรรมกับนายพัสกรเต็มที่ ส่วนอะไรที่บกพร่องไปต้องแก้ไข ซึ่งต้องเอาเรื่องนี้มาเป็นกรณีศึกษา เพราะมีหลายเรื่องที่กระทรวงยุติธรรมได้ขอรื้อฟื้นคดีไป หากสำเร็จและมีการเปลี่ยนแปลงคำตัดสินของศาลฎีกาได้ ต้องปรึกษากันว่า นักกฎหมาย ผู้บังคับใช้กฎหมาย คนที่ฟ้องคดี และคนที่ตัดสิน จะต้องมาร่วมกันหาข้อบกพร่องทั้งหมด เพื่อนำไปสู่การแก้ไขให้กับผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการตัดสินออกมาแล้ว หน่วยงานใดจะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการเยียวยาผู้เสียหาย พ.ต.อ.ดุษฎีกล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพจะต้องเยียวยากับจำเลยในคดีอาญาที่ไม่ได้กระทำผิด ส่วนจะมีมูลค่ามากน้อยแค่ไหนนั้น คงไม่สามารถทดแทนได้ เพราะคนที่อยู่ในเรือนจำมา 5 ปีกว่า เสียโอกาส และถ้าเยียวยาทางด้านจิตใจรวมแล้วไม่น่าจะเกินวันละ 400 บาท อย่างไรก็คงไม่คุ้ม ทั้งนี้ เราได้รับการร้องขอให้มีการรื้อฟื้นคดีกว่า 100 คดี โดยมีคดีที่ยังไม่ได้ตัดสิน 2 คดี ที่กำลังจะรื้อฟื้นอีก 5-6 คดีที่มีพยานหลักฐานแล้ว ทั้งนี้ ต้องตรวจสอบเรื่องที่ประชาชนเข้ามาร้องเรียนด้วย ว่าเรื่องไหนเป็นเรื่องจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทำทั้งหมดก็เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรม ไม่ใช่เพื่อหน่วยงานตัวเอง