บิ๊กบช.น.ถก”บึ้มหน้ากองสลาก”เชื่อมือระเบิดระดับพระกาฬ มุ่งสร้างสถานการณ์

10.04.17 | 15:36 น.
(แฟ้มภาพ)

เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่สน.ชนะสงคราม พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผบช.น. พล.ต.ต.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ รองผบช.น.เดินทางประชุมคดีเหตุระเบิดที่หน้าสำนักงานสลากกินแบ่งเก่า ถนนราชดำเนินกลาง แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพฯ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ชนะสงครามและชุดสืบสวนจากบก.น.1และกก.สส.บช.น.เข้าร่วมประชุม โดยไม่มีการแถลงข่าวให้สื่อมวลชนแต่อย่างใด

รายงานข่าวแจ้งว่าชุดสืบสวนกำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบจุดเกิดเหตุ โดยตอนนี้แนวทางการสืบสวนมุ่งประเด็นไขข้อสงสัยว่า ระเบิดถูกวางไว้จุดใดสักจุดของถนนราชดำเนินกลาง โดยกำลังตรวจสอบตั้งแต่ฟุตบาทใกล้กับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยยาวขึ้นมาจนถึงจุดเกิดเหตุว่าระเบิดถูกวางไว้ในจุดไหนกันแน่ อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้ว่าทางเจ้าหน้าที่กวาดขยะได้กวาดระเบิดซึ่งถูกห่อซ่อนในถุงพลาสติกปนมากับขยะ ก่อนนำไปทิ้งที่ถังขยะจุดเกิดเหตุ เชื่อว่าคนร้ายไม่ได้เจตนาหย่อนระเบิดลงในถังขยะ

ข่าวแจ้งว่ายังพบอีกว่า เจ้าหน้าที่พบว่าระเบิดเป็นลักษณะแผงวงจรอยู่ในท่อพีวีซีขนาด 1 นิ้ว ถูกตั้งเวลาให้ระเบิดตอน 20.00 น.พอดี โดยจะไม่ระเบิดก่อนเวลา อีกทั้งมีความทนทาน ไม่ว่าจะถูกกระแทกหรือถูกกวาดปนกับขยะตามท้องถนน ระเบิดก็จะไม่ทำงานด จึงคาดว่าผู้ประกอบระเบิดมีความชำนาญมาก และมุ่งเป้าเพียงแค่สร้างสถานการณ์เท่านั้น โดยไม่ได้ตั้งใจจะให้ระเบิดในจุดเกิดเหตุ เพียงแต่ระเบิดถูกกวาดมาและถูกทิ้งในถังขยะเท่านั้น ซึ่งคนร้ายไม่ได้หวังผลสังหาร ตอนนี้เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยละเอียดอีกครั้ง เพื่อจุดที่ระเบิดถูกวางไว้ตั้งแต่แรก หากพบก็จะสามารถสืบย้อนไปหามือวางระเบิดได้ ทั้งนี้เชื่อว่าคนร้ายน่าจะมีมากกว่า 2 คน โดยมีคนประกอบระเบิด คนนำระเบิดไปวาง และอาจจะมีผู้สั่งการทั้งหมด ซึ่งลักษณะการประกอบระเบิดนั้น ทางเจ้าหน้าที่มีข้อมูลว่าใกล้เคียงปี2550และได้ให้ฝ่ายสืบสวนไปตรวจสอบในทางลับต่อไป

ข่าวยังแจ้งอีกว่า จากการสอบปากคำพนักงานเก็บขยะก็ยังไม่พบประเด็นเพิ่มเติม หรือมีใครจดจำว่าได้กวาดวัตถุต้องสงสัยใกล้เคียงกับระเบิดมา ทั้งนี้จากกกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่มีผู้ต้องสงสัยที่ป้วนเปี้ยนอยู่ที่ถังขยะจำนวน 200 กว่าคน ได้ตรวจสอบเหลือผู้ต้องสงสัยเพียง 9 คน ตอนนี้ได้ตรวจสอบไปแล้ว 7 คน เหลืออีกเพียง 1-2 คนที่ต้องเรียกมาตรวจสอบ อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่นำบุคคลต้องสงสัยมาตรวจสอบเพื่อหาความชัดเจน โดยส่วนใหญ่เป็นประชาชนที่มารอขึ้นรถเมล์และทิ้งไว้ขยะลงถังเท่านั้น

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) กล่าวว่า เบื้องต้นต้องใช้เวลาในการรวบรวมหลักฐาน เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้สั่งการมอบประเด็นให้กับฝ่ายสืบสวนและฝ่ายสอบสวนเร่งรัดตรวจสอบพยานหลักฐานพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับอะไร คนที่มาก่อเหตุเป็นใคร มาจากไหน เป็นหลักการ แล้วค่อยขยายผลทีละขั้นตอน ยืนยันว่ามีการดำเนินการโดยตลอดตั้งแต่เกิดเหตุ แต่บางอย่างต้องทำการตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างละเอียดชัดเจน ส่วนแผนประทุษกรรมก็ต้องพิจารณาดูว่า ใกล้เคียงหรือเชื่อมโยงไปถึงอะไรบ้าง อย่างน้อยที่สุดอยากให้ทุกคนช่วยกันให้ข้อมูลข่าวสารในการที่เป็นประโยชน์ไม่กระทบต่อภาพลักษณ์ อย่างไรก็ตาม หากยังไม่ได้หลักฐานเชิงประจักษ์ต้องขอเวลาในการตรวจสอบสักระยะ ส่วนข้อสั่งการเพิ่มเติมนั้น ไม่สามารถบอกได้เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำงาน

Advertisement

เมื่อถามถึงภาพผู้ต้องสงสัยยังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นผู้ก่อเหตุใช่หรือไม่ พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ทุกอย่างต้องพิสูจน์ทราบ หากไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์อาจจะถูกกล่าวหาได้ว่าตำรวจทำงานรีบร้อนตามกระแส ยืนยันว่าเราทำงานกันตลอดเวลา เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามอย่างเต็มที่ ส่วนมีผู้ต้องสงสัยหรือไม่ ใครที่มาเกี่ยวข้องต้องมาตรวจสอบ ใช้คำว่าผู้ต้องสงสัยอาจจะใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ใครที่เกี่ยวข้องก็ทำการตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ตำรวจทำงานร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พนักงานเทศกิจ กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจหลายหน่วย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและพิจารณาตามข้อเท็จจริง

เมื่อถามถึงการสอบปากคำเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครนั้น พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ได้เชิญพนักงานทำความสะอาดมาสอบปากคำเพื่อยืนยันในส่วนของผู้กระทำความผิดแล้ว หากไม่ใช่ก็ต้องทำการตรวจสอบใหม่จากจุดเริ่มต้นอีกครั้ง ถือเป็นส่วนหนึ่งในการพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง เมื่อถามว่าการสอบปากคำเทศกิจ 9 นายเป็นอย่างไรนั้น ก็ต้องมาดูว่าวัตถุที่เกิดการระเบิดเกิดภายในหรือภายนอกถังขยะ บางครั้งพนักงานทำความสะอาดนำสิ่งของต่างๆ ไปฝาก ไม่ได้อยู่ภายในถัง ก็ต้องพิสูจน์ทราบให้ชัดเจนต่อไป

เมื่อถามถึงมาตรการในการป้องกันเหตุร้ายนั้น พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวง จึงต้องใช้คำว่าเอ็กซเรย์ แล้วทำการรีเอ็กซเรย์ เพื่อสกัดกั้นเหตุร้ายให้ได้มากที่สุด ในพื้นที่ใกล้เคียงกับการพักอาศัยของประชาชน ต้องช่วยกันดูแลสอดส่อง คนแปลกหน้ามาอยู่ ยานพาหนะ ผู้ประกอบการร้านค้า ทุกคนต้องช่วยกันถึงผลประโยชน์ของชาติ สื่อมวลชนนำเสนอเพื่อการสร้างสรรป้องกันเหตุ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นต่างชาติมาท่องเที่ยวให้เพิ่มมากขึ้น อย่างกรณีที่มีการดำเนินการเซฟตี้โซนในจุดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่จะขยับไปให้ทั่วกรุงเทพมหานคร