ทลายเครือข่ายค้าอุรังอุตัง สารภาพสั่งซื้อจากอินโด ขนขึ้นเรือสปีดโบ๊ต มาส่งที่สตูล ก่อนส่งขาย
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผบก.ปทส. สั่งการให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา รอง ผบก.ปทส. พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปทส. พ.ต.ท.ปฐมพงศ์ ทองจำรูญ รอง ผกก.5 บก.ปทส. พ.ต.ท.บรรลพ สมพงษ์ สว.กก.5 บก.ปทส. นำกำลังเข้าจับกุมนายสมาย์ หรือบังแอ อายุ 69 ปี นายพงศกร อายุ 29 ปี นายสุภวัชร อายุ 43 ปี ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชุมพรที่ 208-210/2568 ข้อหาร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์ป่าควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต”
โดยจับกุมนายสมาย์ ได้ที่บ้านพักในพื้นที่หมู่ 9 ต.บ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา นายพงศกร จับกุมได้ที่บ้าน ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ส่วนนายสุภวัชร จับกุมได้ที่บ้าน ในซอยกัลปพฤกษ์ 4 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม.
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 21 ม.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปทส. ร่วมกับตำรวจทางหลวงชุมพร สกัดจับรถยนต์ต้องสงสัยที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ถนนสายเอเชีย ต.ทุ่งคา อ.เมืองชุมพร พบนายวินัย สตามัน เป็นผู้ขับขี่ ภายในรถพบลิงอุรังอุตัง จำนวน 3 ตัว ชะนี 3 ตัว และกวางป่าอีก 1 ตัว บรรจุอยู่ในลังซุกซ่อนอยู่ นายวินัยรับสารภาพว่า มีบังเอมาว่าจ้างให้ขนสัตว์ทั้งหมดมาจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อไปส่งให้กับนายอ๊อฟ และนายกอล์ฟ ที่ จ.นนทบุรี ค่าจ้างขน 25,000 บาท
จากการสอบขยายผลจนทราบว่า บังแอนั้น คือนายสมาย์ ส่วนนายอ๊อฟ คือนายพงศกร และนายกอล์ฟ คือนายสุภวัชร ทั้ง 3 มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้าลิงอุรังอุตังจริง โดยนายสมาย์เป็นผู้ลักลอบนำเข้าลิงอุรังอุตังจากประเทศอินโดนีเซีย ส่วนนายกอล์ฟและนายอ๊อฟมีหน้าที่ติดต่อหาลูกค้าเพื่อนำส่งไปขายต่อ
ต่อมาเจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐานยื่นขออนุมัติศาลจังหวัดชุมพร เพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสาม ก่อนติดตามจับกุมตัวไว้ได้ดังกล่าว สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 ให้การรับสารภาพ โดยนายแอยอมรับว่ามีนายทุนอีกกลุ่มหนึ่งที่นำเข้าลิงออกมาจากอินโดนีเซีย โดยจะขนมากับเรือสปีดโบ๊ต ก่อนนำมาขึ้นท่าที่ อ.ละงู จ.สตูล แล้วนำมาเก็บไว้ที่ห้องเช่าใน อ.หาดใหญ่ ซึ่งตนจะติดต่อหารถขนนำไปส่งให้กับลูกค้าที่สั่งซื้อมา และทำมาแล้วประมาณ 3 ครั้ง
ส่วนนายกอล์ฟกับนายอ๊อฟให้การว่าตนมีอาชีพค้าขายสัตว์ป่าหายากให้กับผู้ที่สนใจอยากได้ รวมถึงลิงอุรังอุตังในครั้งนี้ด้วย ทำมาแล้วประมาณ 3-4 ครั้ง ลิงอุรังอุตังนั้นจะสั่งซื้อมาราคาตัวละ 70,000 บาท และนำไปขายราคาตัวละ 120,000 บาท หากถูกส่งไปยังประเทศที่สาม ก็จะทำให้ราคาสูงขึ้นถึงตัวละ 250,000 บาท จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปทส.ต่อไป
ด้าน พ.ต.อ.อรุณกล่าวว่า หลังจากนี้จะสอบสวนขยายผลไปถึงผู้ว่าจ้าง ผู้ซื้อ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ร่วมทั้งตัวนายทุนที่อยู่เบื้องหลัง และลูกค้าที่เคยสั่งซื้อสัตว์ป่าไปด้วย ส่วนสัตว์ป่าของกลางก็จะส่งไปให้กรมอุทยานฯ ตรวจสอบและเก็บ DNA ใช้เป็นหลักฐาน ก่อนจะประสานข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในและต่างประเทศต่อไป
การครอบครองหรือค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น มีความผิดตามกฎหมาย มีโทษจำคุกและปรับสูง สำหรับลิงอุรังอุตังเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามอนุสัญญา CITES ห้ามนำเข้า-ส่งออกโดยเด็ดขาด การลักลอบขนย้ายสัตว์ป่า เข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ มีโทษรุนแรงทั้งผู้ค้า ผู้ขนส่ง และผู้ซื้ออีกด้วย

