ศาลฎีกาไม่ให้ประกัน บัสบาส คดี 112 แม้อดอาหารมา 44 วัน ชี้ราชทัณฑ์ดูแลอาการป่วยได้

1.07.25 | 12:44 น.
ภาพโดย ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

ศาลฎีกาไม่ให้ประกัน บัสบาส คดี 112 ในการยื่นครั้งที่ 4 แม้อดอาหารมา 44 วัน ชี้ราชทัณฑ์ดูแลอาการเจ็บป่วยได้

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานความคืบหน้าหลังจากวานนี้ (30 มิถุนายน) ทนายความยื่นขอประกันตัว นายมงคล ถิระโคตร หรือ บัสบาส นักกิจกรรมและพ่อค้าขายเสื้อผ้าออนไลน์ชาวเชียงราย ซึ่งถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยเป็นการยื่นครั้งที่ 4 ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาลงโทษบัสบาสใน 3 คดี รวมกันจำคุก 54 ปี 6 เดือน มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ และไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างฎีกาเรื่อยมาเป็นเวลาเกือบ 1 ปีครึ่งแล้ว แม้ยังไม่มีคดีใดสิ้นสุด

ขณะที่ “บัสบาส” เริ่มอดอาหารประท้วงในเรือนจำมาตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 32 ปีของเขา โดยยังดื่มน้ำ กาแฟ และนม เพื่อต้องการเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมด เป็นระยะเวลา 44 วันแล้ว

ศูนย์ทนายความฯระบุว่า ทนายความยื่นคำร้องขอประกันตัวบัสบาส เป็นครั้งที่ 4 โดยขอวางเงินประกันตัวต่อศาล 600,000 บาท และยินยอมหากศาลจะกำหนดเงื่อนไขใดๆ เช่น ติดกำไลติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ โดยระบุเหตุผลในคำร้องโดยสรุปได้ว่า หลังจากบัสบาสประกาศอดอาหารประท้วงเรียกร้องปล่อยตัวผู้ต้องขังทางการเมือง จนถึงวันยื่นคำร้องเป็นเวลานาน 44 วัน ส่งผลกระทบให้ร่างกายของเขาอ่อนเพลียอย่างหนัก ไม่มีแรง มือสั่น ปวดท้อง วิงเวียนศีรษะ หน้ามืดจนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ปกติ มีภาวะเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน

แม้บัสบาสจะอยู่ในการควบคุมตัวของเรือนจำกลางเชียงราย แต่ไม่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีประสบการณ์ในการประเมินภาวะทุพโภชนาการ และการดูแลผู้ป่วยที่อดอาหารเป็นเวลานาน รวมทั้งการดูแลรักษาหากเลิกอดอาหาร

Advertisement

ที่ผ่านมาเคยมีผู้เสียชีวิตจากข้อจำกัดของระบบสาธารณสุขในเรือนจำ อันจะเห็นได้จากกรณีของ บุ้ง เนติพร ผู้ต้องขังทางการเมืองที่อดอาหารประท้วงเช่นเดียวกัน

การติดตามอาการอย่างใกล้ชิดในเรือนจำเป็นสิ่งจำเป็นในการดูแลรักษาผู้ป่วยอดอาหาร ซึ่งเสี่ยงต่อภาวะช็อก การล้มเหลวของระบบการทำงานอวัยวะภายใน หัวใจ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ซึ่งอาจกระทบถึงชีวิต

นอกจากนี้ ในคดีนี้จำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ตั้งแต่ในชั้นสอบสวน และชั้นศาล เนื่องจากจำเลยยืนยันว่าไม่ได้กระทำความผิด และยังไม่มีคำพิพากษาอันเป็นที่สุดว่าจำเลยมีความผิด

ที่ผ่านมาจำเลยให้ความร่วมมือทั้งตำรวจ พนักงานอัยการ ศาลอย่างดีมาตลอด และมารายงานตัวต่อศาลทุกครั้งไม่เคยขาดนัด ทั้งมีถิ่นที่อยู่แน่นอน ย่อมต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนี และไม่มีพฤติการณ์ของจำเลยใดๆ ที่เข้าเงื่อนไขตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 ที่ศาลจะไม่อนุญาตให้ประกัน

อย่างไรก็ดี ศาลจังหวัดเชียงรายรับคำร้อง และส่งคำร้องไปให้ศาลฎีกาวินิจฉัย กระทั่งศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกัน ระบุเหตุผลว่า “พิเคราะห์เหตุผลตามคำร้องประกอบของผู้ขอประกันแล้ว กรณียังไม่มีเหตุอันสมควรที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ส่วนเหตุผลตามคำร้องที่อ้างอาการเจ็บป่วย จำเลยมีสิทธิได้รับการรักษาตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์อยู่แล้ว จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง

ศูนย์ทนายความฯเผยว่า ในการเข้าเยี่ยมบัสบาสเมื่อวันที่ 27 มิ.ย หลังเขาถูกย้ายตัวกลับจากเรือนจำกลางเชียงใหม่ โดยทราบเพียงว่าเป็นการความร่วมมือจากฝ่ายความมั่นคงให้ย้ายไปชั่วคราว และหลังถูกกักตัวและย้ายกลับมาที่แดน 1 ของเรือนจำกลางเชียงราย บัสบาสได้พักฟื้นร่างกายมากขึ้นจากการเดินทาง ได้ดื่มนม น้ำชา และกาแฟอีกครั้ง ทั้งได้รับยารักษาโรคซึมเศร้าจากแพทย์ หลังจากไม่ได้รับในการถูกพาตัวไปเชียงใหม่