ไรเดอร์ขาหัก พยุงร่างเข้าแจ้งความ ถูกฟอร์จูนเนอร์ตัดหน้าชนล้ม ผ่าน 1 เดือนคดีไม่คืบ วอนคู่กรณีรับผิดชอบ

4.07.25 | 13:19 น.

หนุ่มไรเดอร์ขาหักพยุงร่างเข้าแจ้งความ หลังถูกรถฟอร์จูนเนอร์ตัดหน้าชนล้ม ผ่านมากว่า 1 เดือนคดีไม่คืบ ซ้ำยังต้องออกไปขี่รถส่งอาหารหารายได้ทั้งสภาพแบบนี้


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 กรกฎาคม ที่บริเวณริมฟุตปาธ หน้าทางเข้าตลาดนัดเลียบด่วน-แดนเนรมิต นายธมนันท์ แตงทิม หรือ จ่าคิงส์ สะพานใหม่ พาไรเดอร์ส่งอาหารที่ถูกรถฟอร์จูนเนอร์ชนจนขาหักต้องดามเหล็ก แต่ยังใช้ไม้ค้ำยันขี่รถจักรยานยนต์วิ่งส่งอาหาร หารายได้เลี้ยงครอบครัว มาแจ้งความที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หลังผ่านมาเกิน 1 เดือน แต่คดีไม่คืบหน้า

นายภานุพันธ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา ช่วง 4 โมงเย็น ตนขี่รถไปส่งอาหาร ใช้ความเร็วประมาณ 60 กม.ต่อ ชม. พอถึงช่วงตลาดสดไอยรา ถนนคลองหลวงเมืองใหม่ จ.ปทุมธานี อยู่ๆ ก็มีรถฟอร์จูนเนอร์เลี้ยวออกมาจากซอยตัดหน้ากะทันหัน ทำให้ตนชนเข้าอย่างจัง จนล้มหมดสติไป

Advertisement

โดยตนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ตรวจพบกระดูกต้นขาหัก ต้องดามเหล็กอย่างน้อย 3 เดือน และมีบาดแผลฉีกขาดที่คาง ต้องเย็บแผล ซึ่งหลังเกิดเหตุได้ไปแจ้งความที่ สภ.คลองหลวง แต่จนถึงตอนนี้ผ่านมาเกิน 1 เดือนก็ยังไม่มีความคืบหน้า ยังไม่เคยได้เจอกับคู่กรณี

หลังจากนั้น ตนไปถามคนแถวนั้นบอกว่า หลังจากที่ตนหมดสติไป คนขับฟอร์จูนเนอร์ที่เป็นผู้หญิงได้โทรเรียกแฟนหนุ่มมา แล้วคนขับก็หายไป แต่ตำรวจได้มาถ่ายรูปรถที่เกิดเหตุไว้แล้ว

โดยตอนนี้ ตนเองก็ยังต้องดามเหล็ก ต้องใช้ไม้ค้ำยัน แต่ก็ตัดสินใจออกมาวิ่งรถส่งอาหาร เพราะมีค่าใช้จ่าย ต้องเลี้ยงดูลูก และพ่อที่อายุ 60 ปีแล้ว เนื่องจากแฟนสาวก็ป่วยเป็นโรคหัวใจทำงานหนักไม่ไหว โดยหลังเกิดเหตุพ่อก็สงสารต้องออกไปเก็บขยะขายหาเงินมาช่วยเหลือครอบครัว ซึ่งการที่ตนยังขาหัก แต่ต้องขี่รถจักรยานยนต์ก็ค่อนข้างลำบาก นั่งนานก็ไม่ได้ วิ่งรถได้รอบน้อยลง ส่งอาหารช้าลง แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะแค่ค่ารักษาพยาบาลก็หมดไปกว่า 50,000 บาทแล้ว

ขณะที่นางสาวจุฑามาศ แฟนสาว บอกว่า หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนไม่ค่อยติดต่อมา เป็นตนเองที่ต้องคอยตามเรื่องเองทุกอย่าง พอโทรไปบ่อยก็โดนว่า ซึ่งจนถึงวันนี้ยังไม่เคยได้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดตอนเกิดเหตุ พนักงานสอบสวนบอกแค่ว่าอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนคู่กรณีตำรวจก็ทราบว่าเป็นใครและมีข้อมูล แต่พอตนขอตำรวจก็ไม่ให้ บอกว่าเป็นข้อมูลในสำนวนคดี ซึ่งตนก็อยากจะให้คู่กรณีมารับผิดชอบ มาพูดคุยช่วยเหลือกันบ้าง

ด้านนายธมนันท์บอกว่า โดยวันนี้จะพาเข้าแจ้งความกับตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และฝากไปถึงตำรวจ สภ.คลองหลวง ว่า ให้เรียกคู่กรณีมาพูดคุยกัน และเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย