อ.โต้ง โร่แจ้งความ ถูกบัญชีอวตารโพสต์บิดเบือน ปมสตอกเกอร์-ติดกล้องในม.ดัง

4.07.25 | 20:24 น.

อ.โต้ง หอบหลักฐานเข้าแจ้งความ ถูกบัญชีอวตาร โพสต์บิดเบือน ปมสตอกเกอร์-ติดกล้องในม.ดัง แจงยิบทำตามหน้าที่ ดูแลความปลอดภัยนักศึกษา


เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่กองบัญชาาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท. เมืองทองธานี พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล หรืออาจารย์โต้ง อาจารย์ประจำคณะอาชญาวิทยา และการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต เดินทางเจ้าพบ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท) เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ กรณีมีการโพสต์ข่าวบิดเบือน ทำให้เกิดความเสียหาย ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

กรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง สร้างแอ๊กเคาต์อวตาร โพสต์ข้อความว่า “เพื่อองค์กรดีๆ สถาบันที่รัก Ep2 เอากันเป็นข้อๆ กันเลยจ้า

– ดักติดกล้อง สะกดรอยจ้องจับผิดเพื่อจะ เล่นงาน….คนในองค์กร (มันต้องขนาดนี้เลยเหรอ)
– ตั้งญาติมาเป็น ที่ปรึกษากฎหมายไม่สนใจ นิติการขององค์กร (แล้วจะมีไว้ทำเพื่อถ้าไม่ใช้)
– ส่วน พรรคพวกตัวเองที่มีปัญหาด้าน จริยธรรม กลับหลับตาข้างเดียวมองไม่เห็นซะงั้น
– เห็นผู้บริหารท่านอื่นไม่มีค่าไร้ศักดิ์ศรีย่ำยีธรรมาธิปไตย

Advertisement

ม.ตั้งมา 40 ปี เพิ่งเคยเจอ ผู้นำองค์กรเบอร์ 1 ปล่อยผ่านได้ อย่างไร??? จริงหรือไม่จริง??? EP หน้าค่อยมาจัดกันเป็นข้อๆ”

เกี่ยวกับโพสต์ดังกล่าว พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์เปิดเผยว่า ตนได้รับมอบหมายจากท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ให้เข้ามาบริหารหน่วยงานรักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัย ตั้งแต่เดือนมกราคม ซึ่งทำการตรวจสอบการทำงานและมีการดำเนินการตามระเบียบและกฎหมาย แต่ปรากฏว่า มีบางสิ่งบางอย่างปฏิบัติไม่เป็นไปตามระเบียบและกฎหมาย มีการกระทำที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย และได้มีการมอบหมายให้ไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.ปากคลองรังสิตแล้ว รวมถึงส่งเรื่องไปยังกระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม และสภามหาวิทยาลัยรังสิต ให้ดำเนินการซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง

กระทั่งเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมาได้มีการตรวจพบมีบุคคลโพสต์ข้อความลง Facebook กลุ่มเมืองเอกมีสมาชิกประมาณ 3700 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนที่พักอาศัยอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเมืองเอก เมื่อบางคนอ่านข้อความแล้วก็เข้าใจว่าเป็นตน ตนได้รับความเสียหายเนื่องจากเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์วันนี้จึงเดินทางมาที่ สอท. เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด

ส่วนข้อมูลที่มีการนำไปลงยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยปกติการตั้งกล้องวงจรปิดจะ เป็นไปตามระเบียบโดยจะดูได้ 2 ที่คือฝ่ายตำรวจมหาวิทยาลัยและฝ่ายไอที และที่บอกมีการไปสะกดรอยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยปกติการติดกล้องวงจรปิดส่วนใหญ่ไม่มีการไปติดในพื้นที่ส่วนตัว เช่นในห้องน้ำ อยู่แล้ว

ส่วนคนที่กระทำผิดระเบียบตอนนี้อยู่ถูกตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ บอกได้เพียงเป็นบุคคลากรในมหาวิทยาลัย ซึ่งการที่มีโพสต์ข้อความดังกล่าวออกมาถือว่ามีผลกระทบกับตนเองโดยตรงเนื่องจากตนเองเป็นผู้เข้ามาทำหน้าที่และตรวจสอบตรงนี้อาจจะทำให้กลุ่มของผู้ที่ถูกสอบไม่พอใจ

ส่วนการติดตั้งกล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงที่ตนเองได้รับการมอบหมายให้มาดูในเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งภายในมหาวิทยาลัยเอง ก็มีการตั้งตำรวจมหาวิทยาลัยขึ้นมาส่วนหนึ่ง อีกส่วนก็ติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ก็เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติ โดยติดเพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับนักศึกษา ดูคนเข้าออกหรือเข้ามาติดต่อในมหาลัย ไม่ได้ติดกล้องเพื่อติดตามแกะรอย เจาะจงไปยังคนใดคนหนึ่ง

ส่วนประเด็นโพสต์ที่เกิดขึ้นมาจากการที่ออกมาพูดเกี่ยวกับการเมือง หรือเกี่ยวกับกระแสข่าววัดหรือไม่นั้น ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าใช่ เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยมีใครมาบอกหรืออกมาเตือนในสิ่งที่ตนเองพูด แต่เชื่อว่าเป็นการโพสต์เพื่อให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าเป็นตนที่กระทำการดังกล่าว เนื่องจากการตรวจสอบพบว่าคนที่โพสต์เป็นอวตาร ประกอบกับสร้างแอ๊กเคาต์มาได้เพียง 10 ชั่วโมง และโพสต์เพียงแค่ 2 วัน ถามว่าเป็นการไปเหยียบตาปลาใครหรือขัดผลประโยชน์ใครหรือไม่นั้น ตนเชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้น ยืนยันว่าทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากอธิการบดี

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ยืนยันว่า การโพสข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ถือว่าเป็นคงามผิดตามกฎหมาย ต่อให้คนโพสต์ใช้เฟซบุ๊กอวตาร ก็มีเครื่องมือในการสืบสวนติดตามได้ คาดจะสืบเจอตัวจริงได้ไม่ยาก