ทวี ยันจับ ก๊กอัน ตามพยานหลักฐาน เอี่ยวยาเสพติด-คอลเซ็นเตอร์ ไม่ใช่มาตรการตอบโต้กัมพูชา

8.07.25 | 11:02 น.

‘ทวี’ ยันจับ ‘ก๊กอัน’ เป็นไปตามพยานหลักฐาน ชี้อาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งคอลเซ็นเตอร์และยาเสพติด เป็นภัยความมั่นคง

เมื่อเวลา 09.17 น. วันที่ 8 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีที่ตำรวจไซเบอร์บุกตรวจค้นตามหมายจับศาลอาญาในบ้านหลังหนึ่ง เพื่อจับกุม นายก๊กอัน ชาวกัมพูชา ซึ่งต้องหาว่ามีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และถูกกล่าวหาว่าผู้ใกล้ชิดกับ สมเด็จฯฮุน เซนประธานวุฒิสภาประเทศกัมพูชาว่า กรณีนี้เป็นเรื่องของตำรวจดำเนินการ ทั้งนี้ เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางออนไลน์ บัญชีม้า มีผู้กระทำผิดในคดีเหล่านี้เป็นจำนวนสูงมาก เรามีผู้ต้องขังที่เกี่ยวข้องกับคดีเหล่านี้ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีประมาณ 80,000 คน

พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า กรณีของผู้ต้องขังที่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า บางส่วนอาจถือว่าเป็นเหยื่อได้ จึงต้องมีการสืบสวนผู้หาตัวผู้บงการ ขณะที่เรื่องของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในส่วนที่อยู่ในประเทศไทยเราสามารถดำเนินการปราบปรามได้ แต่ก็มีส่วนที่เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งครอบคลุมทั้งปัญหายาเสพติด แก๊งอาชญากรรมออนไลน์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติต้องยกให้เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราทำตามกฏหมาย และอาจจะมีการขยายผลไปถึงคดีอื่นๆ ตามมา

เมื่อถามว่า การจับก๊กอันถือเป็นการตอบโต้กัมพูชาหรือไม่ เพราะมีรายงานว่าเป็นบุคคลใกล้ชิดของสมเด็จฯฮุน เซน พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ไม่มี เรามีข้อมูลเยอะ เราไม่สามารถแก้เรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือการหลอกลวงซึ่งคล้ายยาเสพติดที่มีฐานอยู่ต่างประเทศ ย้ำว่าเราทำตามพยานหลักฐาน ดูตามหลักฐานว่าเป็นผู้กระทำผิด

เมื่อถามว่า ขณะนี้ดูเหมือนรัฐบาลเร่งปราบปรามยาเสพติดมากขึ้น ทำให้ปัญหาดังกล่าวลดลงได้หรือไม่ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ปัญหายาเสพติดเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งคือยาบ้า ที่มีทั้งผลิตในไทยและต่างประเทศ ซึ่งการแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าวเราได้มีความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศต่างๆ ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นที่ตั้ง หรือเป็นเมืองหลวงของยาเสพติด ซึ่งประเทศเหล่านี้ก็ต้องมาร่วมมือช่วยเราปราบปราม นอกจากนี้ ยังมียาเสพติดที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งคือพืชกัญชาและกระท่อม ซึ่งรัฐบาลได้ส่งสัญญาณว่าจะมีกฎหมายมาคุมเข้ม ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายคนเห็นด้วย แต่ต้องใช้เวลาร่างกฎหมายเรื่องนี้นานเป็นปี จึงได้นำกฎหมายอื่นมาออกมาตรการเพื่อคุมเข้ม

Advertisement

พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ในส่วนของกัญชาก็กำหนดให้ใช้เฉพาะทางการแพทย์ ขณะที่พืชกระท่อมเราจะออกมาตรการห้ามวางขายริมถนน ไม่ให้วางขายน้ำกระท่อม ซึ่งเรื่องเหล่านี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักวิชาการและประชาชน นอกจากนี้ รัฐบาลมีความห่วงใยต่อจำนวนผู้ที่ต้องเข้ารับการบำบัดจากการติดยาเสพติดที่มีจำนวนสูงมาก หากยังปล่อยเรื่องนี้ไว้จะทำให้ประชาชนอ่อนแอ โดยในเรื่องยาเสพติดนี้ไม่ใช่เป็นแค่ภัยแทรกซ้อน แต่ยังเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงด้วย