แถลงผลค้น 19 จุด ล่านายทุนเขมร ไม่พบตัว ‘ก๊กอัน’ ยันขยายผลคดีแก๊งคอล ปัดตั้งธงรวบคนสนิทฮุนเซน

8.07.25 | 15:50 น.

ตำรวจไซเบอร์ แถลงค้น 19 จุด เครือข่าย ก๊กอัน เจ้าพ่อโกลเด้น คราวน์-แก๊งคอล ปอยเปต

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 พ.ต.อ.ปรีดา คงจัด รอง ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ รองผบก.สอท.2 สนธิกำลัง พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. พล.ต.ต.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม รอง ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3 พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) หน.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. นำกำลังปิดล้อมตรวจค้น 19 จุด ในพื้นที่ กทม. สมุทรปราการ ชลบุรี ตามยุทธการปิดตึกบัญชีม้า ล่านายทุนเขมร

หลังศาลอาญาออกหมายจับ นายก๊กอัน นักธุรกิจกัมพูชา เจ้าของคราวน์กาสิโน และเป็นเจ้าของฐานบัญชาการเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ ในปอยเปต กัมพูชา ตามหมายจับศาลอาญาที่ 3924/2568 ลง 7 ก.ค.68 ในความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และฟอกเงิน

จุดที่น่าสนใจคือการเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 77 ซอยเฉลิมพระเกียรติ 15 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม. เพื่อติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับ เบื้องต้นพบผู้ดูแลบ้าน จึงทำการตรวจยึดรถยนต์หรู 2 คัน และเอกสารสำคัญหลายรายการ

นอกจากนี้ ยังตรวจค้นบ้านพัก 3 หลังในหมู่บ้านหรูย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.จุรี คล่องกิจกล หรือ เชอรี่ ลูกสาวของนายก๊กอัน เบื้องต้นพบคนจีนและผู้ดูแลอยู่ที่บ้านทั้งสามหลัง จึงได้ทำการคุมตัวไว้สอบสวน นอกจากนี้ ยังตรวจยึดสุราและบุหรี่ต่างประเทศไม่เสียภาษีจำนวนมาก และเงินสดกว่า 27 ล้านบาท

Advertisement

พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวว่า ตำรวจไซเบอร์ได้ทำขยายผลคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และคดีหลอกลงทุน อาทิ คดี ภูริกาสิโน ซึ่งมีเหยื่อถูกหลอกลงทุนสูญเงินไป 300 ล้านบาท และ คดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาล็อต ออสติน ซึ่งผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมต่างให้การซัดทอดว่าได้ไปสแกนใบหน้าให้ขบวนการคอลเซ็นเตอร์ที่ตึก 25 ชั้น, ตึก 18 ชั้น อาคาร HISO และอาคาร Crown Casino ในเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา จากการสืบสวนพบว่านายก๊กอันเป็นเจ้าของอาคารทั้งหมด จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลหมายจับ

พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวว่า จากการตรวจค้นทั้ง 19 จุดไม่พบตัวนายก๊กอัน แต่พบความเชื่อมโยงระหว่างตัวผู้ต้องหากับเจ้าของสถานที่ที่ตรวจค้น โดยบ้านที่ย่านประเวศพบว่านายก๊กอันเคยมีการมาพักที่บ้านหลังดังกล่าว และมีข้อมูลว่าเป็นที่รับรองกลุ่มคนระดับวีไอพี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลัง เช่นเดียวกับกรณีของ น.ส.จุรี ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนตรวจสอบว่าที่มาของการถือบัตรประชาชนนั้นถูกต้องหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติการในครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายว่าหรือธงว่าจะต้องออกหมายจับบุคคลดังกล่าวที่มีความใกล้ชิดกับผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน แต่เป็นปฏิบัติการที่เราทำมาอย่างต่อเนื่องนานแล้ว เราต้องการดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนสนับสนุนส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่มาก่อเหตุอาชญากรรมในประเทศไทย และเป็นอาชญากรรมอันดับหนึ่ง ที่สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย

พร้อมกันนี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการออกหมายจับนายก๊กอัน ที่ถูกกล่าวหาว่าผู้ใกล้ชิดกับ สมเด็จฯฮุน เซน ประธานวุฒิสภาประเทศกัมพูชาว่า ในทางคดีเป็นเรื่องของตำรวจดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางออนไลน์ บัญชีม้า มีผู้กระทำผิดในคดีเหล่านี้เป็นจำนวนสูงมาก เรามีผู้ต้องขังที่เกี่ยวข้องกับคดีเหล่านี้ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีประมาณ 80,000 คน ทั้งนี้ กรณีของผู้ต้องขังที่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้าบางส่วนอาจเป็นเหยื่อได้ จึงต้องมีการสืบสวนหาตัวผู้บงการ ซึ่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อยู่ในไทยเราสามารถปราบปรามได้ แต่ก็มีส่วนที่เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งครอบคลุมทั้งปัญหายาเสพติด แก๊งอาชญากรรมออนไลน์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเป็นเรื่องที่เป็นวาระแห่งชาติและต้องทำตามกฏหมาย และอาจจะมีการขยายผลไปถึงคดีอื่นๆ ตามมา หากถามว่าการออกหมายจับนายก๊กอันถือเป็นการตอบโต้กัมพูชาหรือไม่ ส่วนตัวมองว่าไทยมีข้อมูลเยอะและทำตามพยานหลักฐานว่าเป็นผู้กระทำผิด

สอดรับกับ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. ที่กล่าวว่า ได้รับการประสานจากตำรวจไซเบอร์ให้ตรวจสอบเครือข่ายนายก๊กอานว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือมีหมายจับคดียาเสพติดหรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นไม่พบความเชื่อมโยงใดๆ กับเรื่องยาเสพติด พบเพียงเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และการหลอกลวงทางออนไลน์เท่านั้น