บุกแหล่งพักยาบ้ากลางกรุง รวบหนุ่มคนส่งยา ยึด 2.75 ล้านเม็ด ก่อนกระจายสู่ชุมชน

8.07.25 | 23:21 น.

สืบ 6 ร่วมทหาร เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น พบแหล่งพักยาย่านกลางกรุง ก่อนกระจายลงสู่ชุมชน จับหนุ่มขนยาบ้า 2.75 ล้านเม็ด


เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 8 กรกฎาคม พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.ดูแลงานสืบสวน พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. ดูแลงานยาเสพติด พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.6 พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร รองผบก.น.6 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ รอดเข็ม ผกก.กก.สส.บก.น.6 พร้อมด้วย ชุดสืบสวนกก.สส.บก.น.6 พล.ต.ธีรนันท์ นันทขว้าง ผบ.ขกท., พ.อ.พูลศักดิ์ พรประเสริฐ ผบ.สปข.ขกท.ศปก.ทบ., พ.ท.ปรเมษฐ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา รอง ผบ.สปข.ขกท.ศปก.ทบ. ร่วมกันจับกุมตัว นายสัมฤทธิ์ อายุ 36 ปี พร้อมของกลาง รถยนต์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีดำ ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข 7กต 5060 กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ยาบ้าทั้งหมดประมาณ 2,750,000 เม็ด

สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.6 ได้ทำการสืบสวนทราบว่า จะมีการขนลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่รอบปริมณฑลนำมาเก็บไว้ภายในซอยรามคำแหง 112 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูงกรุงเทพมหานคร เพื่อรอกระจายส่งให้กับลูกค้าในชุมชน ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้เฝ้าสังเกตการณ์มาหลายวันอย่างต่อเนื่อง จนเชื่อว่ามีรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีดำ ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข 7 กต 5060 กรุงเทพมหานคร ได้ลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดหรือสิ่งของผิดกฎหมาย และนำมาเก็บพักไว้ภายในซอยดังกล่าว

ต่อมาวันที่ 8 ก.ค.68 เวลาประมาณ 01.40 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้กระจายกำลังเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ พบว่ารถยนต์คันดังกล่าวขับเข้ามาภายในซอยรามคำแหง 112 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้สะกดรอยติดตามไป โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้ขับติดตามมาด้านหลัง พบว่าคนขับรถคันดังกล่าวมีลักษณะท่าทางมีพิรุธต้องสงสัย และสังเกตเห็นว่ารถคันดังกล่าวมีลักษณะน้ำหนักมากผิดปกติ จึงได้สกัดให้รถยนต์คันดังกล่าวจอดหยุดรถอยู่บริเวณริมถนน ในซอยรามคำแหง 112 พบว่ามี นายสัมฤทธิ์ ผู้ถูกจับ เป็นผู้ขับขี่ ตรวจค้นในรถยนต์พบยาบ้า บรรจุอยู่ในถุงกระสอบสีรุ้ง ซุกซ่อนอยู่ในช่องเก็บของบริเวณท้ายรถคันที่ผู้ถูกจับขับมา จำนวน 11 กระสอบ รวมจำนวนยาบ้า 2,750,000 เม็ด และพบโทรศัพท์มือถือจำนวน 1 เครื่อง อยู่ที่ตัวของนายสัมฤทธิ์ฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับกุมตัว

Advertisement

จากการสอบถามนายสัมฤทธิ์ให้การรับว่า ยาเสพติดของกลางที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบนั้นเป็นของตนจริง โดยตนได้ทำหน้าที่ในการขับรถยนต์คันดังกล่าวไปรับยาเสพติดและขนลำเลียงยาเสพติดตามสถานที่ต่างๆ จากนั้นจะนำมาส่งให้แก่ลูกค้าตามคำสั่งของผู้สั่งการ ได้รับค่าจ้างครั้งละ 30,000 บาท มาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยการขนยาเสพติดครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 จึงได้ถูกจับกุมตัว

จากการตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดของผู้ต้องหาพบกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด 2 ครั้ง ได้แก่ ปี 2558 พบถูกจับกุมในข้อหา ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย (สน.มีนบุรี) และปี 2565 พบถูกจับกุมในข้อหา ครองครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย (สน.คันนายาว) เบื้องต้นเบื้องต้นแจ้งข้อหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน เป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมาย