ผัวเมียโดนกองปราบฯซิว หลังร้องเรียน ตร.มีคนตาม พบมีหมายจับลักทรัพย์รวบทันควัน

12.04.17 | 15:34 น.

เมื่อวันที่ 12 เมษายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1บก.ป. พ.ต.ท.มนูญ แก้วก่ำ สว.กก.1บก.ป. ร.ต.ท.สรัล ยศพลพิเนต รอง สว.กก.1บก.ป. พร้อมตำรวจ กก.1บก.ป. ร่วมจับกุม น.ส.ทิพวรรณ อนุภาพยุทธชัย อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45/1700 ซอย ม.พงษ์ศิริชัย 4 ถนนมาเจริญ แขวงหนองค้าพลู เขตหนองแขม กทม. และนายจตุรงค์ รื่นเทียน อายุ 44 ปี อยู่ที่ 49/2 หมู่ 5 อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง สามีภรรยาและเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ลงวันที่ 4 มกราคม 2559 ในข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์ไป โดยจับกุม น.ส.ทิพวรรณ ได้ที่ บก.ป. ขณะที่ขยายผลจับกุมนายจตุรงค์ ได้ที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส ถนนพหลโยธิน

สืบเนื่องจากวันที่ 11 เมษายน น.ส.ทิพยวรรณ เดินทางมายัง บก.ป.เพื่อร้องเรียนกับพนักงานสอบสวนว่ามีชายฉกรรจ์อ้างเป็นตำรวจ และมาสอบถามหาตน พร้อมระบุว่าตนเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ และเมื่อขอตรวจสอบบัตรข้าราชการตำรวจ และขอตรวจสอบหมายจับ กลุ่มชายฉกรรจ์กลับไม่ให้ตรวจสอบ ด้วยความกลัว น.ส.ทิพวรรณจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความไว้ พนักงานสอบสวนจึงตรวจสอบประวัติ ทำให้พบว่า น.ส.ทิพวรรณมีหมายจับติดตัวอยู่ จึงแสดงหมายจับให้ตรวจสอบ ก่อนจับกุม จากนั้นจึงขยายผลกระทั่งสามารถตามไปจับกุมนายจตุรงค์ได้ที่ลานจอดรถห้างเทสโก้ โลตัส ซึ่งจอดรอ น.ส.ทิพวรรณ ผู้เป็นภรรยาอยู่

สำหรับพฤติการณ์ที่นำมาสู่หมายจับนั้น สืบเนื่องจากเมื่อต้นปีที่แล้ว ผู้ต้องหาทั้ง 2 และนายหยอย (ไม่ทราบชื่อและสกุล) ซึ่งเป็นผู้ร่วมขบวนการและถูกออกหมายจับตามภาพสเกตช์ไปแล้วนั้น ร่วมกันทำทีไปพบผู้เสียหาย (ขอสงวนชื่อและสกุล) ที่ชื่นชอบการเล่นพระเครื่อง และมีอาการป่วยเป็นอัมพาต ที่บ้านพักภายในพื้นที่ สน.หลักสอง ก่อนจะชวนคุยและทำทีขอดูพระเครื่อง และสนใจอยากขอเช่าพระเครื่อง ซึ่งขณะที่ผู้เสียหายเผลอ นายหยอย หนึ่งในคนร้ายได้แอบขึ้นไปบนชั้น 2 ของบ้านผู้เสียหาย และขโมยเอาทรัพย์สินมีค่าและพระเครื่องไปมูลค่ารวมกว่าล้านบาท ก่อนที่ผู้เสียหายจะเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.หลักสอง ขณะที่ผู้ต้องหาต่างหลบหนี กระทั่งมาถูกจับกุม ส่วนนายหยอย อยู่ระหว่างติดตามตัว

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 2 ยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พร้อมอ้างว่าพวกตนไปที่บ้านของผู้เสียหายจริง แต่เพราะชื่นชอบในการดูพระเครื่องเท่านั้น และไม่ทราบว่านายหยอยก่อเหตุตามที่ถูกกล่าวอ้างจริงไม่ และไม่ได้ติดต่อกับนายหยอยมานานแล้ว ซึ่งตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เบื้องต้นตำรวจนำตัว น.ส.ทิพวรรณและนายจตุรงค์ส่งพนักงานสอบสวน สน.หลักสอง ดำเนินคดีต่อไป