ทักษิณ อารมณ์ดี สืบพยานคดี 112 เสร็จสิ้น ศาลนัดตัดสิน 22 ส.ค. เชื่อจะได้รับความเป็นธรรม

16.07.25 | 13:35 น.

ศาลนัดชี้ชะตา ‘ทักษิณ’ คดี 112 วันที่ 22 ส.ค.นี้ ด้านทนายวิญญัติเผยปรึกษาเจ้าตัวและทนายคนอื่นแล้วจึงแถลงหมดพยาน เชื่อจะได้รับความเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณา 902 ภายหลังจากศาลนัดสืบพยานจำเลยนัดแรกคดีหมายเลขดำ อ.1860/2567 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีเมื่อปี 2558 นายทักษิณได้ให้สัมภาษณ์สื่อทีวีต่างประเทศของประเทศเกาหลีใต้ พาดพิงดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง โดยจำเลยให้การปฏิเสธและได้รับการประกันตัว

ภายหลังจากการสืบพยานเสร็จสิ้นเวลา 12.00 น. ทีมทนายความได้แถลงหมดพยาน และศาลนัดพิพากษาคดีนี้ในวันที่ 22 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น.

ขณะที่นายทักษิณเดินทางกลับโดยรถเบนซ์สีบรอนซ์ทองออกทางประตู 7 หน้าศาลแพ่งรัชดาภิเษก แต่ในวันนี้ขบวนรถของนายทักษิณเข้ามายังเลนซ้ายสุด และสื่อมวลชนสังเกตเห็นนายทักษิณโบกมือทักทายสื่อมวลชนและคนเสื้อแดงจากภายในรถยนต์โดยไม่ลดกระจกลงมา ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงโห่ร้องด้วยความดีใจ

Advertisement

นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัวของนายทักษิณให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้นำพยานจำเลยเข้าสืบรวมทั้งหมด 3 ปาก โดยปากแรกเป็น นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ปากที่ 2 นายธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม และ นายทักษิณ ชินวัตร เป็นพยานจำเลยปากสุดท้าย หลังจากการเบิกความได้ปรึกษากับทีมงานและนายทักษิณแล้วจึงแถลงหมดพยาน และไม่ประสงค์สืบพยานอีก จึงแถลงปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 15 วัน ศาลพิจารณาแล้วได้นัดฟังคำพิพากษาคดีนี้ในวันที่ 22 ส.ค.2568 เวลา 10.00 น.

นายวิญญัติกล่าวอีกว่า จากเดิมเตรียมพยานไว้ 14 ปาก แต่เนื่องจากการสืบพยานที่ผ่านมา ทั้งการสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยเพียงพอและเหมาะสมแล้ว จึงแถลงหมดพยาน คงจะเปิดเผยรายละเอียดในคดีหรือการสืบพยานไม่ได้ เพราะเป็นการพิจารณาลับ ทำได้เพียงแจ้งความคืบหน้าแก่สื่อมวลชนเท่านั้น ส่วนเอกสารแถลงปิดคดีขึ้นอยู่กับศาลว่าจะนำมาพิจารณาประกอบการเขียนคำพิพากษาหรือไม่

เมื่อถามว่า ตอนนี้หลังจากสืบพยานทั้งโจทก์และจำเลยแล้วมีความหนักใจหรือไม่ นายวิญญัติกล่าวว่า ไม่ตอบว่ามั่นใจหรือไม่ แต่เชื่อว่าเรื่องนี้จะได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากพยานหลักฐานโจทก์ที่ผ่านมามีหลายส่วนที่ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และมีหลายส่วนที่เป็นพยานบุคคลซึ่งเป็นพยานความเห็นทั้งสิ้น และทีมทนายความได้พยายามหักล้างว่าเป็นพยานที่มีความอคติและอยู่ฝ่ายตรงข้ามของนายทักษิณแทบทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม ต้องเรียนตามตรงว่าโจทก์ไม่มีประจักษ์พยานที่จะพิสูจน์ทราบการกระทำความผิดได้ชัดเจน

เมื่อถามว่า เหตุใดจากที่เตรียมพยานไว้ตอนแรก 14 ปาก แต่กลับเหลือแค่ 3 ปาก นายวิญญัติกล่าว่า ในส่วนนี้เป็นการประเมินคดีและได้ปรึกษาร่วมกับนายทักษิณแล้วว่าสมควรยุติการสืบพยานเท่านี้ สำหรับฝ่ายจำเลย เนื่องจากการพิจารณาคดีของศาลอาญา ศาลจะพิจารณาพยานฝั่งโจทก์เป็นหลักว่ามีหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์ทราบการกระทำความผิดของจำเลยได้มากน้อยเพียงใดหรือไม่ ซึ่งตนก็ได้ประเมินดูมาโดยตลอด

เมื่อถามว่า นายวิษณุและนายธงทองมาเป็นพยานและให้ความเห็นในด้านใด นายวิญญัติกล่าวว่า ทั้งคู่เป็นพยานที่เกี่ยวข้องกับช่วงเวลาที่นายทักษิณถูกกล่าวหาและช่วงที่ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเป็นบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญทางกฎหมายและด้านภาษา รวมทั้งเคยแปลและรับรู้ถึงการแสดงออกการกระทำของนายทักษิณว่ามีความจงรักภักดีอย่างไรอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า นายทักษิณจะเดินทางมาที่ศาลอีกครั้งแค่ในวันนัดฟังคำพิพากษาหรือไม่ นายวิญญัติกล่าวว่า จะต้องมาอีกครั้งในการรายงานตัวตามคำสั่งศาลในช่วงต้นเดือน เนื่องจากได้รับการปล่อยชั่วคราวเกี่ยวเนื่องจากคดีนี้ จากนั้นจะมาศาลอีกครั้งในวันที่ 22 ส.ค. ซึ่งเป็นวันพิพากษา อย่างไรก็ตาม คำสั่งกำหนดนัดรายงานตัวและห้ามออกนอกราชอาณาจักรจะมีผลสิ้นสุดลงหลังจากการฟังคำพิพากษาในศาลชั้นต้น

เมื่อถามว่า ท่าทีของนายทักษิณเป็นอย่างไรหลังการสืบพยานเสร็จสิ้น นายวิญญัติกล่าวว่า วันนี้ตัวนายทักษิณอารมณ์ดีและรู้สึกว่าต้องได้รับความเป็นธรรม

เมื่อถามว่า หลังจากฟังคำพิพากษาแล้วจะมีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรหรือไม่ นายวิญญัติกล่าวว่า ยังไม่ตอบในส่วนนี้ รอดูคำพิพากษาก่อนว่าผลจะเป็นอย่างไร ซึ่งหลังจากนั้นจะมีกำหนดการการทำงานของนายทักษิณอย่างแน่นอน