บิ๊กเต่า แย้มมีหลักฐานพระสมณศักดิ์สูง ร่วมสีกาทุจริตเงินบริจาคนับร้อยล้าน
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. กล่าวถึงกรณีมีพระที่สมณศักดิ์ชั้นผู้ใหญ่มีความเกี่ยวข้องสีกาแต่เป็นคนละเคสกับสีกากอล์ฟว่า เรื่องดังกล่าวมีการร้องเรียนเข้ามาในศูนย์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนามานานแล้ว โดยเกี่ยวกับพระชั้นผู้ใหญ่ทุจริตเงินขอบริจาคสร้างศาสนสถานแต่ยังไม่เสร็จ โดยเป็นเงินหลายร้อยล้าน อีกทั้งยังมีความเกี่ยวข้องกับสีกา เรื่องที่เกิดขึ้นยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่ตำรวจเปิดปฏิบัติการมาสักพักแล้ว พบว่ามีความผิดถึงขั้นปาราชิก แต่ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานที่จะดำเนินคดีในทางอาญา โดยจะต้องมีหลักฐานชัดเจน โดยย้ำว่าพระรูปนี้มีสมณศักดิ์สูงกว่าคดีสีกากอล์ฟ ส่วนจะเป็นวัดไหนหรือพระรูปใด ขอยังไม่ระบุ แต่มั่นใจว่าจะดำเนินการเข้าตรวจค้นกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในเร็วๆ นี้
พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวถึงกรณีตำรวจ บก.ปปป. เข้าขอข้อมูลหลักฐานเส้นทางการเงินวัดประยุรวงศาวาสวรวิหารว่า ต้องการเส้นทางการเงินของวัดประยุรฯย้อนหลัง 3 ปี เนื่องจากผู้ช่วยเจ้าอาวาสมีส่วนเกี่ยวข้องกับสีกากอล์ฟ โดยจะตรวจสอบคดีอาญาคู่ขนานไปกับวินัยสงฆ์ เก็บพยานหลักฐานทุกอย่างเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ส่วนที่เจ้าอาวาสจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้นอย่าเพิ่งไปกล่าวหา ขอให้ดำเนินการตรวจสอบกับพระทั้ง 13 รูปที่เกี่ยวพันกับสีกากอล์ฟก่อนที่จะขยายผลไปกับบุคคลอื่น รวมไปถึงเจ้าอาวาสวัดด้วยเช่นกัน เนื่องจากเป็นบุคคลใกล้ชิดและยังเป็น ผอ.มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยอดีตพระเทพปวรเมธี หรือทิดประสิทธิ์ เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งสอง หากตรวจสอบพบว่าเกี่ยวข้องกับใครดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาแน่นอน
พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่า ส่วนที่ทิดประสิทธิ์มีการขนเงินทำบุญใส่รถกระบะมาให้สีกากอล์ฟหลายครั้งนั้น เรื่องดังกล่าวยืนยันว่า มีหลักฐานชัดเจน รวมถึงมีคนรู้เห็นว่ามีความเกี่ยวข้องกับทิดประสิทธิ์ กับสีกากอล์ฟ ถึงแม้ว่าจะเป็นเงินทำบุญหรือเป็นเงินส่วนตัวก็ตาม ตำรวจก็ต้องมีการตรวจสอบหลังจากนี้ ทางตำรวจจะมุ่งเน้นในเรื่องเส้นทางการเงิน โดยไม่ได้หยุดแค่พระสึกแล้วจบ แต่มุ่งเน้นเส้นเงินที่เชื่อมไปบุคคลภายนอก ที่เป็นฆราวาส หรือบุคคลใกล้ชิดกับพระ จะเข้าข่ายการทุจริต เรื่องดังกล่าวจะต้องมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีจำนวนมากน้อยเพียงใด อยู่ระหว่างการทยอยเรียกผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล
รวมถึงพระครูศรีรัตนวิเชียร หรือพระมหายอดเพชร เจ้าอาวาสวัดท่าบัวทอง จ.พิจิตร จะต้องเรียกตัวมาให้ข้อมูลเช่นเดียวกัน ส่วนการร่วมงานกันระหว่างตำรวจและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เป็นไปด้วยความเข้าใจกัน ไม่ได้จูบปาก แต่เป็นเพียงการหอมแก้มกัน หลังจากมีการสะท้อนปัญหาและมุมมองในการทำงาน การทำงานไม่ควร ค่ะ ครับ แล้วเรื่องจบ ต้องมีแรงกระแทกให้เห็นว่ากำลังทำอะไรอยู่ ต้องตื่นตัว ต้องแก้ไขกระบวนการ โดยการทำงานร่วมกันทุกอย่างจะต้องมีความจริงใจต่อกัน ย้ำว่าไม่ได้มีการขัดแย้งกัน

