จับ ชายวัย 20 ตั้งบริษัทจัดหางานตปท. ก่อนเชิด 50 ล้านหนี สลด เหยื่อหมดตัว จบชีวิตแล้ว 2 ศพ

19.07.25 | 18:58 น.

กองปราบรวบ LGBTQ+ แสบ ตั้งบริษัทจัดหางาน ลวงคนไทยไปแคนาดา ก่อนเชิดเงิน 50 ล้านหนี ซ้ำขู่เรียกเงิน 5 พัน แลกพาสปอร์ตคืน พบผู้เสียหายเครียด ฆ่าตัวตาย 2 ศพ

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป.สั่งการ พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. ว่าที่ พ.ต.ท.อัคนี ณ บางช้าง  สว.กก.4 บก.ป.นำกำลังจับกุม นายพรเทพ อายุ 20 ปี LGBTQ+ ตามหมายจับศาลธัญบุรี ที่ 260/2568 ลงวันที่ 12 มี.ค.68 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง และร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานในต่างประเทศได้” ได้บริเวณตลาดนัดในซอยจอมทอง 12 แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กทม.


สืบเนื่องจากมีกลุ่มผู้เสียหายเข้าร้องเรียน ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่าถูก บริษัท ไทยทัวร์ วีซ่า แอนด์ ทราเวล จำกัด , บริษัท เลิฟแคร์ วีซ่า แอนด์ ทราเวล จำกัด และ บริษัท เอวา วีซ่า เซ็นเตอร์ แอนด์ ทราเวล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจัดหางานโพสต์เฟซบุ๊กประกาศรับคนงานไปทำงานเกษตร ที่ประเทศแคนาดา อ้างมีรายได้ดี โดยเรียกเก็บเงินค่าดำเนินรายละ 150,000 -200,000 บาท พร้อมขู่ว่าหากไม่ชำระเงินภายในเวลาที่กำหนด จะถูกยกเลิกวีซ่า ผู้เสียหายจึงยินยอมชำระเงินดังกล่าว

เมื่อถึงกำหนดรับเอกสารและตั๋วเครื่องบิน บริษัทดังกล่าวกลับปิดกิจการหนี จึงรวมตัวเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เบื้องต้นมีผู้ตกเป็นเหยื่อ 250–300 ราย รวมมูลค่าความเสียหาย 40–50 ล้านบาท

นอกจากนี้เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายรายหนึ่งได้รับการติดต่อจากบริษัทดังกล่าวว่า หากต้องการหนังสือเดินทางคืน ต้องชำระเงินค่าไถ่อีกเล่มละ 5,000 บาท ผู้เสียหายบางรายจึงยอมชำระด้วยความเกรงกลัว อย่างไรก็ตามจากการสอบถามข้อมูลกลุ่มผู้เสียหายทราบว่า บางรายนำทรัพย์สินไปจำนอง จำนำ เพื่อนำเงินไปจ่ายค่าเดินทางไปทำงานต่างประเทศ แต่มาถูกหลอก ทำให้เกิดความเครียด จนฆ่าตัวตายไปแล้วจำนวน 2 ราย

Advertisement

ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ นายพรเทพ ผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งมีชื่อเป็น กรรมการของบริษัท ทั้ง 3 แห่งไว้ กระทั่งสืบทราบว่าหลังก่อเหตุผู้ต้องหาหนีไปกบดานที่ สปป.ลาว ล่าสุดย้อนกลับมาบ้านเกิดจึงวางแผนเข้าจับกุมดังกล่าว

สอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าถูกหลอกให้จดทะเบียนบริษัทฯ จึงนำตัวส่ง สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป