คปท. บุกประณามหน้าสถานทูต กัมพูชา ปมทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดขาขาด มองละเมิด “ออตตาวา”

20.07.25 | 12:21 น.

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) กองทัพธรรม ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) และประชาชน ได้เดินทางมาบริเวณหน้าสถานทูตราชอาณาจักรกัมพูชาประจำประเทศไทย ถนนประชาอุทิศ แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กทม. เพื่อชุมนุมแสดงพลังหน้าสถานทูตกัมพูชา จากกรณีทหารไทยออกลาดตระเวนจากฐานปฏิบัติการมรกตไปยังเนิน 481 ชายแดนไทย-กัมพูชา บาดเจ็บ 3 นาย โดย 1 ใน 3 เหยียบกับระเบิดส่งผลให้ขาขาด


โดยมีตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 (บก.น.4) และกองบัญชาการตำรวจสันติบาล รวม 100 นาย ได้นำกำลังมาดูแลความเรียบร้อยบริเวณด้านหน้า รวมถึงมีการนำแผงเหล็กมาตั้งไว้เพื่อดูแลความเรียบร้อย

จากนั้นทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้ทยอยเดินทางมาเรื่อยๆ พบว่า ทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ มีการถือธงชาติไทยโบกไปมา และป้ายระบุข้อความต่างๆ เช่น “กัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา” “แผ่นดินไทยต้องเป็นของคนไทย” นอกจากนี้ยังมีการร้องเพลงเพื่อเป็นการปลุกใจ และแสดงออกเชิงสัญลักษณ์

ต่อมา นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เปิดเผยว่า วันนี้ที่เดินมาสถานทูตราชอาณาจักรกัมพูชาประจำประเทศไทย เพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์ พร้อมสื่อสารและประณามรัฐบาลกัมพูชา รวมถึงทหารของประเทศกัมพูชา จากกรณีที่ทหารของประเทศกัมพูชารุกล้ำอธิปไตยของไทย มาวางทุ่นระเบิดหลาย 100 ลูก รวมถึงเข้ามายั่วยุทหารของประเทศไทยในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ชี้ให้เห็นว่าประเทศกัมพูชาได้กระทำการที่ดูหมิ่นประเทศไทยเป็นอย่างมาก

Advertisement

ทำให้ตอนนี้ประเทศกัมพูชามองประเทศไทยเป็นศัตรูทางความมั่นคง ดังนั้นในฐานะประชาชนคนไทย ขอประณามทหารและรัฐบาลของประเทศกัมพูชาว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศไทย เพราะการวางทุ่นระเบิด นอกจากจะเป็นภัยต่อความมั่นคงของไทยแล้ว ยังละเมิดอนุสัญญาออตตาวาที่ไทยและกัมพูชาได้ลงสัตยาบันด้วยกัน ทำให้ตอนนี้เห็นว่าประเทศไทยมีข้ออ้าง และข้อมูลที่จะนำไปอธิบายกับนานาชาติว่าประเทศกัมพูชาทำผิดกติการะหว่างประเทศ

แต่ในวันนี้การกระทำของทหารกัมพูชาเป็นการตัดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างชัดเจน จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลไทยประท้วงทางการกัมพูชาอย่างเป็นทางการ และกล่าวหาว่า กัมพูชาทำลายความสัมพันธ์ และทำลายประเทศไทย นายพิชิตยังกล่าวว่า หากทหารของประเทศกัมพูชาไม่ได้คำสั่งจาก “ฮุน เซน” อดีตนายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชา และ “ฮุน มาเนต” นายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชา ก็คงไม่กล้าที่จะเข้ามาวางระเบิดในพื้นที่เกิดเหตุดังกล่าว

นอกจากนี้ นายพิชิตกล่าวว่า “หากรัฐบาลยังนิ่งเฉย ประชาชนจะลุกขึ้นมาเอง” พร้อมนัดชุมนุมครั้งใหญ่ทุกภูมิภาค โดยกรุงเทพมหานครจะจัดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พร้อมทั้งที่ภาคอีสาน 2 ที่ คือ จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดสุรินทร์ และภาคตะวันออกจะจัดที่จังหวัดระยอง ในวันที่ 16 ส.ค.68 ส่วนภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันตก รอประกาศวันที่ชัดเจนอีกครั้ง