ญาติทั้ง 2 ฝ่าย ศึกร้านขายกางเกงยีนส์ ตลาดนัด ต่างมารอรับศพ ที่นิติเวชศิริราช
จากกรณีพ่อค้ากางเกงยีนส์มือสอง ยิงพ่อค้าคู่แข่งกลางตลาด ในซอยประชาอุทิศ 61 ย่านทุ่งครุ ได้รับบาดเจ็บและมีชาวพลเมืองดีที่เข้าไปห้ามถูกลูกหลง มือปืนเห็นว่าคู่กรณีตาย จึงใช้ปืนยิงตัวเองดับนั้น
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลศิริราช ญาติทั้งสองฝ่าย ได้มารับศพผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีทางศาสนา โดย นางน้อย อายุ 65 ปีภรรยา และพี่สาวของนายกนกพล ผู้ก่อเหตุได้เดินทางมาติดต่อรับร่างของนายกนกพล เพื่อไปบำเพ็ญพิธีทางศาสนา ซึ่งทีมข่าวได้เข้าไปพูดคุยกับ นางน้อย ภรรยาของนายกนกพล ให้ข้อมูลว่าทั้ง 2 ฝั่งนั้น เข้ามาขายของในตลาดพร้อมๆ กัน ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากการราคาขายของ และเรื่องที่ เพราะทางด้านนายกนกพลไปได้แหล่งซื้อผ้ากางเกงยีนส์ในราคาที่ถูกกว่า และเนื้อผ้าดีกว่าจึงทำให้ขายราคาถูกกว่า ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยพยายามปรับราคาขึ้นหลายครั้งแล้ว แต่ฝั่งของนายชูศักดิ์ นั้นขายแพงกว่าร้านของเธอ อีกทั้งร้านของนายชูศักดิ์ก็เคยมาซื้อกางเกงร้านเธอไปขายต่อด้วย

นางน้อย ระบุว่า นายชูศักดิ์ มักจะไปแจ้งคนดูแลตลาดให้มาต่อว่าร้านของนายกนกพล อยู่เป็นประจำ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหากระทบกระทั่งกันมาก่อน แต่ทางฝั่งของนายชูศักดิ์มักจะชอบเดินมาที่หน้าร้าน และมามองที่ร้านบ่อยครั้ง ที่ผ่านมาเธอไม่สนใจ และพยายามไม่พูดมาโดยตลอด

นางน้อย เล่าต่อว่าทางตลาดเคยเรียกทั้ง 2 ร้านไปพูดเจรจากันมา 3 ครั้ง และขอให้ร้านของเธอขยับห่างออกไป เราก็ยอมขยับให้ จนในการเจรจาครั้งที่ 3 ทางฝั่งของภรรยาของคู่กรณีได้เรียกนายกนกพล ผู้เป็นสามีไปที่ร้าน จนทำให้สามีตนกดดัน และเก็บกด เพราะเป็นฝ่ายถูกกระทำมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งสามีก็เคยพูดว่า “มันก็ไม่จบหรอกคนแบบนี้” ส่วนอาวุธปืน สามีเคยซื้อมาตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น และปกติสามีไม่พกอาวุธปืนติดตัว

นางน้อย ระบุว่าปกติแล้วเวลามาขายของ สามีจะเป็นคนมาส่ง และรับทุกเช้าเย็น ในวันที่เกิดเหตุตัวเองกำลังเก็บร้านอยู่เห็นว่าสามีมารับตามปกติไม่คิดว่าจะไปก่อเหตุ หลังสามีก่อเหตุ ได้พยายามที่จะถามสามีว่า “ทำอะไร ไปยิงเขาทำไม” สามีไม่ตอบก่อนที่จะตัดสินใจจบชีวิตตนเองต่อหน้าเธอ
ที่ผ่านมาครอบครัวของเธอลำบาก หาเช้ากินค่ำ บ้านก็ต้องเช่าอยู่ ไม่มีเงิน ส่วนฝั่งของนายชูศักดิ์มีบ้าน มีรถพร้อม แต่ยังคอยมากดดันกันตลอด เมื่อถามว่าอยากจะขอโทษครอบครัวของอีกฝั่งหรือไม่ นางน้อย ตอบว่า ไม่ขอโทษ ต่างฝ่ายต่างสูญเสีย และต่อจากนี้ไปขอให้ต่างฝ่ายต่างอยู่

ส่วนทางด้านพ่อค้าขายเครื่องเสียงที่อยู่ภายในตลาดใกล้จุดเกิดเหตุกล่าวว่า ตนไม่รู้ความขัดแย้งของเขาต่างคนต่างก็ขายของทำมาหากินแล้วเขาก็ไม่เคยเถียงกันมาก่อน อันนี้ตนก็ไม่แน่ใจ ที่รู้ๆ ตอนนั้นตนกำลังนั่งขายของอยู่ แล้วก็ได้ยินเสียงปังนัดเดียว ตนก็ยืนดูอยู่แล้วก็ได้ยินเสียงอีก 2 นัด พอยิงเสร็จปั๊บเขาก็ไปหาใครไม่รู้ แล้วก็ยิงอีกทีนึง แล้วก็มานั่ง แล้วก็มองซ้ายมองขวาเหมือนคนเก็บกด เก็บอาการอะไรสักอย่าง แล้วเขาก็นั่งลง พอสักพักนึง เขาก็ยิง อีก 1 นัด แล้วเขาก็ยิงตัวตายเลย ตอนนั้นไม่มีใครกล้าเข้าไปเลย มีแต่คนหนีหมดเลย
ส่วนตนได้แต่มอง ไม่กล้าเข้าไปใกล้ ส่วนพ่อค้าอีกคน ตอนที่เขาถูกยิง เขาก็ยังไม่ตาย เขาก็หนีเลย เพื่อไปโรงพยาบาลก่อน ส่วนคนที่ถูกยิง เขาก็นิสัยดีเป็นคนสนุกสนานร่าเริง ไม่ค่อยยุ่งกับใคร มาถึง เขาก็ตั้งแผงขาย ถ้าวันไหนฝนตก เขาก็ไม่ขาย เขาก็แค่มาซื้อกับข้าว แล้วก็กลับบ้าน ตนมาขายของอยู่ตรงนี้ทีหลังเขา เขามาขายก่อน ส่วนคนที่ก่อเหตุ เขาก็มาขายไล่ๆกัน แต่ตนก็จะสนิทกับเจ๊กับเฮียมากกว่า แล้วเขาก็ขายของเหมือนกันเป็นกางเกงยีนส์เหมือนกัน
ส่วนเรื่องการตัดราคากันนั้นตนก็ไม่แน่ใจแต่เจ๊กับเฮียเขาก็ขายของถูก ลูกค้าเขาก็เยอะ ก็จะมากันแบบเรื่อยๆ ส่วนตน ก็ยังเป็นลูกค้าเจ๊กับเฮียเลย เขาขายไม่แพงไม่ได้เอากำไรเยอะ ตนก็ไม่แน่ใจว่าเขามีลูกหรือเปล่าแต่ส่วนมากจะเห็นว่าเขามาขายของพร้อมกับเมียเขา 2 คน ส่วนสาเหตุตนก็ไม่แน่ใจว่าเป็นปัญหาเรื่องของการตัดราคาขายกางเกงยีนส์กันหรือเปล่า แต่ในตลาดตรงนี้ ตนก็ไม่เคยได้ยินว่าใครด่ากัน ส่วนสินค้าที่เหมือนกันภายในตลาดก็มีเยอะ ก็แล้วแต่ลูกค้าว่าจะเลือกซื้อร้านไหน ร้านไหนขายดีบริการดี ก็ได้ไป

