“บิ๊กเต่า” เผยพบทองบางส่วนแล้ว หลังถูกซักหนัก เจ้าอาวาสอ้างหลง ๆ ลืม ๆ – พบมีการซื้อขาย ผู้การนครบาล 9 เผยข้อมูลเงินหายไม่ตรงกับที่แจ้ง เร่งตรวจสอบ หายจริงหรือไม่
จากกรณีการสืบสวนสอบสวนคดีเงิน 10 ล้านบาท และทองคำหนัก 250 บาทของพระราชวัชรพัฒนาทร เจ้าอาวาสวัดม่วง ซอยเพชรเกษม 63 แขวงหลักสอง เขตบางแค กทม. หายไปจากกุฏิเจ้าอาวาส ในคดีมีผู้ต้องสงสัยอย่างน้อย 4-5 คน อยู่ใกล้ชิดและอยู่ในวัดตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 68 ที่ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี “พระราชวัชรพัฒนาทร” หรือ ”เจ้าคุณณรงค์“ เจ้าอาวาสวัดม่วง แจ้งความถูกคนร้ายลักเงินสด 10 ล้านบาท และทองคำหนัก 250 บาทว่า เรื่องนี้ค่อนข้างอลเวง เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่ บก.ปปป.ซักถามเจ้าอาวาสหนักเข้า ล่าสุดได้รับรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชา ว่าท่านหลง ๆ ลืม ๆ และเริ่มจำได้บ้างแล้วว่าเจอทองบางส่วน แต่จำนวนเท่าไหร่ยังไม่ได้รับรายงาน ยืนยันเจ้าอาวาสไม่ได้เป็นอัลไซเมอร์
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ทิ้งเรื่องวัดม่วง เพราะเป็นเป้าหมายหนึ่งของเรา เหตุจากมีเงินเกินตัว และมีหลายบัญชีที่ยังไม่ชัดเจน ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบทุกบัญชี ทุกรายได้ที่เข้ามาในวัด ตลอดจนเส้นเงินที่ไหลเข้ามาว่ามาจากไหน อย่างไร และเจ้าอาวาสบริหารเงินอย่างไร เพราะที่วัด ไวยาวัจกรไม่ได้มีอำนาจบริหารเงิน ดังนั้นเจ้าอาวาสต้องเป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้
เมื่อถามว่าเจ้าอาวาสเข้าข่ายแจ้งความเท็จหรือไม่ รอง ผบช.ก.กล่าวว่า น่าจะโดน และถ้าพบว่ามีความผิดทางอาญาเกี่ยวข้อง ก็จะประเคนให้อีกหน่อย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องเงิน และรายได้ของวัดที่เข้ามาหลายช่องทาง ทุกเรื่องอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ ถ้าชัดเจนคงบังคับใช้กฎหมาย
เมื่อถามอีกว่า พระนิทัศน์ ประเสริฐ อดีตพระคนสนิทเจ้าอาวาสวัดม่วง ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งกับ “เจ้าคุณณรงค์” นำพยานหลักฐานต่าง ๆ มามอบให้นั้นเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีหรือไม่ รอง ผบช.ก.กล่าวว่า เราก็รับฟัง แต่เราไม่ได้เอามาเป็นประเด็น หรือต้องดำเนินการตามนั้น เพียงแต่เราเอาข้อมูลมาประกอบ แล้วไปตรวจสอบตามข้อมูลที่ได้มา ซึ่งเชื่อว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่เห็นถึงเส้นเงินที่ต้องไปตามต่อ
ด้านพล.ต.ต.คมสิทธิ์ รังไสย์ ผบก.น.9 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบโดยละเอียด จากการตรวจสอบล่าสุดข้อเท็จจริงที่มีการให้การว่า มีจำนวนเงินและทองหายไปจากวัดม่วงนั้น ไม่ตรงกับความเป็นจริงที่ตรวจสอบได้ ซึ่งอยู่ระหว่างทำการตรวจสอบว่ามีทรัพย์สินใดบ้างที่มีหลักฐานการใช้จ่ายหรือการซื้อขาย
อย่างไรก็ตาม หากบุคคลใดมีการให้ข้อมูลใดเป็นเท็จผิดจากความจริงที่เกิดขึ้น ทางพนักงานสอบสวนสน.เพชรเกษม จะดำเนินตรวจสอบว่ามีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ต่อไป
ขณะที่มีรายงานข่าวแจ้งว่า ทางตำรวจสน.เพชรเกษม ชุดสืบสวนนครบาล 9 ได้ทำการตรวจสอบพบว่า มีการซื้อขายทองที่หายไปดังกล่าวจำนวน 3 ก้อน จากการสอบปากคำเจ้าอาวาสวัดม่วงบางแค ให้การว่าลืมว่าได้มีการซื้อขายทองดังกล่าวไปจำนวนหนึ่งจริง จึงทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า ทองและเงินจำนวน 10 ล้านบาท หายไปจริงหรือไม่ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ส่วนบุคคลต้องสงสัยที่ทำการตรวจสอบยังไม่มีใครมีเงินหรือมีการใช้เงินมากกว่าเงินที่ตนเองมีรายได้แต่อย่างใด ส่วนที่มาของทองและเงินดังกล่าวทาง ป.ป.ท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้ามาดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าว

