เตรียมเชือดล็อตสอง เครือข่ายหมอบุญ เสียหายหลักร้อยคน สูญกว่าพันล้านบาท
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม สืบเนื่องจาก กองกิจการอำนวยความยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับโอนสำนวนการสอบสวนคดีอาญาจาก กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2567 มีผู้กล่าวหาและผู้เสียหายจำนวนกว่า 605 ราย ปรากฏมูลค่าความเสียหาย 16,100,602,806 บาท ได้ทำการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมอายัดทรัพย์และส่งให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และได้ส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 136/2567 ไปยังพนักงานอัยการ เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568 มีความเห็นควรสั่งฟ้องนายแพทย์บุญกับพวก รวม 16 ราย สามารถจับกุมตัวได้แล้ว 15 ราย เหลือ นายแพทย์บุญ วนาสิน ผู้ต้องหารายสุดท้ายที่ยังหลบหนีอยู่เพื่อนำมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยความคืบหน้าคดี หมอบุญล็อตสองว่า หลังจากดำเนินคดีล็อตแรก นายแพทย์บุญ กับพวก รวม 16 คน ส่งพนักงานอัยการเรียบร้อยแล้ว แต่ในความเป็นจริงยังมีผู้เสียหายอีกส่วน ที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการร้องทุกข์กล่าวโทษ เมื่อทราบข่าวจึงเดินทางมาติดต่อกับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และได้มีการออกเลขคดีพิเศษที่ 13/2568 ซึ่งเป็นผู้เสียหายในจำนวนกลุ่มนี้ รวมถึงยังต้องดำเนินการเกี่ยวกับกลุ่มบุคคลที่อยู่ในข่ายผู้กระทำความผิดในคดีล็อตแรก แต่ยังไม่อยู่ในกลุ่มผู้ต้องหา 16 รายแรก จึงรวบรวมพยานหลักฐานเป็นคดีพิเศษ เปิดให้ผู้เสียหายที่ไม่ได้อยู่ในสำนวนแรกมาร้องทุกข์
โดยขณะนี้พบว่ามีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก ทั้งยังพบความเสียหายเพิ่มเติมจากสำนวนคดีแรก ประกอบกับกลุ่มผู้ที่ถูกกล่าวหากระทำความผิดแต่ยังไม่ถูกดำเนินคดี ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ทั้ง นิติบุคคลและบุคคลธรรมดาที่อยู่ในข่ายต้องเรียกมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อเปิดโอกาสชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม และคนกลุ่มนี้ก็มีโอกาสพัฒนาเป็นผู้ต้องหา โดยพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ต้องใช้ระยะเวลารวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นหนา เนื่องจากเป็นกลุ่มที่กระจายออกมา และมีความใกล้ชิดกับผู้ต้องหาล็อตแรก เพื่อให้เกิดความชัดเจนและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยอีกว่า ระหว่างนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้เปิดให้ผู้เสียหายเข้ามาร้องทุกข์ต่อเนื่องกันมา 2-3 เดือนแล้ว คาดว่าใกล้จะครบถ้วนแล้ว จากนี้อยู่ในกระบวนการนำหลักฐานที่ได้มา รวมถึงคำให้การจากทั้งสำนวนเก่าและสำนวนใหม่มารวบรวมเพื่อสกัดเป็นกลุ่มบุคคลเครือข่ายต้องสงสัยที่จะต้องเรียกมาพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และอาจอยู่ในข่ายที่ต้องถูกดำเนินคดีต่อไป ขอเวลาคัดกรองในส่วนนี้ก่อน
เบื้องต้นพบผู้เสียหายหลักร้อยคน มูลค่าความเสียหายในล็อตสอง เป็นหลักพันล้านบาท โดยพฤติการณ์ความเชื่อมโยงกับคดีหมอบุญ ล็อตแรกนั้น มีลักษณะคล้ายกัน คือ บุคคลที่ถูกกล่าวหาเป็นคนมาชักชวนผู้เสียหายร่วมลงทุน ซึ่งต้องตรวจสอบว่ามีความใกล้ชิดกับผู้ต้องหาล็อตแรกหรือไม่ กลุ่มบุคคลที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างไร หรือเกี่ยวข้องกับหมอบุญอย่างไร แต่ผู้เสียหายให้ข้อมูลตรงกันว่าต้องผ่าน น.ส.จิดาภา เลขาฯ หมอบุญ ทุกคน แต่มีเฉพาะบางคนที่หมอบุญเป็นคนนัดเอง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีบุคคลเข้าข่ายกระทำผิดอีกหลายราย

