2 นักธุรกิจรับเหมาร้อง บิ๊กเต่า ตรวจสอบคนอ้างเป็นหน.พรรคการเมืองดัง หลอกลงทุนสูญ 7 ล้าน

22.07.25 | 17:57 น.

ธนกฤต พา 2 นักธุรกิจรับเหมาร้อง บช.ก. ตรวจสอบคนอ้างตัวเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง และผู้เชี่ยวชาญประจำตัวอดีตรัฐมนตรีมหาดไทย หลอกลงทุนโครงการรัฐสูญเงิน 7 ล้านบาท พบเบื้องต้นเข้าข่ายผิดฉ้อโกง


เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข พร้อม ดร.พิมไหมทอง ศักดิพัตโภคิน หัวหน้าพรรคพร้อม พา น.ส. ทิพยาภรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี และ นายณภัทรพล (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี 2 สามี-ภรรยานักธุรกิจรับเหมาเข้าร้องทุกข์กับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อเอาผิด 2 สามีภรรยาอ้างตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวของอดีตรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย หลอกลวงเงินเพื่อรับงานโครงการพันล้าน และหลอกลวงอีกหลายกรณี ความเสียหายราว 7 ล้านบาท

นายกองตรี ธนกฤต เปิดเผยว่า ทางพรรคพร้อมได้พาผู้เสียหายเข้ามาพบตน ตนจึงพา 2 ผู้เสียหาย อาชีพรับเหมาก่อสร้าง ที่ถูกบุคคลที่แอบอ้างตัวเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง และผู้เชี่ยวชาญประจำตัวอดีตรัฐมนตรีมหาดไทย ชักชวนให้ไปดูแลเรื่องโครงการของรัฐหลายโครงการ นอกจากนี้ มีการไปพบนายพลทหารท่านหนึ่ง ยศพลโท ซึ่งต้องมีการตรวจสอบว่าเป็นทหารจริงหรือไม่ รวมยังมีเรื่องของการแจ้งให้เป็นคณะกรรมาธิการรัฐสภา รวมถึงยังมีเรื่องของการซื้อวุฒิการศึกษาให้จ่ายเป็นงวด รวมถึงการใช้เอกสารของทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นการทำบัตรที่แสดงตัวให้เห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ทั้งยังมีการใช้สัญลักษณ์ประทับตราของกระทรวงมหาดไทยในการประทับตราต่างๆ จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ ทางตนจึงได้พาผู้เสียหายเข้ามาพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ตรวจสอบว่าบุคคลที่แอบอ้างนั้นมีตัวตนจริงหรือไม่ และจะเข้าองค์ประกอบความผิดอะไรบ้าง

Advertisement

ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติเปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการพูดคุยกับผู้เสียหายพบว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงที่มีความต่างกรรมต่างวาระ ส่วนการตรวจสอบการทุจริตเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐมีอยู่หนึ่งโครงการที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ซึ่งจะต้องลงไปตรวจสอบว่ามีโครงการดังกล่าวจริงหรือไม่ และมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่ นอกจากนี้ยังให้กองบังคับการปราบปรามเข้ามาดูเรื่องของการฉ้อโกง เนื่องจากว่ามีการกระทำความผิดหลายพื้นที่หลายครั้ง

ด้าน พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า จากพยานหลักฐานที่พบว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายหลายครั้ง เบื้องต้นตำรวจจะตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับการเรียกรับสินบน หรือฟอกเงินหรือไม่ ซึ่งหากเป็นเรื่องอุปโลกน์ขึ้นมาลอยๆ จะเป็นเรื่องฉ้อโกง