รวบ’ภพ ล้อหมุน’สะเดาะเซ็นทรัลล็อกขโมยรถ เผยเข้าคอร์สในคุกกับเพื่อน นช.วิศวะไฟฟ้า ป.โท

28.02.16 | 16:32 น.
นายวัทธิกร ยิ้มศิลป์ หรือ “ภพ ล้อหมุน” (เสื้อสีส้ม) อายุ 50 ปี และ นายพณิช หรือจุ๋ม ศรีเข็มทอง (เสื้อสีฟ้า) อายุ 37 ปี

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.ชมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถ บช.น. (ผอ.ศปจร.น.) พร้อม พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี ผกก.สส.บก.น.8 พ.ต.อ.ชัยพล เอกกุล ผกก.สน.คลองตัน ร่วมกันจับกุมตัวนายพณิช หรือจุ๋ม ศรีเข็มทอง อายุ 37 ปี และนายวัทธิกร หรือภพ ยิ้มศิลป์ อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน พร้อมของกลางรถตู้โตโยต้า รุ่นคอมมิวเตอร์ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ฮค 8289 กรุงเทพมหานคร รถเก๋งฮอนด้า รุ่นแจ๊ซ สีดำ ทะเบียน ศค 892 กรุงเทพมหานคร เครื่องตัดสัญญาณรีโมต 1 อัน โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง หูฟังไมโครโฟน 1 ชุด ค้อนนิรภัยใช้สำหรับทุบกระจก 1 อัน เลื่อยตัดเหล็ก ไขควง และอุปกรณ์งัดแงะจำนวนหนึ่ง โดยจับกุมตัวนายพณิชได้ที่บ้านพักเลขที่ 535 ถนนจอมทองราษฎร์บูรณะ แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ ก่อนขยายผลไปจับกุมนายวัทธิกรได้ขณะหลบหนีไปกบดานที่โรงแรมโรส ถนนเทศบาลดำริ ต.รอบเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี


พ.ต.อ.ประสงค์กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้เสียหายซึ่งเป็นตัวแทนของ หจก.สถาปนา ทรานสปอร์ต ประกอบกิจการให้เช่ารถตู้รับส่งนักท่องเที่ยว ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.คลองตันว่า รถตู้โตโยต้า รุ่นคอมมิวเตอร์ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ฮค 8289 กรุงเทพมหานคร ได้ถูกโจรกรรมไปจากจุดจอดในซอยปรีดีพนมยงค์ 26 แยก 1 เมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 26 กุมภาพันธ์ จากการตรวจสอบสัญญาณจีพีเอส พบว่ารถถูกเคลื่อนย้ายไปจอดอยู่ในบ้านพักของนายพณิช เลขที่ 535 ถนนจอมทองราษฎร์บูรณะ ชุดจับกุมซึ่งประกอบด้วย กก.สส.บก.น.8 ศปจร.น.และ สน.คลองตัน จึงสนธิกำลังกันรีบไปตรวจค้น พบรถตู้จอดอยู่จริง จึงรวบตัวนายพณิชเอาไว้พร้อมยึดรถและของกลางเป็นเครื่องตัดสัญญาณรีโมตได้ 1 อัน จากการสืบสวนขยายผล นายพณิชยอมรับว่าไปลักรถตู้คันดังกล่าวมาจากที่เกิดเหตุจริงและนำมาจอดพักที่บ้านรอการนำไปส่งให้ลูกค้า โดยร่วมมือกับนายวัทธิกร หรือ “อาจารย์ภพ ล้อหมุน” ซึ่งไหวตัวทันหลบหนีไปบ้านญาติในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ได้หวุดหวิด

พ.ต.อ.ประสงค์กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบประวัตินายวัทธิกร พบมีหมายจับศาลอาญาธนบุรี เลขที่ 841/2558 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2558 ข้อหาลักรถตู้ในเวลากลางคืน ท้องที่ สน.ท่าข้าม ติดตัวอยู่แล้ว โดยคดีนี้มีหลักฐานเป็นวงจรปิดจับภาพขณะลงมือได้ชัดเจน ผู้บังคับบัญชาจึงสั่งการให้ พ.ต.ท.ศุทรา หล่าสกุล สว.กก.สส.บก.น.8 ร.ต.อ.บรรจง ทัพภูมี และ ร.ต.ท.สามารถ วงศ์สายจันทร์ รอง สว.กก.สส.บก.น.8 ซึ่งเป็นชุดเฉพาะกิจ ศปจร.น.บก.น.8 นำกำลังติดตามผู้ต้องหาตัวการสำคัญไปทันที พบนายวัทธิกรขับรถเก๋งฮอนด้า รุ่นแจ๊ซ สีดำ ทะเบียน ศค 892 กรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าไปกบดานอยู่ในห้องพักโรงแรมโรส ห่าง สภ.เมืองปราจีนบุรี ประมาณ 1 กิโลเมตร จึงรวบตัวเอาไว้ได้พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง หูฟังไมโครโฟน 1 ชุด ค้อนนิรภัยใช้สำหรับทุบกระจก และอุปกรณ์งัดแงะจำนวนมากอยู่ท้ายรถ เบื้องต้นได้ควบคุมตัว นายวัทธิกร มาสอบปากคำจนให้การรับสารภาพในที่สุด

จากการสอบสวน นายวัทธิกรยอมรับว่าร่วมกับนายพณิชก่อเหตุลักรถตู้ผู้เสียหายจากซอยปรีดีพนมยงค์ 26 แยก 1 มาจริง โดยทำหน้าที่ขับรถเก๋งฮอนด้าแจ๊ซไปดูต้นทางให้นายพณิช ซึ่งเป็นลูกศิษย์ลงไปสะเดาะประตูรถเข้าไปต่อสายตรงสตาร์ตขับหลบหนีออกมา ระหว่างนำรถไปจอดไว้บ้านนายพณิช เพื่อรอส่งให้ลูกค้าก็ดันโดนตำรวจจับเพราะไม่ทราบว่ารถมีสัญญาณจีพีเอส ส่วนคดีที่ตนถูกตำรวจ สน.ท่าข้าม ออกหมายจับนั้น ตนได้ร่วมมือกับนายอภิวัฒน์ หรือต้น ใจคำ อายุ 32 ปี เพิ่งถูกตำรวจ สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จับกุมข้อหาค้ายาเสพติดไปเมื่อเดือนมกราคม 2559 ลักรถตู้โตโยต้า รุ่นคอมมิวเตอร์ ทะเบียน ฮค 6525 กรุงเทพมหานคร มาจากผู้เสียหายบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 9/499 ซอยสะแกงาม 35/2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน ซึ่งรถตู้คันนั้นตนเป็นผู้สะเดาะประตูและทำลายตัวล็อกคลัตช์เอง โดยนำไปส่งให้ลูกค้าที่นัดรับกันบริเวณแคราย ได้ค่าจ้างมา 100,000 บาท แบ่งกับนายอภิวัฒน์คนละครึ่งนำเงินไปใช้จ่ายจนหมดแล้ว

Advertisement

สำหรับฉายา “ภพ ล้อหมุน” ที่ได้มานั้นเนื่องจากเมื่อ พ.ศ.2546 ตนเคยติดสอยห้อยตามเพื่อนไปลักรถกระบะ แล้วถูกตำรวจ สน.บางนา จับกุมต้องโทษติดคุกนาน 3 ปี ระหว่างที่อยู่ในเรือนจำ ก็ไปรู้จักกับครูสอนสะเดาะประตู กุญแจรถ ชื่อ นายเกรียงไกร อดีตวิศวกรไฟฟ้าดีกรีปริญญาโท ซึ่งเป็นนักโทษรุ่นใหญ่คดีเดียวกันปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว เป็นผู้สอนวิชาให้ ทั้งวิชาสะเดาะประตูรถทุกระบบ ทำลายกุญแจ และตัดสัญญาณกันขโมย เมื่อพ้นโทษออกมาจึงร่วมมือกับนายอภิวัฒน์ วัยรุ่นแถวบ้านตระเวนก่อเหตุลักรถตู้และรถกระบะ พอนายอภิวัฒน์ถูกตำรวจจับคดียาเสพติดขาดลูกมือ ก็มาชักชวนนายพณิชเข้าแก๊งตระเวนก่อเหตุเหมือนเดิม โดยในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา ก่อเหตุสำเร็จมาแล้ว 4 คัน ทำตามคำสั่งลูกค้าที่สลับสับเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ติดต่อมาหา นัดแนะจุดรับรถตามริมถนนปริมณฑล ได้ค่าเสี่ยงภัยมาแบ่งกับลูกมือคันละราว 1-2 แสนบาท

“วิธีการเตรียมตัวก่อนออกไปลักรถตามใบสั่งทั้งรถตู้และรถกระบะแต่ละคัน ตนจะไปสั่งทำป้ายทะเบียนรถปลอมตามร้านรับทำป้ายย่านคลองถม มาติดรถฮอนด้าแจ๊ซของตนก่อนเสมอ เพื่อไม่ให้เป็นเบาะแสในการติดตามได้ง่าย จากนั้นจะเลือกเวลากลางดึกที่ชาวบ้านนอนหลับพักผ่อนแล้วพาลูกมือขับรถไปตระเวนหารถเป้าหมาย เมื่อพบก็จะวางแผนกันแบ่งหน้าที่ดูต้นทางและสะเดาะประตูรถ พอเข้าไปในรถได้แล้วก็ทำลายเครื่องล็อกต่างๆ ที่เจ้าของติดตั้งไว้ก่อนสตาร์ตขับหลบหนีออกมา ใช้เวลาคันละไม่ถึง 5 นาที ยิ่งเป็นรถรุ่นใหม่ใช้เซ็นทรัลล็อกยิ่งง่ายเพราะเปิดประตูได้ 1 ข้าง ก็เข้าตัวรถได้ทั้งคันแล้ว ทั้งนี้ตนจะเลือกไม่แตะต้องรถคันที่เจ้าของใส่เครื่องห้ามล้อและจอดไว้ในจุดผู้คนพลุกพล่านเพราะจะเสียเวลาทำงานมากและเสี่ยงถูกจับกุมได้ง่ายเกินไป” นายวัทธิกรกล่าว

ด้าน พ.ต.ท.ศุทรากล่าวว่า ยังไม่เชื่อคำให้การของนายวัทธิกรและนายพณิช ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายมากนักเนื่องจากยังวกวนและซัดทอดกันไปมาคล้ายมีการวางแผนล่วงหน้าหากโดนจับกุมมาก่อนแล้ว โดยเฉพาะที่อ้างว่าเพิ่งก่อเหตุสำเร็จแค่ 4 คัน เนื่องจากตรวจพบยอดเงินในบัญชีของนายวัทธิกรมีเงินเดินสะพัดมากถึง 2,000,000 บาท ส่วนที่บ้านพักของนายพณิช ที่เป็นจุดพักรถก่อนนำส่งให้ลูกค้า ตรวจพบยางอะไหล่ 5 วง ชุดเครื่องเสียงรถยนต์ ราวสเตนเลสติดหลังรถกระบะ บันไดข้างแต่ง และอุปกรณ์ตกแต่งรถกระบะโดยเฉพาะรถอีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ อีกจำนวนมาก

เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นหรือคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ฯ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ก่อนส่งตัวให้ฝ่ายสอบสวน สน.คลองตัน และ สน.ท่าข้าม ดำเนินการตามกฎหมาย หากผู้ใดสงสัยเคยถูกแก๊งนี้โจรกรรมรถไปขอให้ประสานเข้ามาได้ที่ กก.สส.บก.น.8, ศปจร.น.หรือ สน.คลองตัน เพื่อนำหลักฐานมาอายัดตัวเพิ่มโทษต่อไป