รองโฆษกกรมราชทัณฑ์เผยสถานการณ์ เรือนจำและทัณฑสถาน พื้นที่ จ.สุรินทร์ จ.ศรีสะเกษ จ.อุบลราชธานี พร้อมเปิดแผนรองรับเหตุการณ์-ประเมินย้ายผู้ต้องขัง หลังกัมพูชาเปิดฉากยิงปะทะทหารไทย คร่าชีวิตพลเรือน-เด็ก-ทหารลาดตระเวน ระบุ “เรือนจำอำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ” ย้ายผู้ต้องขังหญิงกลุ่มเปราะบาง เข้าเรือนจำเขตชั้นใน ส่วน “เรือนจำกลางสุรินทร์-เรือนจำกลางอุบลราชธานี“ ไม่ได้รับผลกระทบ อยู่ห่างพื้นที่เกิดเหตุกว่า 80-120 กม. เตรียมพร้อมแผนเผชิญเหตุแล้ว
เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม นางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ ผบ.เรือนจำจังหวัดนนทบุรี ในฐานะรองโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเกิดเหตุปะทะบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชาลอบเข้ามาวางกับระเบิดในดินแดนไทย เป็นผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บเมื่อวันที่ 16 และ 23 กรกฎาคม 2568 และได้เปิดฉากยิงเข้ามาบริเวณตรงข้ามฐานปฏิบัติการของฝ่ายไทย รวมถึงได้โจมตีรุนแรงอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ฝั่งไทยในช่วงเช้าของวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 โดยส่งผลกระทบต่อพื้นที่ที่เป็นพลเรือน ทั้งชุมชนที่อยู่อาศัย ร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมัน และโดยเฉพาะโรงพยาบาล จนเป็นเหตุให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ว่า ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมเรื่องความปลอดภัยของเรือนจำและทัณฑสถานในพื้นที่ จ.สุรินทร์ จ.ศรีสะเกษ จ.อุบลราชธานี ทางกรมราชทัณฑ์ ได้รับรายงานจากเรือนจำอำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ แจ้งว่ามีการยิงปืนใหญ่เข้ามาในพื้นที่ ระยะทางห่างจากชายแดนประมาณ 15-20 กม. ซึ่งเรือนจำตั้งอยู่ห่างจากชายแดนประมาณ 42 กม.
ขณะนี้จังหวัดศรีสะเกษเริ่มอพยพชาวบ้านในพื้นที่รวม 7 ตำบล อย่างไรก็ดี เรือนจำอำเภอกันทรลักษ์ ได้เตรียมแผนรองรับเหตุการณ์ดังกล่าวตั้งแต่เดือน มิ.ย.68 ขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่ได้มีการย้ายผู้ต้องขังหญิงกลุ่มเปราะบางไปยังเรือนจำที่ตั้งในเขตชั้นในก่อน
โดยผู้บัญชาการเรือนจำได้เข้าไปพูดคุย ให้ข้อมูล ทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ ผู้ต้องขัง และญาติ ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทุกคนเข้าใจและยังมีขวัญกำลังใจดี ส่วนเหตุการณ์เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ภายในเรือนจำกลางสุรินทร์ ได้มีการรายงานว่า ยังไม่ได้รับผลกระทบจากการปะทะตามแนวชายแดนกัมพูชา เนื่องจากเรือนจำอยู่ห่างจากพื้นที่เกิดเหตุประมาณ 80 – 100 กม. และเรือนจำได้จัดทำแผนเผชิญเหตุไว้เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ เรือนจำกลางอุบลราชธานี อยู่ห่างจากจุดปะทะประมาณ 120 กม. ขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ แต่เรือนจำเตรียมพร้อมแผนเผชิญเหตุ
นางกนกวรรณ เปิดเผยอีกว่า อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้สั่งการให้ผู้บัญชาการเรือนจำและเจ้าหน้าที่ทุกคนเตรียมความพร้อมตลอดเวลา โดยเฉพาะการทำแผนขนย้ายผู้ต้องขังไปยังเรือนจำพื้นที่ปลอดภัย หากมีความเสี่ยงให้ดำเนินการทันที ทั้งนี้ ให้ยึดความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังเป็นสำคัญ


